Tag Archives: โมเสส

ตัวเร้าในบั้นปลายชีวิตของโมเสส

กดว.20:1-13 20:1 ชุมนุมชนทั้งหมดของคนอิสราเอลเข้ามาในถิ่นทุรกันดารศินในเดือนที่หนึ่งประชาชนพักอยู่ในคาเดช มิเรียมก็สิ้นชีวิตและฝังไว้ที่นั่น 20:2 ครั้งนั้นชุมนุมชนไม่มีน้ำ เขาประชุมกันว่าโมเสสและอาโรน 20:3 ประชาชนตัดพ้อต่อว่าโมเสสว่า “เมื่อพี่น้องเราตายต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์นั้น เราตายเสียด้วยก็ดี 20:4 ท่านพาชุมนุมชนของพระเยโฮวาห์มาในถิ่นทุรกันดารนี้ให้ตายเสียที่นี่ทั้งตัวเราและสัตว์ของเราทำไม 20:5 และทำไมท่านจึงให้เราออกจากอียิปต์ นำเรามายังที่เลวทรามนี้ เป็นที่ซึ่งไม่มีพืช ไม่มีมะเดื่อ องุ่นหรือทับทิม และไม่มีน้ำดื่ม” 20:6 แล้วโมเสสและอาโรนออกจากที่ประชุมไปที่ประตูพลับพลาแห่งชุมนุมและซบหน้าลง และสง่าราศีของพระเยโฮวาห์ปรากฏแก่เขา 20:7 พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า 20:8 “จงเอาไม้เท้าและเรียกประชุมชุมนุมชน ทั้งเจ้าและอาโรนพี่ชายของเจ้าและบอกหินต่อหน้าต่อตาประชาชนให้หินหลั่งน้ำดังนั้นเจ้าจะเอาน้ำออกจากหินให้เขาดังนั้นแหละเจ้าจะให้น้ำแก่ชุมนุมชนและสัตว์ดื่ม” 20:9 โมเสสก็นำไม้เท้าไปจากหน้าพระพักตร์พระเยโฮวาห์ ดังที่พระองค์ทรงบัญชา 20:10 โมเสสกับอาโรนก็เรียกชุมนุมชนให้ไปพร้อมกันที่หิน โมเสสกล่าวแก่เขาว่า “เจ้าผู้กบฏจงฟัง ณ บัดนี้จะให้เราเอาน้ำออกจากหินนี้ให้พวกเจ้าดื่มหรือ” 20:11 และโมเสสก็ยกมือขึ้นตีหินนั้นสองครั้งด้วยไม้เท้า และน้ำก็ไหลออกมามากมาย ชุมนุมชนและสัตว์ของเขาก็ได้ดื่มน้ำ 20:12 พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า “เพราะเจ้ามิได้เชื่อเราจึงมิได้กระทำให้เราเป็นที่บริสุทธิ์ในสายตาของคนอิสราเอลเพราะฉะนั้นเจ้าจึงจะมิได้นำชุมนุมชนนี้เข้าไปในแผ่นดินซึ่งเราได้ให้แก่เขา” 20:13 น้ำนี้คือน้ำแห่งเมรีบาห์ เพราะว่าคนอิสราเอลได้ต่อว่าพระเยโฮวาห์ และพระองค์ทรงสำแดงความบริสุทธิ์ท่ามกลางเขา การเดินทางของอิสราเอลได้ผ่านพ้นช่วงเวลาต่างๆ ในถิ่นทุรกันดารมามาก กำลังก้าวเข้าสู่คานาอัน ซึ่งตั้งอยู่ตรงหน้า คนรุ่นเก่าๆ ทยอยตายลง จากการถูกคัดเลือกผ่านแต่ละเหตุการณ์ในถิ่นทุรกันดารตลอด […]

