สวรรค์ : การเปิดเผยเพื่อปี 2013

By | 2014/01/25

เมื่อประตูบานใหญ่กว่าตัวหลายสิบเท่า (ขนาดที่แม้เอาคนหลายสิบคนมาดันก็ไม่รู้มันจะเปิดออกได้อย่างไร)ได้เปิดออกเอง ตัวที่แสนจิ้ดริดอย่างข้าพเจ้าก็ชะโงกหน้าผ่านช่องประตูที่เปิดออกเข้าไปดูว่าข้างในเป็นอย่างไร แต่กลับมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืดสนิท ครั้นจะถอยหลังก็ได้ยินเสียงดังกึกก้องว่าภายในประตูนั้นดังสวนออกมา

“จงก้าวเข้ามา” เสียงนี้ดังกังวานจนชัดเจนมาก ใจหนึ่งของข้าพเจ้าคิดว่าไม่เห็นมีอะไรเลยจะก้าวเข้าไปทำไม มืดก็มืดมองอะไรก็ไม่เห็น แต่ไม่สามารถปฏิเสธเสียงนั้นได้ นอกจากจะดังกึกก้องแล้วยังชัดเจน เป็นเสียงที่คุ้นเคยที่ตัวข้าพเจ้าเองมักได้ยินเสมอๆ และมั่นใจว่าเสียงนี้เป็นมิตร นั่นคือ เสียงขององค์พระเยซู ผู้ที่เรานั่งคุยกันอยู่ทุกๆวัน ผู้ที่เราสัมพันธ์กันทุกๆ เวลา รู้และมั่นใจเช่นนั้นแล้ว จึงตัดสินใจก้าวเท้าเข้าสู่ประตูบานใหญ่ที่ภายในมองเข้าไปอัดแน่นไปด้วยความมืด…

ทันทีที่เท้าของข้าพเจ้าก้าวเข้าสู่พื้นที่ด้านในของประตูความมืดก็ได้มลายหายไปอย่างอัศจรรย์ แล้วการปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบสีขาวขุ่นมัวก็แทนที่ สายน้ำหลั่งไหลมาจากไหนไม่รู้ทุกทิศทางเข้ามาสัมผัสกับปลายเท้าค่อยๆ เพิ่มระดับจากปลายเท้าขึ้นมาจนกระทั่งมิดกระตุ่มและเลยมาประมาณเกือบครึ่งน่อง สายน้ำนี้ช่างใสเหลือเกินใสจนกระทั่งเห็นแม้แต่เส้นเลือดที่ขาและเท้าของตัวเองอยู่ในน้ำ ความรู้สึกเย็นสบายและสดชื่นได้เข้าแทนที่ความลังเล ข้าพเจ้ายืนแช่อยู่อย่างนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหนทั้งสิ้น สักพักก็ได้ยินเสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้ง

“ลูกหญิงของเราเอ๋ย จงก้าวเข้ามาอีก” เสียงพระเยซูทรงตรัสอีกครั้ง แต่ยังมองไม่เห็นพระองค์เลย ด้วยเมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่รายรอบตัวจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลยนอกเสียจากเวลาที่ก้มมองดูน้ำที่เท้าของตนเองเท่านั้นที่ชัดเจน แต่คราวนี้ข้าพเจ้าไม่อิดออดเลย ก้าวออกไปด้วยความมั่นใจว่าจะตามเสียงนั้นไปจนถึงต้นทางของเสียงเรียก ทันทีทันใดที่เริ่มก้าวเท้าออกทางข้างหน้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกก็ถูกแหวกออกและเปลี่ยนเป็นทอแสงสีทองเหลืองส้มอร่ามดุจดังดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นจากภูเขาและเส้นขอบทะเล แต่ความสว่างนั้นสดใสกว่าหลายร้อยหลายพันเท่า เป็นแสงสีทองที่ทอตามเส้นทางทำให้เห็นเส้นทางที่จะก้าวเดินออกไปได้อย่างชัดเจน ไม่เพียงเท่านั้นข้าพเจ้าก้มหน้ามองดูที่สายน้ำ สายน้ำใสปิ้งได้กลายเป็นสายน้ำสีทองที่เป็นเหมือนทองคำที่กำลังถูกหลอมอยู่ในเตาไฟ แต่มันไม่ร้อนเลยสักนิดกลับรู้สึกเย็นสบายและโล่งกว่าเดิมเสียอีก คราวนี้แหละการก้าวต่อไปก็เต็มไปด้วยความมั่นใจ มองไปข้างหน้าเห็นร่างคนๆ หนึ่งกำลังยืนรออยู่ ….นั่นเอง!! ต้นเสียงที่ร้องเรียกให้ข้าพเจ้าก้าวเข้าไปหา

