Tag Archives: นรก

นรก : แนวการกระทำ

ภาพ : คนหนึ่งกำลังใช้จอบขุดหลุมที่ใหญ่มากๆ ใหญ่เกินกว่าขนาดตัวของเขาเอง และตัวเขาก็ไม่หยุดที่จะขุดหลุมนั้น  ข้างลำตัวของเขาเป็นเหมือนถุงสีดำใบใหญ่เขียนว่า ‘แนวการกระทำ’ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงมองดูเถิด ว่าเขากำลังทำสิ่งใด” ข้าพเจ้าเพ่งมองดูอยู่นาน เขาก็ยังคงทำเช่นนั้นไม่รู้จักหยุดหย่อน ใจภายในของข้าพเจ้ารู้สึกอึดอัดกับการที่เขาทำเช่นนั้นอยู่ร่ำไป เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองสิ่งใดๆ รอบตัวเขาเลยด้วยซ้ำไป… หลุมนั้นเต็มไปด้วยทรายที่ยิ่งขุดลึกลงไปยิ่งร้อนอบอ้าว บางเวลาทรายมันก็ถล่มลงมาอีก (เหมือนกับว่าเสียเวลาเปล่า เพราะเมื่อมันถล่มลงมาก็ต้องขุดใหม่ เหมือนเดิมวนไปวนมา) ข้าพเจ้านึกสงสัยในใจว่า เขาทำเช่นนี้ทำไม? และจะขุดให้มันใหญ่สักแค่ไหน? เพราะขนาดที่เห็นมันก็ใหญ่มาก จนให้คนลงไปอยู่ได้นับสิบคนอย่างสบายๆ หากเขาจะฝังถุงใบนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องขุดลึกขนาดนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงตรัสกับข้าพเจ้าว่า : “ทุกสิ่งจะมีที่อยู่ของมัน สิ่งดีจะเป็นบำเหน็จรางวัลในสวรรค์ให้กับผู้ชอบธรรม  สิ่งชั่วจะถูกฝังในนรกที่แสนแห้งแล้ง มันจะอยู่ใกล้ๆ เพื่อฟ้องผู้นั้น… ไม่มีสักสิ่งเดียวที่สูญหายไป” ข้าพเจ้ายังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็พอจะเข้าใจลางๆ ว่าทำไมคนนั้นจึงพยายามขุดหลุมให้ลึกแล้วลึกอีก ไม่หยุดหย่อนเสียที … แท้ที่จริงเขาเพียงต้องการฝังมันให้ลึกๆ นั่นเอง เพราะสิ่งนี้คอยแต่จะฟ้องเขา เป็นพยานถึงเขา พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงให้ความเข้าใจกับข้าพเจ้าเพิ่มเติมว่า : “แนวการกระทำใดๆ จะหายไปก็หาไม่ได้ เว้นเสียแต่การกลับใจใหม่เท่านั้น ที่สามารถนำบุตรของพระเจ้ากลับคืนสู่อ้อมกอดแห่งการให้อภัยของพระบิดา และโดยการไถ่จะทรงนำให้พ้นจากการฟ้องผิดแห่งแนวการกระทำนั้น ผู้ใดหรือจะแอบซ่อนสิ่งที่ตนทำได้? แม้เขาจะพยายามเพียงใดก็ไม่สามารถนำให้พ้นจากการฟ้องได้เลย” นรก ที่ๆ […]

