Tag Archives: พระพร

พระพรที่ไม่ได้นับ

อันที่จริงคนเรามีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวมากมาย จนบางครั้งกลายเป็นความเคยชินเคยด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านั้นก็นับเป็นพระพรที่แสนดีที่พระเจ้าทรงประทานให้เราอย่างสัตย์ซื่อ พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อที่จะอวยพรเราในแต่ละวัน แต่ละเรื่อง แต่หลายๆ ครั้งเราเองทุ่มเทความคิด การจดจ่อไปไว้ที่บางสิ่ง บางอย่าง ที่ตนเองปรารถนา จนมองข้าม หรือ หลงลืมสิ่งดีที่เกิดขึ้นในปกติชีวิตของเรา   พระพรที่ไม่ได้นับ   พระพรที่ไม่ได้นับ คืออะไรบ้าง  ร่างกายที่แข็งแรง  การลืมตาตื่นขึ้นในทุกเช้าวันใหม่  การมีครอบครัวที่แสนดีเคียงข้าง พ่อ แม่ พี่น้อง บุตรหลาน สามีภรรยา  ไม่มีโรคร้ายเกิดขึ้นกับร่างกาย  มีงานให้ทำ และ รับผิดชอบ  มีอาหารให้กิน  มีที่ให้นอนอย่างอบอุ่น เย็นสบาย และปลอดภัย  และอื่นๆ อีกมากมาย พระพรของพระเจ้ามีหลายด้าน หลายมิติ หากเราฝึกฝนตนเองให้หัดเป็นคนที่นับพระพรบ่อยๆ เราจะสามารถเชื่อ วางใจในพระเจ้าได้อย่างไม่สั่นคลอนง่ายๆ เพราะเราจะเห็นได้ว่าที่ผ่านๆ มาพระคุณพระเจ้ามากมายสักเพียงใดในชีวิตตน และ จะเห็นได้ว่า พระเจ้ารักตนเองมากมายขนาดไหน […]

วิถีชีวิตกำหนดพระพร

•    มีคนจำนวนมากที่เชื่อพระเจ้า แต่มีคนจำนวนน้อยที่เชื่อฟังพระเจ้า •    มีคนจำนวนมากอ่านพระคัมภีร์  แต่มีคนจำนวนน้อยที่ทำตามพระคัมภีร์ •    มีคนจำนวนมากอยากได้รับการอวยพร แต่มีคนจำนวนน้อย ที่ดำเนินชีวิต ให้เข้าเงื่อนไขพระพร •    มีคนจำนวนมากไม่อยากถูกแช่งสาบ แต่มีคนจำนวนน้อยที่ดำเนินชีวิต ไม่เกี่ยวข้องกับคำแช่งสาป การไม่ได้ระวังรักษาชีวิตเป็นอย่างดี การทำสิ่งต่างๆ โดยไม่ได้คิดคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หรือการดำเนินชีวิตโดยขาดการยั้งคิด สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อพระพร ทั้งด้านปริมาณ และด้านคุณภาพ พระพรด้านปริมาณ หมายถึง จำนวนพระพร ความถี่ของพระพร พระพรด้านคุณภาพ หมายถึง ขนาดของพระพรที่ได้รับเมื่อเทียบกับพระสัญญา หมายรวมถึง ความครบถ้วนทั้งด้านกายภาพ จิตใจ และจิตวิญญาณ มัทธิว 13:1-9 1 ในวันนั้นพระเยซูเสด็จจากบ้านไปประทับที่ชายทะเลสาบ 2 มีมหาชนมาหาพระองค์ พระองค์จึงเสด็จลงไปประทับในเรือ และฝูงชนทั้งหมดก็ยืนอยู่บนฝั่ง 3 แล้วพระองค์ก็ตรัสกับเขาทั้งหลายเป็นอุปมาหลายเรื่อง เป็นต้นว่า “นี่แน่ะ มีผู้หว่านคนหนึ่งออกไปหว่านพืช 4 และเมื่อเขาหว่าน เมล็ดพืชก็ตกตามหนทางบ้าง แล้วนกก็มากินเสีย 5 บ้างก็ตกในที่ซึ่งมีพื้นหิน มีเนื้อดินน้อย จึงงอกขึ้นอย่างเร็วเพราะดินไม่ลึก 6 […]