การสิ้นชีพของโมเสส

พระเจ้าเรียกโมเสสให้นำอิสราเอลออกจากอียิปต์เข้าสู่คานาอัน แสดงว่างานนี้จะเสร็จสิ้นเมื่อได้เข้าคานาอัน แต่ด้วยความผิดพลาดของโมเสส เขาจึงไม่ได้เข้าคานาอัน… แต่ถึงกระนั้นพระเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อโมเสสและเห็นแก่ชีวิตที่ทุ่มเทเดินติดตามพระเจ้าของเขาอย่างที่สุด พระเจ้าให้เขาได้เห็นในสิ่งที่พระองค์สัญญาว่าจะให้แก่ชนชาตินี้ และทรงรับเขาไป เขาตายบนภูเขาเนโบ ที่ๆ เขาได้พบกับพระเจ้าและตายในอ้อมกอดของพระเจ้า ทั้งที่ไม่มีใครเห็นเขาเลย พระเจ้าฝังเขาเอง ฉธบ.34:1-12 34:1 และโมเสสก็ขึ้นไปจากที่ราบโมอับถึงภูเขาเนโบ ถึงยอดเขาปิสกาห์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามเมืองเยรีโค และพระเยโฮวาห์ทรงสำแดงให้ท่านเห็นแผ่นดินนั้นทั้งหมด คือกิเลอาดจนถึงดาน 34:2 ทั้งนัฟทาลีทั่วหมด เห็นแผ่นดินเอฟราอิม และมนัสเสห์ ทั่วแผ่นดินยูดาห์ ไกลไปถึงทะเลที่อยู่ไกลออกไป 34:3 ทั้งทางใต้และที่ลุ่มในหุบเขาแห่งเมืองเยรีโค เมืองต้นอินทผลัม ไกลไปจนถึงโศอาร์ 34:4 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับท่านว่า “นี่คือแผ่นดินซึ่งเราได้ปฏิญาณต่ออับราฮัม ต่ออิสอัค และต่อยาโคบ ว่า ‘เราจะให้แก่เชื้อสายของเจ้า’ เราให้เจ้าเห็นกับตา แต่เจ้าจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินนั้น” 34:5 เหตุฉะนั้นโมเสสผู้รับใช้ของพระเยโฮวาห์จึงสิ้นชีวิตที่นั่นในแผ่นดินโมอับ ตามพระดำรัสของพระเยโฮวาห์ 34:6 และพระองค์ทรงฝังท่านไว้ในหุบเขาในแผ่นดินโมอับ ตรงข้ามเบธเปโอร์ จนถึงทุกวันนี้หามีผู้ใดรู้จักที่ฝังศพของท่านไม่ 34:7 เมื่อโมเสสสิ้นชีวิตนั้นท่านมีอายุหนึ่งร้อยยี่สิบปี นัยน์ตาของท่านมิได้มัวไป หรือกำลังของท่านก็ไม่ถอย 34:8 และคนอิสราเอลร้องไห้ถึงโมเสสที่ราบโมอับสามสิบวัน แล้ววันที่ร้องไห้ไว้ทุกข์ถึงโมเสสก็สิ้นลง 34:9 โยชูวาบุตรชายนูนมีจิตใจอันประกอบด้วยสติปัญญา เพราะโมเสสได้เอามือของท่านวางบนเขา […]