แดนมรณา : เค้าโครงความคิดที่ต้องระวัง

ประตูใหญ่สูงเสียดฟ้าสีดำทึบ มองดูขมุกขมัว พระเยซูตรัสว่า : “จงก้าวเข้าไป” ข้าพเจ้ามองดูด้วยใจหวั่นๆ เพราะรู้อยู่ลางๆ ว่าอะไรอยู่เบื้องหน้า แต่ก็บอกพระเยซูว่า : “หากพระองค์ใช้และอยู่ด้วย หากพระองค์นำและรับรอง ข้าพระองค์ก็จะไป” พระเยซูตรัสตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง มั่นคงแต่อ่อนโยน : “ครั้งนี้เราจะไม่ได้ไปกับเจ้า” ข้าพเจ้าถามพระองค์ว่า : “อ้าววว… อ้อ ทูตสวรรค์หรอคะ (ปลอบใจตัวเอง)” พระเยซูตรัสว่า : “ทูตสวรรค์ไม่สามารถเข้าแดนมรณาได้” ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกกลัวๆ กล้าๆ แต่พระเยซูตรัสว่า : “ครั้งนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์จะไปกับเจ้า ลูกเอ๋ย”   ผ่านเข้าสู่ประตูแดนมรณา   ทันใดนั้นเท้าของข้าพเจ้าก็ได้ก้าวเข้าไปในประตูบานนั้นเสียแล้ว มองไปรอบด้านไม่มีใครอยู่เคียงข้าง แต่ภายในใจข้าพเจ้าเรียกหาพระวิญญาณบริสุทธิ์ จากความกลัวๆ กล้าๆ ก็เปลี่ยนเป็นความนิ่งและสงบ… เมื่อนิ่งได้ ยิ่งสัมผัสการทรงสถิตย์อยู่ด้วยของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในขณะนั้นเองเสียงของพระเยซูที่อยู่นอกประตูก็ตรัสดังขึ้นว่า : “จงเรียนรู้และสังเกตุจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่าทรงรู้สึกอย่างไร? และทำอะไรในเจ้าบ้าง?” และข้าพเจ้าร้องเรียกพระวิญญาณบริสุทธิ์จนกระทั่งพระองค์ครอบครองจิตใจและความคิดของข้าพเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม   มองไปรอบด้านจากที่วนเวียนสับสน ก็เริ่มได้เห็นและเข้าใจแบบเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์   หลังการก้าวพ้นประตูบานใหญ่เข้ามามีแต่ความมืดที่มองไม่เห็นอะไรเลย แต่เท้าของข้าพเจ้ายังไม่หยุดเดิน ก้าวย่างของข้าพเจ้าค่อยๆ […]

นรก : ไม่เหลืออำนาจใดๆ

“แม้แมลงตัวเล็กๆ ก็ไม่สามารถบี้ให้แบน หรือไล่ให้ไปได้” พระเยซูตรัส ข้าพเจ้ายังไม่ทันเข้าใจสำหรับคำตรัสเสียทีเดียว ทรงหยั่งรู้ถึงภายในความคิดของข้าพเจ้า จึงตรัสต่อไป “ในนรกแม้แต่กำลังเพียงน้อยนิดที่จะบี้แมลงตัวเล็กๆ หรือไล่มันไปก็ไม่มี ที่นั่นสิทธิอำนาจที่เรามอบให้กับมนุษย์ถูกถอดถอนโดยสิ้นเชิง ไม่เหลือไว้แม้แต่นิด… บัดนี้เจ้าได้เห็นแล้วมิใช่หรือว่า พวกเขาสิ้นไร้กำลังเรี่ยวแรงไม่เหลือแม้น้อยนิด แมลงเล็กๆ ที่เขาสามารถบี้ให้แบนได้อย่างที่ไม่ต้องออกแรง ครั้นอยู่บนโลก แต่บัดเดี๋ยวนี้ไม่สามารถทำได้เลย นี่แหนะ ที่ๆ เขาไม่สามารถแม้แต่จะผยองได้ หรืออวดอ้างถึงพละกำลังของเขาได้เลยเป็นดังนี้ แต่ก็หาช่วยอะไรได้ไม่ เพราะเขายังคงเป็นเช่นนั้นอยู่เรื่อยไป” พระเยซู ตรัสกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้เข้าใจและเรียนรู้มากขึ้นว่าเหตุใด ในนรกจึงมีแต่การขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เพราะความทุกข์ยากเหล่านี้ไม่สามารถผ่านพ้นไปได้ ด้วยว่าจะไม่เหลือสิทธิอำนาจหรือกำลังใดๆ อีกต่อไปในตัวของเขา 25/01/2014 16:46

