Tag Archives: พระเยซู

พระเยซูกับศักเคียส

ลก.19:1-10 19:1 ฝ่ายพระเยซูจึงเสด็จเข้าเมืองเยรีโคและกำลังจะทรงผ่านไป 19:2 ดูเถิด มีชายคนหนึ่งชื่อศักเคียส ผู้ซึ่งเป็นนายด่านภาษีและเป็นคนมั่งมี 19:3 ศักเคียสพยายามจะดูให้เห็นพระเยซูว่าพระองค์เป็นผู้ใด แต่ดูไม่เห็นเพราะคนแน่น ด้วยเขาเป็นคนเตี้ย 19:4 เขาจึงวิ่งไปข้างหน้าขึ้นต้นมะเดื่อเพื่อจะได้เห็นพระองค์ เพราะว่าพระองค์จะเสด็จไปทางนั้น 19:5 เมื่อพระเยซูเสด็จมาถึงที่นั่น พระองค์ทรงแหงนพระพักตร์ดูศักเคียสแล้วตรัสแก่เขาว่า “ศักเคียสเอ๋ย จงรีบลงมา เพราะว่าเราจะต้องพักอยู่ในบ้านของท่านวันนี้” 19:6 แล้วเขาก็รีบลงมาต้อนรับพระองค์ด้วยความปรีดี 19:7 เมื่อคนทั้งปวงเห็นแล้วเขาก็พากันบ่นว่า “พระองค์เข้าไปพักอยู่กับคนบาป” 19:8 ฝ่ายศักเคียสยืนทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “ดูเถิด พระองค์เจ้าข้าทรัพย์สิ่งของของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ยอมให้คนอนาถาครึ่งหนึ่งและถ้าข้าพระองค์ได้ฉ้อโกงของของผู้ใด ข้าพระองค์ยอมคืนให้เขาสี่เท่า” 19:9 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “วันนี้ความรอดมาถึงครอบครัวนี้แล้ว เพราะคนนี้เป็นลูกของอับราฮัมด้วย 19:10 เพราะว่าบุตรมนุษย์ได้มาเพื่อจะแสวงหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้รอด” การเสด็จมาของพระเยซูนำความตื่นเต้นให้กับเมืองเยรีโคอย่างมาก ใครต่อใครก็อยากเจอพระเยซู อยากอยู่ใกล้พระองค์ ศักเคียสชายผู้มากด้วยผู้คนชิงชัง เพราะอาชีพที่เบียดบังคนอื่น นายด่านเก็บภาษี ชายคนนี้ก็อยากพบเจอพระเยซูเหมือนๆ กับคนอื่นๆ ด้วยความจำกัดด้านกายภาพ (ตัวเตี้ย) ไม่เป็นอุปสรรคในการทำให้เขาเลิกราความอยากรู้อยากเห็น ความปรารถนาอยากจะพบพระเยซูผู้เลื่องลือสักครั้ง อีกทั้งคนจำนวนมากต่างเบียดเสียดกัน เขาจึงปีนต้นมะเดื่อขึ้นไปหวังเพียงพบพระเยซู แต่ไกลๆ ก็ยังดี ได้เห็นเป็นเป็นขวัญตาก็พอใจแล้ว (ข้อ […]

การเลือกของพระเยซู

ยน.6:64  แต่ในพวกท่านมีบางคนที่ไม่เชื่อ” เพราะพระเยซูทรงทราบแต่แรกว่ามีผู้ใดบ้างที่ไม่เชื่อ และเป็นผู้ใดที่จะทรยศพระองค์ ยน.6:70-71 6:70 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เราเลือกพวกท่านสิบสองคนมิใช่หรือ และคนหนึ่งในพวกท่านเป็นมารร้าย” 6:71 พระองค์ทรงหมายถึงยูดาสอิสคาริโอทบุตรชายซีโมน เพราะว่าเขาเป็นผู้ที่จะทรยศพระองค์ คือคนหนึ่งในอัครสาวกสิบสองคน การเลือกของพระเยซู แม้ทรงรู้ว่ายูดาสจะทรยศ ก็ยังคงเลือกไว้เป็นทีมงานติดตัว เพราะจำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อให้แผนการณ์ของพระบิดาเสร็จสมบูรณ์บนแผ่นดินโลก การเลือกของพระเยซู 1. ทรงรู้ล่วงหน้าถึงสิ่งต้องเกิด และทรงเดินตามน้ำพระทัยพระบิดาล้วนๆ โดยไม่สนใจว่าจะมีผลอะไรกับตนเอง เพราะเชื่อ วางใจ รู้จักพระบิดา ว่าทรงควบคุมเสมอ 2. การรู้สิ่งต่างๆ ล่วงหน้า นั่นแสดงถึงสิทธิขาดอยู่ที่พระบิดา ดังนั้นพระเยซูทรงเดินตาม 100% 3. คนที่ได้รับการสำแดงให้รู้อะไรล่วงหน้า มีหน้าที่เพียงเดินตามและทำให้สำเร็จตามแผนการณ์ของพระบิดาเท่านั้น ทรงเลือกคนเหล่านั้นด้วยเหตุผลนี้   04/06/2014