การทรงเรียกของโมเสส

อพย.3 3:1 ฝ่ายโมเสสเลี้ยงฝูงแพะแกะของเยโธรพ่อตาของเขา ผู้เป็นปุโรหิตของคนมีเดียน และท่านได้พาฝูงแพะแกะไปด้านหลังของถิ่นทุรกันดาร และมาถึงภูเขาของพระเจ้า คือโฮเรบ 3:2 ทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ก็ปรากฏแก่โมเสสในเปลวไฟซึ่งอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้ โมเสสจึงมองดูและดูเถิด พุ่มไม้นั้นมีไฟลุกโชนอยู่ แต่พุ่มไม้นั้นมิได้ไหม้โทรมไป 3:3 โมเสสจึงกล่าวว่า “ข้าจะแวะเข้าไปดูสิ่งแปลกประหลาดนี้ ว่าเหตุไฉนพุ่มไม้จึงไม่ไหม้” 3:4 และเมื่อพระเยโฮวาห์ทอดพระเนตรเห็นเขาเดินเข้ามาดู พระเจ้าจึงตรัสแก่เขาออกมาจากท่ามกลางพุ่มไม้นั้นว่า “โมเสส โมเสส” และโมเสสทูลตอบว่า “ข้าพระองค์อยู่ที่นี่” 3:5 พระองค์จึงตรัสว่า “อย่าเข้ามาใกล้ที่นี่ จงถอดรองเท้าของเจ้าออกเสีย เพราะว่าที่ซึ่งเจ้ายืนอยู่นี้เป็นที่บริสุทธิ์” 3:6 แล้วพระองค์ตรัสอีกว่า “เราเป็นพระเจ้าของบิดาเจ้า เป็นพระเจ้าของอับราฮัม เป็นพระเจ้าของอิสอัค และเป็นพระเจ้าของยาโคบ” และโมเสสปิดหน้าเสีย เพราะกลัวไม่กล้ามองดูพระเจ้า 3:7 และพระเยโฮวาห์ตรัสว่า “เราเห็นความทุกข์ของพลไพร่ของเราที่อยู่ในประเทศอียิปต์แล้ว และได้ยินเสียงร้องของเขา เพราะเหตุพวกนายงานของเขา ด้วยเรารู้ถึงความทุกข์ร้อนต่างๆของเขา 3:8 และเราลงมาเพื่อจะช่วยเขาให้รอดพ้นจากมือของชาวอียิปต์ และนำเขาออกจากประเทศนั้น ไปยังแผ่นดินที่อุดมกว้างขวาง เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ คือไปยังที่อยู่ของชาวคานาอัน คนฮิตไทต์ คนอาโมไรต์ คนเปริสซี คนฮีไวต์ และคนเยบุส 3:9 เพราะฉะนั้น […]

การจ่ายราคาแบบโมเสสและอับราฮัม

การจ่ายราคาแบบโมเสส กว่าโมเสสจะยอมจ่ายราคา ยอมก้าวตามที่พระเจ้าตรัสสั่งและเรียกเขา ต้องมีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์เป็นเสมือนมัดจำในความเชื่อก่อน –    พุ่มไม้เป็นไฟ –    ไม้เท้าเป็นงู –    ฟาโรห์องค์เดิมตาย –    ให้อาโรนมาพูดแทน พระเจ้าได้กุยทางให้โมเสสเป็นอย่างมากเพื่อให้เขาตอบสนองและเดินตาม แต่พัฒนาการด้านการจ่ายราคาของโมเสสก็พลิกชีวิตของเขา … จากเดิมต้องเห็นผลตอบแทน หรือได้รับอะไรกลับมาก่อนเขาจึงจะก้าว >> ก็เปลี่ยนเป็น >> แม้ยังไม่ได้อะไร ถ้าพระเจ้าตรัสเขาจะจ่ายออกไปก่อน เพื่อให้พระเจ้ารับรองเขา –    ต้องยกมือออกไปก่อน ทะเลจึงจะแหวกออก >> เขาเรียนรู้จักที่จะจ่ายราคา โดยการยื่นมือออกไปก่อน แทนการรอให้ทะเลแหวกเสียก่อนเขาจึงยอมยื่นมือออกไปและก้าวเท้าออกไป –    ต้องขึ้นภูเขาแยกตัวมาหาพระเจ้าก่อน จึงจะได้บัญญัติ 10 ประการ เพื่อชนอิสราเอล >> เขาก้าวขึ้นภูเขาของพระเจ้าในขณะที่ทรงเรียกทันที แทนที่จะรอให้รู้ก่อนว่าขึ้นไปจะได้อะไรกลับมา จะมีอะไรรออยู่ข้างหน้า แต่เขาไปเพราะเขาต้องการพบพระเจ้า การจ่ายราคาแบบอับราฮัม อับราฮัมเป็นคนที่ได้ชื่อว่า  “บิดาแห่งความเชื่อ”  เนื่องจากเขาเป็นผู้ที่พระเจ้าตรัสสั่งเขา โดยที่ไม่มีการให้อะไรกับเขาเป็นที่รับรอง (มัดจำ) ก่อนเลย  **แต่เขากลับก้าวเดินตามทันที**  แม้สิ่งที่พระเจ้าสัญญาจะยังมองไม่เห็น ไม่ว่าจะดินแดนพระสัญญาที่ไม่เคยรู้จัก , หรือการมีลูกหลานมากมายดุจดั่งดวงดาวในท้องฟ้า เม็ดทรายในทะเล ขณะที่ตนแก่มาก […]