นรก : เทศนาให้ใครฟัง

ครั้งนี้ข้าพเจ้าได้เห็นชายคนหนึ่งยืนบนธรรมมาสกำลังเทศนา ถ้อยคำต่างๆ พรั่งพรูออกมาจากปากของเขา ข้าพเจ้าฟังไม่ออกและจับใจความไม่ได้ แต่ท่าทางของชายคนนั้นช่างดูกระตุ้นเร้า ให้ตื่นเต้นและตื่นตัวอยู่เสมอ แต่กลับไม่มีใครฟังเขาเลยแม้สักคน ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำในสิ่งที่ตนเองอยากทำ และหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ตนเองต้องการ เมื่อข้าพเจ้าเพ่งมองลงไปยังผู้คนเหล่านั้น พวกเขากำลังกินอาหารอย่างตะกละตะกลามจนไม่มีแม้แต่เวลาจะเงยหน้าขึ้น อาหารเหล่านั้นดูสกปรก เน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง แต่พวกเขากลับกินอย่างเอร็ดอร่อย  ข้าพเจ้ามองดูด้วยความพะอืดพะอมจวนอาเจียน อยากเอาตัวออกจากตรงนั้นอย่างที่สุด พระเยซูตรัสว่า “นี่แหนะ เราจะบอกความจริงแก่เจ้าจงยืนอยู่และพินิจให้ครบถ้วนก่อนออกไป” ใบหน้าที่บู้บี้เพราะความรังเกียจในสิ่งที่เห็น ข้าพเจ้าจำต้องฝืนใจมองต่อไป และกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว ในอาหารเหล่านั้นมีทั้งหนอน แมลงวัน แมลงต่างๆ ที่ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จักหลายชนิด อีกทั้งโดยรอบยังเต็มไปด้วยเหล่ากองทัพหนูและแมลงสาบ ข้าพเจ้าละสายตาจากคนเหล่านั้น หันไปมองที่ชายคนนั้นอีกเช่นเดิม เขายังคงทำแบบเดิม พูดซ้ำซาก วนไปมาอยู่ที่เดิม ใบหน้าที่มั่นใจเสียเหลือเกินทำให้ข้าพเจ้านึกสงสัยว่า เหตุใดชายผู้นี้จึงอยู่ในสถานที่แห่งนี้ … นรก พระเยซูทรงตรัสว่า “เขาจะเทศนาให้ใครฟังได้หรือ ในเมื่อเขาเองก็เป็นเช่นนั้น นี่แหนะ ผู้คนต่างกินสิ่งปฏิกูลขยะเน่าเสียด้วยความเอร็ดอร่อยมูมมามปานจะถูกแย่งชิง เพราะสิ่งเหล่านี้เอง เขาจึงดูซูบผอม ยิ่งกินยิ่งผอม” ฉัน : “ไม่ได้สังเกตเลยถึงรูปลักษณ์ของคนเหล่านั้น” พระเยซู : “ด้วยว่าเขากินอาหารเองตามใจอยาก แม้ชายผู้นั้นก็ทำเช่นเดียวกันเขามีสิทธิอันใดในการเทศนาหรือ? เขาทนงตัวและหยิ่งยโสโอหังคิดว่าตนทำดี ทำได้ และแน่กว่า แต่ความจริงก็ปรากฏต่อตาเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า […]