องค์พระเยซูทรงยืนรอด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น ใบหน้าของพระองค์บ่งบอกว่ารักและภูมิใจในตัวของข้าพเจ้ามาก แม้จะยังไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาจากปากของพระองค์อีกครั้ง แต่เวลานั้นเองที่ข้าพเจ้าเร่งฝีเท้าอยากไปให้ใกล้และถึงพระองค์เร็วยิ่งขึ้น แต่อีกใจนึงก็รู้สึกถึงความสบายและอบอุ่นอยากจะแช่อยู่อย่างนี้ อยากจะนั่งลงแทนการก้าวเดินเสียจริงๆ แต่ก็ไม่สามารถหยุดเท้าของตัวเองได้เพราะใจมันปรารถนาและพุ่งตรงไปที่พระเยซูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งบังคับให้ฝีเท้ายิ่งเร่งๆเข้าไป …

พระเยซูผู้ที่ยืนรออยู่ ทรงรับข้าพเจ้าไว้ด้วยความรักที่มั่นคงเหลือเกิน ทรงจูงมือและตรัสว่า “เดินไปด้วยกันกับเรา จงรับให้มากเท่าที่เจ้าต้องการ เพื่อให้เพียงพอต่อกำลังของเจ้า” ระหว่างทางที่เดินซึ่งไม่ได้ยาวมากนัก ข้าพเจ้ารู้สึกและสัมผัสว่าตัวเองได้รับกำลังใหม่ที่พุ่งเข้ามาปะทะและอัดแน่นกันกระโจนเข้ามาที่ร่างกาย จิตใจ ความคิด และเข้าสู่จิตวิญญาณอย่างเต็มที่ โดยที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่ขณะนั้นกำลังเดินจูงมือกับพระเยซู เวลานั้นเองที่ร่างกายฝ่ายกายภาพได้รับรู้เสียแล้วว่าตนเองกำลังอยู่บนสวรรค์กับพระเยซู ภายในจิตใจเสมือนมีบางอย่างเป็น sign บอกให้รู้ว่าเตรียมตัวให้ดี พระเยซูจะตรัสและสำแดงบางอย่าง สักครู่หนึ่งการเดินจูงมือกันกับพระเยซูก็ถึงทางที่เป็นดั่งหุบเหว ตัดเส้นทางลงไปลึก เท้าไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป
ข้าพเจ้าถามพระเยซูว่า : “พระองค์เจ้าข้า ในสวรรค์นี้มีเหวด้วยหรอคะ มันอันตรายมากเลยนะเนี่ยะ”

พระองค์ตรัสตอบว่า : “ที่เป็นเหวตัดตรงหน้าของเจ้าเพื่อไม่ให้เจ้าเดินต่อไปได้อีก” ขณะนั้นหน้าของพระเยซูดูจริงจังและเต็มไปด้วยความหนักแน่นอย่างมาก ทรงตรัสต่อว่า “จงมองดูสิ่งที่เราจะสำแดงแก่เจ้า จงรับรู้และเฝ้าระวัง เจ้าจะได้เห็นในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นปีข้างหน้านี้บนโลกของเจ้า เจ้าต้องเร่งรีบในการอธิษฐานและระมัดระวังตัวของเจ้าเป็นอย่างดี จงอธิษฐานอย่างหนักเคียงข้างกับเรา เจ้าจงบอกต่อในสิ่งที่เจ้าเห็นแต่ห้ามบอกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นจนกว่าวาระนั้นจะมาถึง ซึ่งเราจะบอกเจ้าเอง เราจะเรียกเจ้าออกมาเพื่อรับกำลังจากเรา เพราะสิ่งที่เจ้าต้องเผชิญเป็นเรื่องของสวรรค์และรอยต่อของโลกกับสวรรค์ที่เรียกว่ามิติฝ่ายวิญญาณ เมื่อเจ้าเข้ามาเจ้าจะได้พักและรับกำลัง อย่าได้วุ่นวายจนเข้ามาไม่ได้ มิเช่นนั้นเจ้าจะไม่มีแรงและกำลังในการผ่านไป”

เมื่อสิ้นสุดคำตรัสภาพการสำแดงก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าข้าพเจ้ากลางหุบเหวที่ไม่มีพื้นดินรองรับ…เนื้อความเป็นดังนี้