เสียงของพระเจ้าต่อโมเสสเป็นอย่างไร

ในการทำหมายสำคัญทั้ง 10 ประการในอียิปต์ โมเสสได้ยินเสียงตรัสของพระเจ้าอย่างชัดเจน ถึงวิธีการและผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ถึงวันเวลาอย่างเจาะจง แต่ชนอิสราเอลไม่ได้ยินด้วย ในขณะที่โมเสสได้ยินเสียงตรัสของพระเจ้าในการแหวกทะเลแดง ประชากรอิสราเอลไม่ได้ยินด้วย ?? เสียงของพระเจ้าเป็นเช่นไรกัน ? เหตุไฉนคนหนึ่งได้ยิน แต่คนอีกจำนวนมากกลับไม่ได้ยิน ? จริงหรือที่บางคนเท่านั้นที่ได้ยินเสียงตรัสของพระเจ้า   เสียงของพระเจ้าต่อโมเสสเป็นอย่างไร *** แท้จริงเสียงตรัสของพระเจ้านั้นแผ่วเบาเหลือเกิน แต่มันกลับชัดเจนและหนักแน่น สำหรับคนที่วางใจและปรารถนาจะเชื่อฟังพระองค์ จนผลักดันความเชื่อภายในออกมา ในขณะนั้นยังไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ไม่มีอะไรให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างตามคำตรัส ดังนั้นสำหรับคนที่คิดมาก ใช้สารพัดตรรกะเพื่อลบล้างหมายจะไม่ต้องเชื่อฟัง ย่อมไม่มีทางได้เห็นหรือได้ทำอัศจรรย์เป็นแน่ ไม่มีใครลงทุนกับคนที่ไม่สามารถไว้วางใจได้ฉันใด คนที่ไม่สามารถวางใจในพระเจ้าได้ย่อมไม่ได้รับผลกำไรอันเป็นอัศจรรย์กลับมา *** ?? เราจะรู้ได้อย่างไร? ว่าคนๆ นี้ ได้ยินเสียงพระเจ้าจริง ก็ด้วยผลที่เกิดขึ้น ไม่มีใครได้ยินเสียงพระเจ้าตรัสกับโมเสสทั้งๆ ที่ทุกคนก็ยืนอยู่ตรงนั้น แต่ผลคือ…ทะเลแหวกออกเมื่อเขายื่นมือเหนือทะเล , ภัยพิบัติเกิดขึ้นทันทีที่เขาทำบางอย่าง เช่น โยนไม้เท้า , ตีน้ำ , ตีพื้นดิน , กล่าวถ้อยคำ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่มีใครทำเองได้ แม้นักมายากลระดับต้นๆ ของอียิปต์ยังพ่ายแพ้ เพราะมันไม่ได้มาจากมือมนุษย์ […]