คำอธิษฐาน : พระเยซูสอนให้อธิษฐาน

มธ.6:9-13 6:9 เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงอธิษฐานตามอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ 6:10 ขอให้อาณาจักรของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไร ก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก 6:11 ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในกาลวันนี้ 6:12 และขอทรงโปรดยกหนี้ของข้าพระองค์ เหมือนข้าพระองค์ยกหนี้ผู้ที่เป็นหนี้ข้าพระองค์นั้น 6:13 และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้าย เหตุว่าอาณาจักรและฤทธิ์เดชและสง่าราศีเป็นของพระองค์สืบ ๆ ไปเป็นนิตย์ เอเมน   พระเยซูสอนให้อธิษฐาน “ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้สถิตในสวรรค์… ขอให้พระนามพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นอย่างนั้นในแผ่นดินโลก และในครัวเรือนของข้าพระองค์ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ โปรดสำแดงน้ำพระทัยอันสมบูรณ์ ขอทรงสอน และนำให้อยู่ในน้ำพระทัยเสมอ ขอประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ ทรงรู้ทุกความต้องการและจำเป็น ขอโปรดประทานสิ่งดีไม่ขาดหรือช้าไปจากข้าพระองค์และครัวเรือน และขอทรงยกบาปผิดของพวกข้าพระองค์เหมือนพวกข้าพระองค์ยกโทษบรรดาคนที่ทำผิดต่อข้าพระองค์ ขอประกาศยกโทษผู้ล่วงละเมิดในอดีต ปัจจุบัน และประกาศยกโทษล่วงหน้าในอนาคต และขออย่าทรงนำพวกข้าพระองค์เข้าไปในการทดลองแต่ขอให้พวกข้าพระองค์พ้นจากความชั่วร้าย ขอทรงเหวี่ยงสิ่งซึ่งชั่วร้ายให้ไกลห่างดั่งตะวันตกกับตะวันออก ขอทรงซ่อนข้าพระองค์และครัวเรือนไว้ใต้ร่มปีกแห่งพระคุณของพระองค์ เหตุว่าราชอำนาจ และฤทธิเดชและพระสิริเป็นของพระองค์สืบๆ ไปเป็นนิตย์ อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน”  ♥ ♥ ♥ 120714

คำอธิษฐาน : ขอแผ่นดินสวรรค์มาตั้งอยู่

มธ.6:10 … ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นเช่นไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก “ข้าแต่พระเจ้า … ขอแผ่นดินพระองค์มาตั้งอยู่บนแผ่นดินโลกในครัวเรือน ในที่ทำงาน ในทุกที่ที่ย่างเท้าไป … ขอความงดงามและความสงบสุขก่อเกิดขึ้นภายใน จนสามารถมองเห็นความงดงามของพระองค์ และนับพระพรแห่งการทรงสร้างของพระองค์ในชีวิตได้… ขอโปรดเคียงข้างในทุกย่างก้าว … ขอใส่ใจแห่งการสรรเสริญ ริมฝีปากแห่งการอวยพร มือแห่งการนมัสการ และหัวเข่าแห่งการร้องทูล ถ้อยคำแห่งการสรรเสริญ เยินยอ นามของพระเยซู อธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน” ♥ ♥ ♥ 100714