นิยามของพระพร

พระพร คือ สิ่งที่พระเจ้าทำหรือมอบให้แก่เรา ทั้งทางกายภาพ จิตใจ และจิตวิญญาณ แม้หลายครั้งสิ่งเหล่านั้นอาจดูไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจของเรา หลายครั้งอาจจะยังไม่เข้าใจสิ่งเหล่านั้น บางครั้งก็ดูเหมือนไม่ใช่สิ่งดีเสียทีเดียว แต่พระเจ้าผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด ดุจแก้วตาดวงใจ ทรงตั้งและเรียกว่าเราบุตรที่รัก ย่อมจัดเตรียมและมอบแต่สิ่งที่ดีให้แก่เราเป็นแน่ มธ.7:9-11 7:9 ในพวกท่านมีใครบ้างที่จะเอาก้อนหินให้บุตร เมื่อเขาขอขนมปัง 7:10 หรือให้งูเมื่อบุตรขอปลา 7:11 เหตุฉะนั้น ถ้าท่านทั้งหลายเองผู้เป็นคนชั่ว ยังรู้จักให้ของดีแก่บุตรของตน ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใดพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์จะประทานของดีแก่ผู้ที่ขอจากพระองค์ แต่หลายครั้ง การจำกัดความ คำว่า “พระพร” มักใช้อารมณ์ของตนเป็นที่ตั้ง ว่าตอบสนองความพึงพอใจของเรามากแค่ไหน ทำให้หลายครั้งมองไม่เห็นพระคุณของพระเจ้า และหลายครั้งพระคุณก็ซ้อนพระคุณด้วยซ้ำ เมื่อเป็นดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีใจหลงลืมพระคุณพระเจ้าได้อย่างง่ายๆ แม้จะผ่านพระพรหรือ การอัศจรรย์ ที่มีประสบการณ์ตรงมามากเพียงใดแล้วก็ตาม ยอห์น 1:16 เพราะเราได้รับ‍พระ‍คุณซ้อนพระ‍คุณจากความบริ‌บูรณ์ของพระ‍องค์   นิยามของพระพร   การหมั่นนับพระพร เพื่อ   1. ให้ระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าเคยกู้หรือเคยทำกับเรา เพื่อเรามาแล้วในอดีต เพื่อจะไม่หลงลืมง่ายๆ   2. เป็นดั่งสัญญาณเตือนให้รู้ตัวเสมอว่า พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ รักเรา และทรงฤทธิ์อาญช่วยเราได้เพียงใด […]

เชื่อแล้วเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

เพราะเชื่อจึงได้รับ แต่เมื่อได้รับแล้วกลับไม่เชื่อว่าที่ได้มาเพราะความเชื่อ หรือพระเจ้าให้ สุดท้ายย้อนกลับมาที่ไม่เชื่อ ทำให้การได้รับนี้สิ้นสุดลงที่ตรงนี้ = ไม่เชื่อแต่แรกแล้ว พระเจ้าพิสูจน์พระองค์เองว่าทรงสัตย์ซื่อในการอวยพรตามความเชื่อเสมอ แต่เมื่อได้รับแล้ว ผู้ที่สงสัยกลับลบล้างสิ่งที่พระเจ้าให้ด้วยความสงสัยว่า…นั่นมาจากพระเจ้าจริงหรือ? คิดสงสัยว่าไม่ได้มาจากพระเจ้า … ความคิดนี้ทำให้ลบล้างความเชื่อเริ่มต้นเสียสิ้น ดังนั้นที่ควรได้รับจึงสิ้นสุด การไปต่อก็สิ้นสุดด้วย เพราะไม่มีความเชื่อแล้ว แต่คนที่เชื่อแล้วได้รับ แล้วมั่นใจว่าที่ตนได้รับมา จากพระเจ้า เชื่อในสิ่งที่พระจ้าทำ ทำให้ความเชื่อต่อยอดความเชื่อ จึงได้รับพระพรต่อยอดพระพร ไม่สิ้นสุด ได้แล้วได้อีก ยิ่งได้ยิ่งเชื่อ ยิ่งเชื่อยิ่งได้รับ เป็นเหมือนวงกลมที่ส่งต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด   เชื่อแล้วเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า 29/05/2014 13:42