เหตุผลที่ต้องวิงวอนต่อรองเพื่อผู้อื่น

เหตุใดที่ผู้วิงวอนบางคนทุ่มเทชีวิตเพื่อต่อรองกับพระเจ้าทั้งที่หลายต่อหลายครั้งไม่ใช่เรื่องของตนเอง เช่น อับราฮัมที่ร้องทูลต่อรองพระเจ้าเพื่อโสโดมโกโมรา , โมเสสที่ต่อรองกับพระเจ้าเพื่อชนอิสราเอล บางครั้งคนเหล่านี้เอาตัวเข้าแลกเพื่อให้พระเจ้าระลึกถึงและหันหลังกลับจากพระพิโรธด้วยพระเมตตาของพระองค์ แม้หลายครั้งพวกเขาเองก็รู้สึกไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ได้รับรู้ถึงบาปนั้นด้วยเช่นกัน ดั่งเห็นได้จากอับราฮัมก็เลือกที่จะไม่เอาตัวเข้าใกล้โสโดมด้วย นั่นเพราะเขารู้ถึงบาปนั้นและไม่อยากแม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้ด้วยซ้ำ หรือโมเสสเองก็เช่นกัน เขารังเกียจบาปที่ชนอิสราเอลทำจนกระทั่งโกรธบดเอาศิลา 2 แผ่นในมือให้พวกเขากิน และให้เลือกพระเจ้า พวกเขาต่างมีอารมณ์ความรู้สึกของตนเองทั้งสิ้น…แต่เหตุใดพวกเขากลับร้องทูลวิงวอนต่อรองกับพระเจ้าเพื่อบาปที่แม้แต่ตัวเอง ก็ยังรังเกียจ หัวใจเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ปฐก.18:17-33 17 พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “เราจะซ่อนสิ่งซึ่งเรากระทำจากอับราฮัมหรือ 18 ด้วยว่าอับราฮัมจะเป็นประชาชาติใหญ่โตและมีกำลังมากอย่างแน่นอน และบรรดาประชาชาติทั้งหลายในแผ่นดินโลกจะได้รับพระพรเพราะเขา 19 เพราะว่าเรารู้จักเขา เขาจะสั่งลูกหลานและครอบครัวของเขาที่สืบมา พวกเขาจะรักษาพระมรรคาของพระเยโฮวาห์ เพื่อทำความเที่ยงธรรมและความยุติธรรม เพื่อพระเยโฮวาห์จะประทานแก่อับราฮัมตามสิ่งซึ่งพระองค์ได้ตรัสไว้เกี่ยวกับ เขา” 20 พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “เพราะเสียงร้องของเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ดังมากและเพราะบาปของพวกเขาก็หนักเหลือเกิน 21 เราจะลงไปเดี๋ยวนี้ดูว่าพวกเขากระทำตามเสียงร้องทั้งสิ้นซึ่งมาถึงเราหรือไม่ ถ้าไม่ เราจะรู้” 22 บุรุษเหล่านั้นหันหน้าจากที่นั่นไปทางเมืองโสโดม แต่อับราฮัมยังยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์ 23 อับราฮัมเข้ามาใกล้ทูลว่า “พระองค์จะทรงทำลายคนชอบธรรมพร้อมกับคนชั่วด้วยหรือ 24 บางทีมีคนชอบธรรมห้าสิบคนในเมืองนั้น พระองค์จะทรงทำลายและไม่ละเว้นเมืองนั้นเพราะคนชอบธรรมห้าสิบคนที่อยู่ในนั้นด้วยหรือ 25 ขอพระองค์อย่ากระทำเช่นนี้เลย ที่จะฆ่าคนชอบธรรมพร้อมกับคนชั่ว และให้คนชอบธรรมเหมือนอย่างคนชั่ว ให้การนั้นอยู่ห่างไกลจากพระองค์ ผู้พิพากษาของทั่วแผ่นดินโลกจะไม่กระทำการยุติธรรมหรือ” 26 พระเยโฮวาห์ตรัสว่า […]