สวรรค์ : ทำสิ่งเดียวกับพระเยซู

ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวข้างหน้าข้าพเจ้า ก้มหน้าอย่างสงบ มือประสานกัน เวลาผ่านไปนานแล้วนานเล่า  เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิมนั้น แน่นอนทันทีที่มองเห็นก็รู้ว่าเขากำลังอธิษฐานอยู่… เวลาผ่านไปแสนเนิ่นนาน อย่างเงียบๆ ข้าพเจ้ายังคงเรียกหาพระเยซูอยู่ภายในด้วยใจภาวนา พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงตรัสขึ้นภายใน “เจ้าไม่เห็นหรือว่าพระเยซูกำลังอธิษฐานอยู่” ข้าพเจ้ารู้ทันทีเลยว่า ทรงหมายถึง ชายผู้นั่งตรงหน้าข้าพเจ้า พระองค์ คือ พระเยซูนั่นเอง !!! เวลายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ เนิ่นนาน  แต่ข้าพเจ้าก็ยังคงเรียกหาพระเยซูอย่างไม่หยุดหย่อน  แม้จะทรงนั่งอยู่ตรงหน้า แต่ใจภายในกลับไม่ยอมหยุดที่จะเรียกร้องหาพระองค์  ข้าพเจ้าก็ยังคงเรียกหาพระองค์ต่อไปเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อนเลย  ใจสั่นระรัวเสมือนว่าจะเร่งเร้าให้พระองค์ตรัสบางสิ่งหรืออะไรก็ได้กับข้าพเจ้า ด้วยใจที่คาดหวังดูเหมือนจะเร่งรัดๆ ให้เร็วขึ้น … แต่พระองค์ยังทรงนิ่งสงบอยู่ตรงนั้นโดยไม่ได้หันมามองข้าพเจ้าเลยสักนิด พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงตรัสว่า “พระองค์ก็ทรงอยู่ตรงนี้แล้วมิใช่หรือ???” ทรงปลอบโยนข้าพเจ้าให้ใจเย็นลง สงบลงทีละเล็กละน้อย ข้าพเจ้าค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนจากการเรียกหาพระองค์ เป็นร้องขอ การสอน และความเข้าใจ  … ทำไมไม่เห็นเข้าใจเลยในสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า… ได้แต่นึกคิดเองตามธรรมชาติว่า พระเยซูอธิษฐานตรงหน้าแท้ๆ แต่ทำไมข้าพเจ้ากลับรู้สึกเสมือนถูกเร้าภายในว่ามีบางสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องเรียนรู้ ต้องเข้าใจ… มีอะไรที่มองกว่าที่ตาเห็นอยู่ตรงหน้าอีกหรือ???  ข้าพเจ้าไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกที่เร่งเร้าภายในใจได้ว่า .. มีนัยยะบางอย่างที่นอกเหนือจากสิ่งที่ตาเห็น ในขณะที่พระเยซูยังคงก้มหน้า กุมมืออธิษฐาน โดยไม่ขยับเขยื้อนตัวเลย  แม้เวลาจะผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้วก็ตาม  เสมือนว่าเวลาพร้อมจะหยุดอยู่ตรงนั้นให้พระเยซูทรงอธิษฐานจนเสร็จสิ้น […]