นรก : แมลงชอนไช

ภาพ : คนโดนแมลงนับพันๆ ตัวไล่ตอม ไม่ว่าจะวิ่งหนีไปทางไหนมันก็ตามไปได้ทุกที่ ไม่มีทางหนีพ้น ทั้งก่อความรำคาญ โดนกัดกิน ชอนไช เป็นดังนี้แหละสภาพในนรก “ดั่งคนหนึ่งมีแมลงฝูงใหญ่นับไม่ถ้วนติดตามไปทุกๆที่ แม้วิ่งหนีก็หนีไม่พ้น แมลงพวกนั้นมีความสามารถในการติดตามแบบประชิดตัว ประหนึ่งจะกัดกินตัวเขาเป็นอาหาร ตอมติด ชอนไช คันยิบๆ เจ็บแปล็บๆ แมลงพวกนี้ฆ่าก็ตาย บี้ก็ไม่แบน ไล่ก็ไม่ไป มันเห็นคนๆ นั้นดั่งอาหารอันโอชะของมัน มันจะไม่เลิกราจนกว่าจะอิ่มหนำ มันบินตามกลิ่นที่เหม็นเน่าออกจากกายของคนนั้น แม้พวกมันเป็นพันๆ ตัวรุมกัดกิน กลิ่นนั้นก็ไม่จางหายไป จนเขาชินชากับแมลงพวกนั้น พวกเขาไม่ได้กลิ่นของตัวเองเพราะเขามองไม่เห็นและแยกแยะความเหม็นเหล่านั้นไม่ออก เหมือนขยะชิ้นหนึ่งที่จมอยู่ในกองขยะ ย่อมไม่รู้สึกถึงกลิ่นเหม็นในที่ของมัน แต่ใครผ่านมาต่างก็ได้กลิ่นนั้น มันชวนพะอืดพะอม ไม่อยากเข้าใกล้ และหนีห่างให้ไกลๆ แต่พวกเขากลับว่าแปลก…. ‘มาทำเป็นเหม็นทำไม?’ ” พระเยซูตรัสและสำแดงภาพแก่ข้าพเจ้า 23/01/2014 04:46

นรก : พื้นที่ระหว่างนรกกับสวรรค์

♥ หัวใจที่รู้สึกหนักหน่วง เหมือนอยากจะร้องไห้และอึดอัด พระเยซูทรงปรากฏอยู่เบื้องหน้า ข้าพเจ้าหยุดร้องไห้ แล้วบอกพระองค์ว่า : “จะไปต่อไหวไหมคะ ข้าพระองค์ยังไม่อยากหยุด อยากไปต่อทุกที่ทุกสิ่งที่ทรงพาไป นำไป ทรงอยู่ด้วย” แต่มันเหนื่อยล้าเสียเหลือเกิน พระเยซูทรงเดินต่อไปข้างหน้าทันที ข้าพเจ้ารีบลุกขึ้นก้าวเท้าออกไป ด้วยกลัวว่าจะต้องอยู่แต่ลำพัง ณ ที่แห่งหนึ่งมองไปเบื้องหน้าสุดสายตาเห็นแต่เขาหัวโล้นสีน้ำตาล แลดูแสนแห้งแล้ง ร้อนผ่าวๆ ระอุมาตามลมปะทะใบหน้า ณ จุดที่ยืนเป็นเพียงไอปลายๆ ที่พัดมาจากเขาลูกนั้น ยังสัมผัสได้ขนาดนี้ ทำให้รับรู้ทันทีว่าที่เขาหัวโล้นเบื้องหน้านั้นต้องเต็มไปด้วยความร้อนที่แสนทรมานเป็นแน่ ภายในข้าพเจ้ารู้ทันทีว่าที่นั่นคือ … นรก…  ท้องฟ้าที่ปกคลุมส่วนเขาลูกนั้นทมึนๆ เหมือนเวลาฝนจะตก ขมุกขมัว ไม่มีแสง มีแต่ความทมึนทึม แต่ท้องฟ้าในฝั่งที่ข้าพเจ้ายืนก็สว่างเป็นปกติเหมือนกลางวัน ไม่ร้อนมาก เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นกึกก้องสะท้อนไปทั่วดินแดนนั้น เสียงเหล่านั้นทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกได้ด้วยภายในว่า ต้องการความช่วยเหลือเป็นอย่างมาก เสียงเหล่านั้นฟังไม่ได้ศัพท์ แม้จะอยู่ไกลมากแต่ก็ดังระงมจนแสบแก้วหูไปหมด เป็นเสียงที่ไม่น่าฟัง แต่ข้าพเจ้ามองไม่เห็นแหล่งที่มาของเสียง รู้แต่ว่ามาจากข้างในเขาหัวโล้นลูกนั้น จากเขาหัวโล้นจนถึงจุดที่ข้าพเจ้ายืนมีหุบเหวลึกไม่มีที่สิ้นสุดกั้นอยู่ ระยะห่างระหว่างเขาลูกนั้นถึงจุดที่ข้าพเจ้ายืนช่างห่างไกลกันจนไม่สามารถมีใคร หรือสิ่งใดข้ามมาได้ พระเยซู : “ใครหรือจะข้ามมาได้ มันช่างห่างไกลจนกระทั่งไม่มีใครสามารถข้ามมาได้ เหวลึกไม่มีที่สิ้นสุดขวางกั้นทางไว้ ผู้พยายามหลีกหนีจากนรกก็ทำไม่ได้ เขาจะตกลงไปในเหวนั้นและกลับสู่นรกนิรันดร แม้สัตว์ปีกก็ไม่สามารถบินข้ามฝั่งมาด้วยยาวไกลเกินกำลัง […]