บทเพลงของโมเสสและมิเรียม

อพย.15:1-21 15:1 ขณะนั้นโมเสสกับชนชาติอิสราเอลร้องเพลงบทนี้ ถวายพระเยโฮวาห์ว่า “ข้าพเจ้าจะร้องเพลงถวายพระเยโฮวาห์ เพราะพระองค์ทรงได้ชัยชนะอย่างใหญ่หลวง พระองค์ทรงกวาดม้าและพลม้าลงในทะเล 15:2 พระเยโฮวาห์ทรงเป็นกำลังและเป็นบทเพลงแห่งข้าพเจ้า พระองค์ทรงเป็นผู้ช่วยให้ข้าพเจ้ารอด พระองค์นี่แหละเป็นพระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระองค์ ทรงเป็นพระเจ้าของบรรพบุรุษของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะยกย่องสรรเสริญพระองค์ 15:3 พระเยโฮวาห์ทรงเป็นนักรบ พระนามของพระองค์คือ พระเยโฮวาห์ 15:4 พระองค์ทรงเหวี่ยงรถรบ และโยนพลโยธาของฟาโรห์ลงในทะเล นายทหารรถรบชั้นยอดของฟาโรห์ก็จมในทะเลแดง 15:5 น้ำท่วมเขา เขาจมลงในทะเลที่ลึกประดุจก้อนหิน 15:6 โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงอานุภาพยิ่ง โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ฟาดศัตรูแหลกเป็นชิ้นๆ 15:7 ด้วยเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์ทรงคว่ำปฏิปักษ์ของพระองค์เสีย พระองค์ทรงใช้พระพิโรธของพระองค์เผาผลาญเขาเสียอย่างตอฟาง 15:8 โดยลมที่ระบายจากช่องพระนาสิกน้ำก็ท่วมสูงขึ้นไป น้ำก็ท่วมท้นสูงขึ้น น้ำก็แข็งขึ้นในท้องทะเล 15:9 พวกข้าศึกกล่าวว่า ‘เราจะติดตาม เราจะจับให้ทัน เราจะริบสิ่งของมาแบ่งปันกัน เราจึงจะพอใจที่ได้กระทำกับพวกนั้นดังประสงค์ เราจะชักดาบออก มือเราจะทำลายเขาเสีย’ 15:10 พระองค์ทรงบันดาลให้ลมพัดมา น้ำทะเลก็ท่วมเขามิด เขาจมลงในกระแสน้ำอันไหลแรงนั้นเหมือนตะกั่ว 15:11 โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ […]

การเชื่อฟัง…แม้รู้อยู่ว่าอุปสรรคใดรออยู่

อพย.7:1-6 7:1 พระเยโฮวาห์จึงตรัสกับโมเสสว่า “ดูซี เราได้ตั้งเจ้าไว้เป็นดังพระเจ้าต่อฟาโรห์ และอาโรนพี่ชายของเจ้าจะเป็นผู้พยากรณ์แทนเจ้า 7:2 เจ้าจงบอกข้อความทั้งหมดที่เราสั่งเจ้า แล้วอาโรนพี่ชายของเจ้าจะบอกแก่ฟาโรห์ให้ปล่อยชนชาติอิสราเอลออกไปจากแผ่นดินของเขา 7:3 เราจะทำให้ใจของฟาโรห์แข็งกระด้างไป และเราจะกระทำหมายสำคัญและมหัศจรรย์ของเราให้ทวีมากขึ้นในประเทศอียิปต์ 7:4 แต่ฟาโรห์จะไม่เชื่อฟังเจ้า เพื่อเราจะยกมือของเราขึ้นเหนือประเทศอียิปต์ และจะพาพลโยธาของเรา และชนชาติอิสราเอลพลไพร่ของเราให้พ้นจากแผ่นดินอียิปต์ด้วยการพิพากษาอัน ใหญ่หลวง 7:5 และชาวอียิปต์จะรู้ว่าเราคือพระเยโฮวาห์ เมื่อเราได้ยกมือขึ้นเหนืออียิปต์ และพาชนชาติอิสราเอลออกจากพวกเขา” 7:6 โมเสสและอาโรนก็กระทำตามนั้น คือกระทำตามที่พระเยโฮวาห์ทรงบัญชาเขา โมเสสและอาโรนรู้ทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น ว่า แม้เขาจะอ้างนามพระยาเวห์ ฟาโรห์ก็ยังคงใจแข็งกระด้าง เพราะพระเจ้าเป็นผู้ทำเอง 1. แม้รู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทางข้างหน้าต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง อุปสรรคใดบ้างที่รออยู่ แต่เขาทั้ง 2 ต้องเชื่อฟังทำตามพระเจ้าตรัสทุกประการ 2. แม้เขาทั้ง 2 รู้อยู่เต็มอกแต่แรกแล้วว่า หากฟาโรห์ใจแข็ง เขาต้องเจอศึก 2 ด้านคือฟาโรห์หมายเอาชีวิตและอีกด้านคือชนอิสราเอล ที่คาดคั้นคำตอบของพระเจ้าจากพวกเขา แต่เขาก็ยังต้องเดินตามทางที่พระเจ้าตรัสสั่งไว้ด้วยใจเชื่อฟัง ทำตามทุกประการ 04/03/2013 23:00