จัดการกับบาป ไม่ใช่ปรับตัวให้เข้ากับบาป

เป็นมะเร็งต้องรักษา ยอมรับการผ่าตัดจึงจะหาย ไม่ใช่ปรับตัวให้อยู่กับมันได้ เพราะเราไม่รู้มันจะกำเริบขึ้นมาเมื่อใด ฉันใดก็ฉันนั้น บาปก็เช่นกัน … เราไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับบาป และยอมรับมันไว้ในชีวิตได้ เพราะบาปขวางกั้นการเติบโตฝ่ายวิญญาณและความบริสุทธิ์ของพระเจ้า ทำให้ไม่สามารถใกล้ชิดพระเจ้าได้มากกว่าที่เป็นอยู่ … แม้จะมีใจอยากและความปรารถนาแรงกล้าสักเพียงใดก็ตาม … บาปไม่สามารถเข้ากันกับความบริสุทธ์ของพระเจ้าได้เลยแม้แต่น้อย …  เราไม่สามารถมีบาปในชีวิตพร้อมๆ กับความบริสุทธิ์ได้ ดังนั้นหากอยากได้ความบริสุทธิ์ต้องจัดการสิ่งที่ทำให้ความบริสุทธิ์อยู่ในเราไม่ได้เสียก่อน ไม่ว่าจะโรคร้าย หรือ เพียงแค่กลัดหนอง หากยอมเอาเชื้อโรคออก ย่อมหายขาด … ชีวิตคริสเตียนหากจัดการบาปย่อมเป็นอิสระและมีเสรีภาพ ไม่ต้องคอยกังวล ว่ามันจะกลับมาเมื่อไร ไม่ต้องคอยระแวงว่าจะโผล่มาเมื่อไร ไม่ต้องเสียแรงหรือลงแรงไปแล้วรู้สึกเปล่าประโยชน์ เพราะว่ายังคงมีเชื้อบางอย่างที่คอยทิ่มแทงภายในเสมอๆ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการยอมรับสภาพบาปได้ และไม่คิดจะจัดการมันอย่างจริงจัง จึงไม่สามารถเห็นฤทธิ์เดชแห่งการไถ่ของพระเยซู การดำเนินชีวิตจึงยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิมเป็นวัฏจักร … ใช่ว่านอนหลับไปแล้ว พอตื่นขึ้นมา  บาดแผลหรือบาปเหล่านั้นจะหายไปชั่วข้ามคืน เพราะการนอนหลับ  , ใช่ว่า การแกล้งพยายามไม่รับรู้ ไม่สนใจ จะทำให้หายจากอาการเหล่านั้น  หรือทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้น …  แน่นอนบางครั้งมันอาจจะดีขึ้นบ้าง หลังจากได้พักกาย หลังจากมีระยะห่างไม่จมปลักอยู่กับสภาพนั้นๆ แต่มันยังคงอยู่ รอเวลาที่จะปะทุขึ้นใหม่อีกครั้ง การยอมรับบาป = […]

คำอธิษฐาน : ขอพระสัญญา

“ข้าแต่พระเจ้าผู้เป็นหนึ่งเดียวในชีวิตของข้าพระองค์…♡♡♡ ข้าพระองค์ตื่นขึ้นเพื่อรับพระสัญญาของพระองค์… ข้าพระองค์หลับตาลงเพื่อระลึกถึงพระสัญญาของพระองค์… ข้าพระองค์ก้าวเดินเพื่อรับพระสัญญา และให้พระสัญญาของพระองค์มาถึงแล้ว มาถึงอีก ได้แล้วก็ ขออีก… ข้าพระองค์นมัสการ เพื่อระลึกถึงวันคืนและนาทีที่หวานชื่น รับกำลังจากพระองค์… ข้าพระองค์อธิษฐาน เพื่อให้เลือดเนื้อของข้าพระองค์ อยู่ต่อพระพักตร์พระองค์… ข้าพระองค์ทวงพระสัญญา เพราะมันจะไม่ช้าอยู่ เพื่อข้าพระองค์จะมอบเกียรติทั้งสิ้นแด่พระองค์แต่นามเดียว … ขอความโปรดปรานจากพระหัตถ์ของพระองค์ปกคลุมแผ่นดินโลกเช่นเดียวกับแผ่นดิน สวรรค์มาตั้งอยู่ ในนาม พระเยซูคริสต์เจ้า A-Men“ คำอธิษฐาน : ขอพระสัญญา 030214

