ดวงดาวยามมืดมิด‏

By | 2014/01/04

ในเวลาค่ำคืนที่มืดสนิท มองไปอาจไม่เห็นอะไรที่กลางวันสามารถมองเห็นได้…

แต่ดวงดาวบนท้องฟ้ายังคงอยู่ตรงนั้นเพื่อส่องแสงสว่าง มันไม่ได้เคลื่อนไปไหน หรือแม้แต่จะสลับเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของโลกนี้ เมื่อเรามองขึ้นฟ้าเวลากลางคืนท่ามกลางความมืดเราจะเห็นดวงดาวอยู่ในตำแหน่ง เดิมของมัน ดาวแต่ละดวงส่องแสงจ้ามากน้อยต่างกันออกไป เพื่อให้ท้องฟ้าโดดเด่นและงดงามเหมือนเล่นสีสัน พวกมันอยู่ตรงนั้นพร้อมๆ กับดวงจันทร์ที่ส่องแสงลงมาบนพื้นดิน…

ไม่ว่าเวลาใดก็ตามดวงดาวยังคงอยู่ที่เดิมตำแหน่งเดิม แม้ท้องฟ้าจะเปลี่ยนเป็นความสว่างด้วยดวงอาทิตย์มันก็ยังคงอยู่ตรงนั้น แต่ไม่ใช่เวลาที่มันจะส่องแสง มันยังคงเรืองแสงอยู่เช่นเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย เพียงแต่แสงของดวงอาทิตย์สว่างจ้ากว่ามันหลายร้อยล้านเท่าจึงมองดูเสมือนว่า มันอับแสงอยู่ แต่แท้จริงมันยังคงเรืองแสงในตัวของมันเอง และมันก็กลับมาส่องแสงให้เห็นอีกครั้งเมื่ออาทิตย์ตกดิน…แม้ว่าค่ำคืนนั้น เมฆจะมากจนบดปังแสงของมัน มันก็ยังคงอยู่ตรงนั้น… เมื่อเมฆเคลื่อนผ่านเลยพวกมันไป มันก็ยังคงอยู่ ณ ที่ของมันไม่เคยเปลี่ยน….

หน้าที่ของมัน คือ อยู่ ณ จุดเดิมและเปล่งแสงของมันไป…ส่วนที่เปลี่ยนและหมุนเคลื่อนไป คือกลางวันและ กลางคืน ความสว่างและความมืดที่มาพร้อมๆ กับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ …

ทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์และเป็นตัวนำพาความมืดความสว่าง เป็นผู้กำหนดกลางวันและกลางคืนด้วยลักษณะของตัวมันเอง….แต่ถึงอย่างไรก็ ตามดวงดาวยังคงอยู่ตรงนั้นที่ของมัน มันทำหน้าที่ของมันอย่างสม่ำเสมอไม่เคยเปลี่ยน แต่มันทำให้ท้องฟ้าสวยงามในยามค่ำคืนเท่านั้นเอง….

พวกดวงดาวไม่เคยต้องทุกข์ร้อนหรือกังวลกับสิ่งที่เปลี่ยนไปของกลางวันและกลาง คืน  ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ มันไม่เคยต้องวิ่งไปมาบนท้องฟ้าเพื่อสลับที่ มันไม่เคยทำน้อยกว่าเดิมหรือมากกว่าเดิมเลยสักครั้ง มันส่องแสงเท่าเดิมตั้งแต่วันแรกที่พระเจ้าสร้างมัน แม้บางวันท้องฟ้าจะเอื้อให้แสงของมันชัดขึ้นกว่าปกติ หรือบางเวลาเมฆจะบังมันจนมิดแม้ในยามค่ำคืนที่เป็นโอกาสให้ใครต่อใครได้เห็นแสงของมัน …แต่มันก็ไม่ทุกข์ร้อนใดๆ กับสิ่งที่เข้ามาและออกไป มันทำแค่ 2 สิ่งคือ อยู่ที่เดิมและส่องแสงเหมือนเดิมทุกเวลา…
เพราะคำตอบเดียว คือ “พระเจ้าทรงสร้างและตั้งให้มันมีหน้าที่เช่นนั้น”

แม้สิ่งอื่นจะเป็นไปอย่างไรนั่นก็คือการทรงสร้างของพระองค์อีกเช่นกัน ทุกสิ่งล้วนทำและเป็นอย่างที่ทรงสร้าง

1. จงเสมอต้นเสมอปลายอย่างเช่นดวงดาว ไม่ว่ารอบด้านจะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะผู้ที่กำหนดไม่ใช่เราแต่เป็นพระเจ้าผู้ทรงสร้างเรา ยืนตรงนั้นในตำแหน่งของเราเองให้มั่น

2. อย่าสนใจกับความเป็นไปใดๆ ที่จะส่งผลให้เราถูกบดบังแสง เพราะเรามีแสงในตัวเองตลอดเวลา การส่องแสงเป็นหน้าที่ของเราที่ไม่อาจหยุดได้ เพราะความสว่างของดวงอาทิตย์ หรือเมฆที่เคลื่อนมาบัง ไม่ว่าเวลาไหนอย่างไรเราก็ยังต้องคงไว้ซึ่งหน้าที่ของเรา ยืนอยู่ในตำแหน่งของเราไม่เคลื่อนไปไหน ทำในส่วนของเราที่พระเจ้าให้ทำ

3. เพราะเราถูกสร้างและถูกเรียกมาแบบนี้ เราจึงมั่นคงและยืนอยู่ได้ นอกจากพระองค์ก็ไม่มีใครหรือสิ่งใดเคลื่อนย้ายเราออกไปได้

4. เวลาที่มืดสนิท จงมองขึ้นฟ้าเพราะแสงสว่างอยู่บนนั้น เพราะโลกที่ทันสมัยขึ้นจึงทำให้มนุษย์มองหาแสงสว่างจากระนาบเดียวกัน คือ โลกนี้ จากหลอดไฟ…แม้หาเจอและมันช่วยให้สว่างขึ้นเพราะหลอดไฟ แต่มันไม่ได้ความมั่นคงและตำแหน่งที่ชัดเจนจากการทรงสร้างกลับมาให้เราเลย

5. แต่ละสิ่งในการทรงสร้างพระองค์เป็นผู้กำหนดความเป็นไปเองและพวกมันอยู่ ภายใต้สิ่งเหล่านั้นโดยพระองค์ ทุกสิ่งในจักรวาลจึงยังคงระบบอยู่ได้ไม่มีวันเสื่อม แต่การสร้างสิ่งต่างๆ ของมนุษย์ขึ้นมาเองต่างหากที่จะเสื่อมไปและวุ่นวายในที่สุด

6. เวลาจะเรียนรู้ให้กลับมาเรียนรู้ที่การทรงสร้างของพระเจ้า เพราะมันสมบูรณ์และไม่มีวันล้มลง อย่าเรียนรู้จากระบบบนโลกเพราะมันจะทีช่องโหว่

 

 

3/4/2012 9:53

0Shares