“ปี 2013 ภัยพิบัติจะไม่เกิดขึ้นดังเช่นปีที่ผ่านมาอีก แต่จะเป็นการสงครามเกิดขึ้น โดยเฉพาะสงครามการเมืองและการเงิน ระบบเศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วนด้วยการแข่งขันที่มากขึ้นและหาข้อตกลงร่วมกันไม่ได้จนกระทั่งสงครามจะเกิดขึ้น การสงครามจะเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ ทั่วทุกแห่งหน ทั้งระดับโลก ระดับประเทศ และระดับครัวเรือน แต่ชนชาติอิสราเอลจะได้รับการปกป้องอย่างอัศจรรย์ให้รอดพ้นเพื่อนำการคืนดีกลับมาสู่โลกผ่านชนชาติที่เราเรียกอีกครั้ง ประชาชาติจะได้เห็นดังที่เคยได้เห็น ได้ยินถึงพระราชกิจของพระเจ้ามาแล้วอีกครั้งหนึ่ง… คริสตจักรจะเกิดการเปิดประตู ประตูหน้าคือประตูแห่งการก้าวเข้าสู่คริสตจักร คริสตจักรต่างๆ จะมีผู้คนหลั่งไหลกันมาเชื่อพระเจ้า ปริมาณผู้รับเชื่อจะมากมาย แต่ประตูหลังก็ถูกเปิดออกเช่นกันคือ คนที่เชื่ออยู่แล้วจะหลั่งไหลออกจากคริสตจักร ด้วยเหตุที่ความเชื่อจะหลากหลาย ความรู้จะแทนที่บัญญัติและหลักการพระคัมภีร์ จะเกิดบรรดาองค์ความรู้ผสมผสานขึ้นมากมายเพื่อทำให้ตนเองโดดเด่น แต่ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานพระคำและไม่ได้กอดรัดพระคำไว้จะหลงไปกับองค์ความรู้ที่ดูดีมีหลักการ แต่ปราศจากการรับรองจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้เชื่อจะเดินออกประตูคริสตจักรเพราะความรู้ที่เข้ามาได้เปิดประตูหลังไว้ให้กับผู้ที่ไม่มั่นคงและไม่เข้าใจพระคัมภีร์อย่างแท้จริง ผู้คนจะชื่นชอบกับความรู้มากกว่าหลักการเพราะเขาไม่นิยมในการศึกษาพระคัมภีร์ด้วยตนเอง แต่นิยมการนั่งฟังแบบเล่าต่อๆกันมา”

ในตอนนี้เองที่ภาพซ้อนเกิดขึ้นมา เป็นภาพของข้าพเจ้าเองที่นั่งคุกเข่ากอดบัญญัติของโมเสสที่เป็นแผ่นหินใหญ่มาก ตัวข้าพเจ้าเหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียวร้องกอดมันไว้ เหมือนคนที่กำลังจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป…กายฝ่ายเนื้อหนังของข้าพเจ้าร้องไห้ร่วมด้วยกับมิติฝ่ายวิญญาณที่เหมือนใจจะขาด และพร่ำร้องว่า “อย่าพรากจากข้าพเจ้าไป ขออย่าให้ข้าพระองค์ทอดทิ้งมันเลย ขออย่าห่างไปจากข้าพระองค์เลย ช่วยด้วย”

ถึงตอนนี้พระเยซูตรัสกับข้าพเจ้าว่า “ลูกหญิงเอ๋ย… จงรับกำลังมากเท่าที่เจ้าต้องการ แผ่นดินสวรรค์จะถูกเชื่อมกับแผ่นดินโลกมากเท่าที่เจ้าปรารถนาในชีวิตและครัวเรือนของเจ้า เพราะเจ้าเองอธิษฐานต่อเราเสมอว่าขอแผ่นดินสวรรค์มาตั้งอยู่ในชีวิตและครัวเรือนของเจ้า เราเป็นพระเจ้าที่ฟังเสียงของเจ้า พระบิดาทรงประทานสิ่งนี้ให้กับเจ้าเป็นสิทธิที่เจ้าจะได้รับเสมอเมื่อเจ้าต้องการ จงรับกำลังและก้าวเข้าสู่แผ่นดินสวรรค์ที่เชื่อมต่อกับตัวเจ้าและครัวเรือนของเจ้าได้ตลอดเวลา” ข้าพเจ้าแช่อยู่กับพระเยซูอยู่ตรงนั้นไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนจนกระทั่งรู้สึกมั่นใจและเต็มอิ่ม

091212

0Shares