สิทธิอำนาจพื้นฐานที่พระเจ้าใส่ให้ทุกคน

แท้จริงพระเจ้าให้สิทธิการครอบครองกับมนุษย์ ไว้หลายสิ่งมากมายบนแผ่นดินโลกนี้ แต่การได้ครอบครองไว้ในมือของตนนั้น ก็ตามแต่ว่าใครจะสามารถฉวยและคว้ามาเป็นของตนเองได้มากแค่ไหน ด้วยเงื่อนไขชีวิตแต่ละด้านที่สัมพันธ์ตรงกับสิ่งนั้นๆ หากแต่สิ่งที่พระเจ้าให้กับเราไว้ในครอบครองอยู่แล้ว อยู่ในอำนาจของเราอยู่แล้ว แต่กลับไม่สามารถจัดการและควบคุมมันให้อยู่มือ … แทนที่จะครอบครองมัน กลับปล่อยให้มันมีอิทธิพลและส่งผลเสียมากมายต่อชีวตของเรา และเกียรติของพระเจ้า  ก็เป็นการยากที่จะได้ครอบครองในสิ่งที่มากขึ้น  เนื่องจากแค่สิ่งที่มีอยู่ในมือยังไม่สามารถทำได้ แล้วจะหวังอะไรกับสิ่งที่มากขึ้นได้หรือ? หากสิ่งที่มีอยู่ภายในมือ ยังไม่สามารถครอบครองได้ แล้วจะครอบครองสิ่งภายนอกได้หรือ ? พระเจ้าออกแบบการสร้างอย่างเป็นระบบระเบียบขั้นตอน รวมถึงการขยายขอบเขตการครอบครองในชีวิตของเราด้วยเช่นกัน ต้องเป็นไปทีละขั้นทีละตอน ขยายวงกว้างออกมากขึ้นเรื่อยๆ จากเล็กไปใหญ่  , จากแคบไปกว้างและกว้างมากขึ้นๆ *** อย่างน้อยที่สุด พระเจ้าได้ให้เราแต่ละคนมีสิทธิอย่างเต็มขนาดในการครอบครองร่างกายของเรา ปาก หู ลิ้น จมูก มือ เท้า… ทุกส่วนของเรา แต่หลายครั้งกลับปล่อยปละละเลย ไม่สนใจที่จะครอบครองร่างกายของตนเอง เช่น ปล่อยให้ลิ้นสามารถนำความเสียหาย ด้วยการอยากพูดอะไรก็ได้  ทั้งเป็นแง่ลบ นำคำแช่งสาปก็ไม่สนใจ… สักแต่ว่าอยากจะใช้ปากเท่านั้น  และพระเจ้าก็ทำให้เห็นว่า… สิทธิอำนาจที่พระเจ้ามอบให้เราครอบครองนั้นเป็นจริง ด้วยการ กล่าวสิ่งใดได้สิ่งนั้น , หว่านอะไรเกี่ยวสิ่งนั้น หลายครั้งใช่ว่าเราไม่รู้ความจริงนี้ แต่… ไม่ตระหนักและไม่สนใจที่จะยึดสิ่งที่เป็นของเราไว้อย่างแน่นหนา   สิทธิอำนาจพื้นฐานที่พระเจ้าใส่ให้ทุกคน […]