นรก : ใครหรือจะรอดได้

? คนไม่เชื่อเท่านั้นหรือที่ไม่รอด ? คนไม่เชื่อแล้วเป็นคนดีหละ เขาจะได้รับโอกาสอะไรบ้าง ? คริสเตียนที่เลวร้ายกว่าคนไม่เชื่อก็มี แล้วเขาจะรอดหรือ นรกที่ๆ ไม่มีใครอยากไป และกลัวที่จะไป แต่มันกลับเป็นสถานที่นิรันดรเฉกเช่นเดียวกับสวรรค์ ระยะเวลาความยาวนานคือไม่มีที่สิ้นสุด นั่นคือ บทสุดท้ายแล้ว เหตุที่พระเจ้าสร้างนรกสวรรค์ เพราะพระเจ้าไม่ทำลายล้างสิ่งที่ทรงสร้างให้หายไป แต่ทรงกำหนดทุกสิ่งที่บั้นปลาย มีที่ลง ที่ยืนและตำแหน่งอย่างชัดเจน ผ่านโลกซึ่งเป็นตัวชี้เล็งปลายทางที่ต้องยืน แต่คนจำนวนมากมายมหาศาลที่ดำเนินชีวิตเสมือนว่าโลกนี้คือนิรันดร ไม่สนใจบั้นปลายแห่งชีวิตอีกเลย ไม่เพียงคนไม่เชื่อเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นคริสเตียนผู้รู้ความจริงอย่างแจ่มแจ้งกระจ่างแท้ หรือรู้งูๆ ปลาๆ ก็ยังคงมีจำนวนมากที่เป็นเช่นนั้น ? คนไม่เชื่อเท่านั้นหรือที่ไม่รอด พระเจ้าทรงยุติธรรมต่อทุกคน เพราะทรงเป็นพระเจ้าสำหรับทุกคน มีใครหรือที่พระเจ้าไม่ได้สร้าง ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดมา มีใครหรือที่พระเจ้าผิดพลาดในตัวเขา ดังนั้นความรักของพระเจ้าย่อมมีถึงทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่การเชื่อพระเยซูเป็นประตูด่านแรกพาคนมาสู่ความรอด เพราะด้วยว่าไม่มีใครดีพร้อมจนถึงขนาดที่จะคู่ควรต่อแผ่นดินของพระเจ้า และแน่นอนว่าการพิพากษาไม่ได้มีถึงเฉพาะคนไม่เชื่อเท่านั้น บัลลังค์ขาวสำหรับบำเหน็จรางวัล >> คนที่ยืนอยู่ถึงบัลลังค์นี้คือคนที่ถูกคัดเลือกเข้าสู่แผ่นดินสวรรค์เป็นแน่ บัลลังค์การพิพากษาเป็นที่ๆ คัดแยกคนลงสู่นรก >> คนที่ยืนอยู่ที่บัลลังค์นี้ มี 2 ประเภท 1.    คนไม่เชื่อ 2.    คริสเตียนที่พระบิดาตรัสว่า “เราไม่รู้จักเจ้า” ? […]