ยากอบและยอห์นขอนั่งซ้ายขวาที่บัลลังก์

มก.10:35-40  ยากอบและยอห์นขอนั่งซ้ายขวาที่บัลลังก์ 10:35 ฝ่ายยากอบกับยอห์น บุตรชายของเศเบดี เข้ามาทูลพระองค์ว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ข้าพระองค์ทั้งสองปรารถนาจะขอให้พระองค์ทรงกระทำตามคำขอของข้าพระองค์” 10:36 พระองค์จึงตรัสถามเขาว่า “ท่านทั้งสองปรารถนาจะให้เราทำสิ่งใดให้ท่าน” 10:37 เขาจึงทูลตอบพระองค์ว่า “เมื่อพระองค์จะทรงสง่าราศีนั้น ขอให้ข้าพระองค์นั่งที่เบื้องขวาพระหัตถ์คนหนึ่ง เบื้องซ้ายพระหัตถ์คนหนึ่ง” 10:38 พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า “ที่ท่านขอนั้นท่านไม่เข้าใจ ถ้วยซึ่งเราดื่มนั้นท่านดื่มได้หรือ และบัพติศมานั้นซึ่งเรารับ ท่านรับได้หรือ” 10:39 เขาทั้งสองทูลตอบพระองค์ว่า “ได้ พระเจ้าข้า” พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า “ถ้วยซึ่งเราดื่มท่านจะดื่มก็จริง และท่านจะรับบัพติศมาด้วยบัพติศมาที่เรารับก็จริง 10:40 แต่ที่นั่งข้างขวาและข้างซ้ายของเรานั้น ไม่ใช่พนักงานของเราที่จัดให้ แต่ได้ทรงเตรียมไว้สำหรับผู้ใดก็จะให้แก่ผู้นั้น” 10:41 เมื่อสาวกสิบคนได้ยินแล้ว ก็เริ่มมีความขุ่นเคืองยากอบและยอห์น 10:42 พระเยซูจึงทรงเรียกเขาทั้งหลายมาตรัสแก่เขาว่า “ท่านทั้งหลายรู้อยู่ว่า ผู้ที่นับว่าเป็นผู้ครอบครองของคนต่างชาติย่อมเป็นเจ้าเหนือเขา และผู้ใหญ่ทั้งหลายก็ใช้อำนาจบังคับ 10:43 แต่ในพวกท่านหาเป็นอย่างนั้นไม่ ถ้าผู้ใดใคร่จะได้เป็นใหญ่ในพวกท่าน ผู้นั้นจะต้องเป็นผู้ปรนนิบัติท่านทั้งหลาย 10:44 และถ้าผู้ใดใคร่จะได้เป็นเอกเป็นต้น ผู้นั้นจะต้องเป็นผู้รับใช้ของคนทั้งปวง 10:45 เพราะว่าบุตรมนุษย์มิได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่มาเพื่อจะปรนนิบัติ และประทานชีวิตของท่านให้เป็นค่าไถ่สำหรับคนเป็นอันมาก” ยากอบและยอห์นเป็นพี่น้องที่มีความปรารถนาจะได้รับเกียรติและติดตามพระเยซู  คำขอของเขาคือ… “ขอนั่งข้างซ้ายขวาบัลลังก์ของพระเจ้า” […]

ความปรารถนาที่มากขึ้นกับการเรียกร้องที่มากขึ้นเป็นเงาตามตัว

☆ เมื่อความเจ็บปวดปะทุขึ้น ประตูแห่งการเยียวยาก็เปิดออกตรงหน้าแล้ว… ☆ เมื่อเรียกหาพระเจ้า แผ่นดินของพระองค์ก็มาตั้งอยู่ตรงหน้าแล้ว… ☆ เมื่อร้องขอการช่วยกู้ พระเจ้าทรงยื่นพระหัตถ์พระองค์ออกมาแล้ว ตรงหน้าเรา… แต่มนุษย์มักอยากรับในสิ่งที่ตนอยากได้ แต่ไม่พึงอยากจะจ่ายออก หรือสูญเสียสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย กอดรัดมันไว้แน่น แม้พระเยซูอยู่ตรงหน้าก็ตามที ลก.18:18-25 18:18 มีขุนนางผู้หนึ่งทูลถามพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ ข้าพเจ้าจะทำประการใดจึงจะได้ชีวิตนิรันดร์เป็นมรดก” 18:19 พระเยซูตรัสถามคนนั้นว่า “ท่านเรียกเราว่าประเสริฐทำไม ไม่มีใครประเสริฐเว้นแต่พระเจ้าองค์เดียว 18:20 ท่าน รู้จักพระบัญญัติแล้วซึ่งว่า ‘อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา อย่าฆ่าคน อย่าลักทรัพย์ อย่าเป็นพยานเท็จ จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของตน’” 18:21 คนนั้นจึงทูลว่า “ข้อเหล่านี้ข้าพเจ้าได้ถือรักษาไว้ตั้งแต่เป็นเด็ก ๆ มา” 18:22 เมื่อพระเยซูทรงได้ยินอย่างนั้นพระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายบรรดาสิ่งของซึ่งท่านมีอยู่และแจกจ่ายให้คนอนาถา ท่านจึงจะมีทรัพย์สมบัติในสวรรค์ แล้วจงตามเรามา” 18:23 แต่เมื่อเขาได้ยินอย่างนั้นก็เป็นทุกข์นัก เพราะเขาเป็นคนมั่งมีมาก 18:24 เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นเขาเป็นทุกข์นัก พระองค์จึงตรัสว่า “คนมั่งมีจะเข้าในอาณาจักรของพระเจ้าก็ยากจริงหนา 18:25 เพราะว่าตัวอูฐจะรอดรูเข็มก็ง่ายกว่าคนมั่งมีจะเข้าในอาณาจักรของพระเจ้า”   ความปรารถนาที่มากขึ้นกับการเรียกร้องที่มากขึ้นเป็นเงาตามตัว เศรษฐีจะรอดรูเข็มก็ยากเสียยิ่งกว่า […]