การจ่ายราคาแบบโมเสสและอับราฮัม

การจ่ายราคาแบบโมเสส กว่าโมเสสจะยอมจ่ายราคา ยอมก้าวตามที่พระเจ้าตรัสสั่งและเรียกเขา ต้องมีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์เป็นเสมือนมัดจำในความเชื่อก่อน –    พุ่มไม้เป็นไฟ –    ไม้เท้าเป็นงู –    ฟาโรห์องค์เดิมตาย –    ให้อาโรนมาพูดแทน พระเจ้าได้กุยทางให้โมเสสเป็นอย่างมากเพื่อให้เขาตอบสนองและเดินตาม แต่พัฒนาการด้านการจ่ายราคาของโมเสสก็พลิกชีวิตของเขา … จากเดิมต้องเห็นผลตอบแทน หรือได้รับอะไรกลับมาก่อนเขาจึงจะก้าว >> ก็เปลี่ยนเป็น >> แม้ยังไม่ได้อะไร ถ้าพระเจ้าตรัสเขาจะจ่ายออกไปก่อน เพื่อให้พระเจ้ารับรองเขา –    ต้องยกมือออกไปก่อน ทะเลจึงจะแหวกออก >> เขาเรียนรู้จักที่จะจ่ายราคา โดยการยื่นมือออกไปก่อน แทนการรอให้ทะเลแหวกเสียก่อนเขาจึงยอมยื่นมือออกไปและก้าวเท้าออกไป –    ต้องขึ้นภูเขาแยกตัวมาหาพระเจ้าก่อน จึงจะได้บัญญัติ 10 ประการ เพื่อชนอิสราเอล >> เขาก้าวขึ้นภูเขาของพระเจ้าในขณะที่ทรงเรียกทันที แทนที่จะรอให้รู้ก่อนว่าขึ้นไปจะได้อะไรกลับมา จะมีอะไรรออยู่ข้างหน้า แต่เขาไปเพราะเขาต้องการพบพระเจ้า การจ่ายราคาแบบอับราฮัม อับราฮัมเป็นคนที่ได้ชื่อว่า  “บิดาแห่งความเชื่อ”  เนื่องจากเขาเป็นผู้ที่พระเจ้าตรัสสั่งเขา โดยที่ไม่มีการให้อะไรกับเขาเป็นที่รับรอง (มัดจำ) ก่อนเลย  **แต่เขากลับก้าวเดินตามทันที**  แม้สิ่งที่พระเจ้าสัญญาจะยังมองไม่เห็น ไม่ว่าจะดินแดนพระสัญญาที่ไม่เคยรู้จัก , หรือการมีลูกหลานมากมายดุจดั่งดวงดาวในท้องฟ้า เม็ดทรายในทะเล ขณะที่ตนแก่มาก […]