นรก : คนที่จะอยู่ในนรก

พวกเขาไม่กลับใจ ร้องโอดครวญเพียงเพื่อต้องการพ้นจากที่นั่งอันแสนลำบากยากเข็ญของเขา แต่หากลับใจไม่ คนพวกนี้ ไม่มีแม้แต่ใจสำนึกผิด เขาเริงร่าระบำกับความบาปชั่ว หาที่สิ้นสุดไม่ได้ การดื่มกินของเขาออกมาจากการทำลายสิ่งรอบข้าง และทำร้ายผู้คนเพื่อประโยชน์แห่งบาปอันหอมหวนของพวกเขา แม้ต่อเวลายืดออกไป เขาก็จะไม่กลับใจ แม้เขาออกมาได้ เขาก็จะทำเช่นเดิม “เพราะเรายุติธรรมและอุดมด้วยความรัก มีหรือ? ที่เราไม่ยุติธรรมต่อใครสักคน หากแต่…พวกเขาไม่ยอมกลับใจ ไม่ใช่ผิดพลาด หากแต่…พวกเขาชื่นชอบบาป หาใช่หลงทาง หากแต่…พวกเขาโง่งม ไม่ยอมแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาหาเราหรือละสายตาจากบาปที่เขากำลังตะกละตะกลามกินเข้าไปดุจดั่งอาหารเลอเลิศของเขา พวกเขาดูหมิ่นความบริสุทธิ์ว่าเป็นเรื่องโง่งมงาย พวกเขามองว่าตนเองสูงส่งเกินกว่าจะสนใจความเมตตาจากเรา นี่แหนะ!!! เพราะเราค้นหาทุกๆ ทางแห่งการกลับใจใหม่ไม่เจอจากพวกเขาต่างหาก ที่นั่นคือ นรก ที่เขาต้องอยู่” พระเยซูตรัสกับข้าพเจ้า ในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังรวบรวมสติและพุ่งความสนใจเพื่อเก็บทุกถ้อยคำของพระองค์ ข้าพเจ้าภาวนาภายในว่า : “ขอทรงช่วยด้วย ขอเมตตาด้วย ให้เข้าใจด้วย ช่วยด้วย” พระเยซูทรงมองข้าพเจ้าด้วยสายตาอ่อนละมุนแต่หนักแน่นเหลือเกิน ประหนึ่งว่า แค่ฟังและรับเท่านั้นเป็นพอ     ข้าพเจ้ามองเห็นพวกเขาทนไม่ได้กับความร้อนระอุ เหม็นไหม้ น่าขยะแขยง เพราะแม้ที่นั่น  พวกเขาก็แก่งแย่ง เหยียบย่ำซึ่งกันและกัน ทำร้ายกันและกัน หวังเพียงให้ได้ออกจากสภาพนั้นเพียงแค่ชั่วแว็บก็ยังดี แต่เขาก็ยังคงทำไม่ได้ พระเยซูทรงตรัสต่อไปว่า “โอ้…. เราตรวจดูใจ เราหยั่งลึกเกินกว่ามนุษย์จะคิดได้ […]