สวรรค์ : จงไปต่อ ก้าวต่อไป

 “ต่อแต่นี้จงลุกขึ้นเดินและก้าวไปข้างหน้า หลังจากได้พักแล้ว (3 อาทิตย์นับจากการเยี่ยมเยียนของพระเจ้า) บัดนี้ถึงเวลาออกมาแล้ว เราจะนำเจ้าออกมาเอง จงก้าวออกมาเถิด เพราะบัดนี้เป็นเวลาที่เราจะทำในเจ้าต่อไปแล้ว” พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสกับข้าพเจ้าอย่างชัดเจน ข้าพเจ้าถามพระองค์ว่า “จะให้ข้าพระองค์ไปอย่างไร อย่างอับราฮัมหรือ? ที่ก้าวทันทีที่พระองค์ทรงเรียกโดยที่ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าเป็นอย่างไร? หรือจะให้ก้าวแบบไหนคะ?” พระเจ้าทรงตรัสตอบว่า “เราจะนำเจ้าออกมาเอง เจ้าต้องเดินตามเรามา” ในขณะนั้นเองพระเยซูทรงปรากฏต่อข้าพเจ้าเป็นนิมิตที่เห็นกับตา… พระเยซูทรงเรียกขณะที่ข้าพเจ้านั่งคุกเข่าอยู่ในห้องนอนของตัวเอง ทรงยื่นมือมาแตะที่ไหล่ขวาด้านหลัง แล้วทรงตรัสว่า “ลูกเอ๋ยลุกขึ้นเถิด ไปกับเรา และตามเรามา” ทรงมองด้วยความอ่อนโยนและยิ้มให้ด้วยความอบอุ่นอย่างเคย พร้อมพยักหน้าเมื่อทรงตรัสเสร็จ แล้วก็ทรงเดินนำหน้าไป ข้าพเจ้ารีบลุกขึ้นทันทีเดินตามพระองค์ไป และเร่งฝีเท้าให้ทันพระองค์พร้อมทั้งยื่นมือของตัวเองออกไปจับพระหัตถ์พระเยซูเสมือนเด็กน้อยที่กำลังวิ่งตามให้ทันพ่อ ภายในของข้าพเจ้าทั้งตื่นเต้นและกลัวจะพลาดไปจากพระองค์ มือของข้าพเจ้าจับมือพระองค์ไว้แน่น  พยายามเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นๆ กึ่งวิ่งกึ่งเดิน เพื่อที่จะก้าวให้ทันพระเยซู ในขณะที่ทรงก้าวอย่างช้าๆ สบายๆ … เราทั้ง 2 กำลังเดินมุ่งไปข้างหน้า … ทรงทอดพระเนตรมองดูข้าพเจ้าเดินและตรัสว่า “เราจะอยู่กับเจ้า เราจะไม่ทอดทิ้งเจ้า” ทรงยิ้มให้ด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยนอย่างเป็นมิตรตลอดเวลา ข้าพเจ้ารู้สึกคุ้นเคยและสบายใจยิ่งนัก ข้าพเจ้ารู้ว่า… ทรงรู้ในทุกความคิด ภายในของข้าพเจ้าจริงๆ เป็นความมั่นใจมากยิ่งขึ้นที่จะก้าวต่อไป เมื่อมองไปที่เบื้องหน้าก็เห็นประตูบานใหญ่มหึมา สีขาวเป็นปูนทึบ สูงกว่าตัวข้าพเจ้าหลายเท่าประมาณ 3-4 เท่า […]