เงื่อนไขชีวิต

ลักษณะชีวิตที่รับพร คนจำนวนมากไม่เข้าใจเรื่องการรับคำเผยวจนะ หรือพระสัญญาของพระเจ้าที่มาถึงตนเอง แท้จริงพระสัญญาของพระเจ้ามีเงื่อนไขในการรับเสมอ พระพรต้องมีเงื่อนไข พระคุณให้เปล่าๆ หากชีวิตไม่ผ่านเงื่อนไขการรับพระพรแล้ว ก็เปรียบเสมือนฝนที่เทลงมา แต่คนๆ นั้นขาดซึ่งภาชนะในมือที่จะเก็บฝนไว้ใช้ได้ ดังนั้นเมื่อฝนหยุดตก เขาก็ไม่ได้รับอะไร เว้นเสียแต่ความชุ่มฉ่ำ หรือในทำนองเดียวกัน การที่ตนเองไม่สามารถกักเก็บฝนนั้นไว้ได้ หาใช่ว่าฝนไม่ตก เหตุไฉนจึงคิดไปว่าพระเจ้าไม่อวยพร หรือคิดไปว่าพระสัญญาของพระองค์ไม่เป็นจริง แทนการตรวจสอบตนเอง เพื่อกลับใจใหม่เล่า เพราะเมื่อเรารู้แล้วว่าชีวิตเราบกพร่องหรือขาดส่วนใดที่ทำให้เราไม่สามารถรับพระพรของพระเจ้าได้ ก็เป็นการดีเสียยิ่งกว่าที่จะเริ่มต้นใหม่ เพื่อครั้งต่อไปพระพรนั้นจะไม่สูญเปล่าดังที่ผ่านมา บางคนมักคิดว่า หากพระเจ้าจะอวยพร ก็ทำไปสิ ส่วนของฉันจะดำเนินชีวิตแบบนี้หละ แน่หละ…รางวัลมีไว้สำหรับผู้ชนะเท่านั้น นั่นหมายถึงเมื่อคุณสมบัติของเราเข้าข่ายการอวยพรของพระเจ้า มีหรือจะทรงยับยั้งพระพรไว้???   พระพรของพระเจ้าจะไม่ช้าอยู่   120214

ธงชัยแห่งพระพร

อิสราเอลก้าวออกจากอียิปต์เพราะความหมดสิ้นหวังในชีวิตก็จริง แต่เขาก็รู้ว่าระหว่างทางเพื่อไปยังเป้าหมายคือคานาอันนั้น มีอะไรรอคอยระหว่างทางบ้าง การย้ายถิ่นฐาน การต้องต่อสู้กับอียิปต์เพื่อออกจากที่มั่นเดิม การยึดดินแดน การสู้รบและอื่นๆ รอคอยเขาอยู่เช่นกัน แต่หากไม่ข้ามทางเหล่านี้ไปก็จะถึงคานาอันไม่ได้เลย บางช่วงเวลาความไม่พร้อมและอิดออดของเรา ทำให้พระเจ้าจำต้องเลื่อนเวลาออกไปเพื่อขัดเกลาเราจนถึงเวลาที่สุกงอม ใจยอมจำนน ชีวิตยอมรับวิถีทาง แผนการณ์ น้ำพระทัยพระเจ้าและตัดสินใจก้าว แต่หากพวกเขาตัดสินใจแต่เฮือกแรกก็ใช้เวลาเพียง 11 วันแทน 40 ปี จุดเริ่มต้นในการก้าวของเราแต่ละคนคงแตกต่างกันออกไป และแน่นอนระหว่างทางการเดินไปสู่เป้าหมายของเราแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เป้าหมายยังคงรอคอยเราอยู่ตรงนั้น แต่ระยะทางที่เท่าเดิมอาจใช้เวลายาวนานหรือหดสั้นลงก็ตามแต่สิ่งที่ติดพันนัวเนียในชีวิตของเรานั่นเอง ที่ต้องถูกจัดการและลิดออก เพื่อเมื่อถึงจุดหมายแล้ว เราจะมีขนาดชีวิตที่สามารถรองรับได้อย่างเต็มศักยภาพ … ถึงกระนั้นก็ตามมีคนจำนวนมากได้ตายลงระหว่างทาง และมีคนจำนวนไม่น้อยที่หันหลังกลับ คนอีกจำนวนหนึ่งที่เลือกจะหยุดเดินและพึงพอใจกับจุดนี้มากกกว่า แต่มีคนจำนวนหนึ่งที่อุตส่าห์สู้ทน เรียนรู้และพยายาม จนเห็นพระคุณพระเจ้าท้ายที่สุดปลายทางของเขาก็ไม่เสียเปล่าเลยแม้แต่น้อย 050213