Tag Archives: ตอบสนองพระเจ้า

เก็บตัว

จะมีบางเวลาที่พระเจ้าต้องการเรียกเราให้ออกห่างจากทุกสิ่งเพื่ออยู่กับพระองค์มากเป็นพิเศษ จะมีบางเวลาที่ตัวเราเองไม่อยากพบปะหรือสุงสิงกับใคร เพราะอยากค้นหาตัวเองกับพระเจ้า จะมีบางเวลาที่การทรงเรียกพิเศษเข้ามาถึงเราให้อยกตัวเพื่อพระองค์ ….. ในเวลาเหล่านั้นสิ่งที่เราควรทำมากที่สุดคือ ละทุกสิ่งที่อยู่รอบกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นงาน คน อะไรก็ตาม … และส่วนใหญ่มักจะเป็นสิ่งที่เราติดพันอยู่และวางลงไม่ได้ง่ายนัก แต่ทั้งนี้จะมีบางอย่างที่พระเจ้าต้องการจากเราพระองค์จึงเรียกเราเป็นพิเศษ หากเราตอบสนองกล้าที่จะวางสิ่งเหล่านั้นลงและแยกตัวออกมา เราจะค้นพบบางสิ่งและเราจะก้าวลึกลงไปในรูปแบบความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วน เมื่อเรากล้าลงทุนกับพระเจ้าพระองค์ผู้เป็นหุ้นส่วนกับเรา จะไม่ทอดทิ้งเราแน่นอน ไม่มีครั้งไหนที่พระเจ้าเรียกเราให้เก็บตัวหรือแยกตัวออกมา แล้วไม่มีพระประสงค์เบื้องหลัง … แต่หากเราละเลยหรือผ่านมันไปด้วยเหตุผล งานยุ่ง ยังไม่เหมาะในเวลานี้… สิ่งต่างๆ ก็จะผ่านเลยไปประหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ในเวลาแบบนั้นแม้จะมีบางสิ่งเร่งเร้าให้เราก้าวออกมา เราก็ต้องข่มใจไว้ … รอจนกว่าจะถึงเวลาของพระเจ้า รอจนกว่าสิ่งที่พระเจ้าเรียกเราจะเสร็จสิ้น หรือสิ่งที่พระองค์กำลังทำในเราจะสำเร็จลุล่วง บางครั้งเราอาจต้องตัดใจปิดช่องทางแห่งตัวเร้านั้น เพื่อเราจะจดจ่ออยู่ที่พระเจ้าอย่างแท้จริง เช่น ปิดมือถือ ปิดคอมพิวเตอร์….   เก็บตัว 1. การเก็บตัวหรือแยกตัวออกมา จะเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น อยู่ที่การทรงเรียกของพระเจ้าสำหรับเราแต่ละคนว่า จะถี่แค่ไหน นานแค่ไหน ดังนั้นจะมีเวลาสิ้นสุดและเมื่อพระเจ้าเรียกให้เราออกมา จงก้าวออกมาอย่ายึดติดกับสภาพนั้นๆ เพราะแต่ละช่วงเวลามีบางสิ่งที่พระเจ้ากำลังทำอยู่   2. การแยกตัวหรือการเก็บตัว เป็นการที่เราจดจ่ออยู่กับพระเจ้าเราจะมีโอกาสในการจดจ่อและแสวงหาพระเจ้าได้มากกว่าสภาวะปกติที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและวุ่นวาย     2/11/2011 23:51 […]

ทำไมแล้วจึงอย่างไร

ทำไม??? ปกติธรรมชาติมนุษย์มักต้องการรู้ ที่มาที่ไปในแต่ละเรื่อง เพราะเมื่อใดที่กระจ่างแจ้งย่อมยินดีที่จะก้าวตาม หากเราไม่รู้ว่า สิ่งที่ต้องทำๆ ไปเพื่ออะไร? ไม่รู้วัตถุประสงค์ ก็เปรียบเหมือน การแล่นเรือออกทะเลโดยไร้จุดหมายปลายทาง จึงต้องเผชิญกับความอ้างว้างกลางทะเลในบางช่วง พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่เปิดเผยความจริงให้แก่เรา เมื่อเราแสวงหาพระองค์ จะสามารถค้นพบคำตอบในพระองค์ได้เป็นแน่ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่แปลกอะไร ที่มนุษย์อย่างเราจะเสาะหาต้นเหตุที่พระเจ้าเรียกร้องเรา … เมื่อมีสถานการณ์หนึ่งเกิดขึ้น แล้วเราแสวงหาพระเจ้าจนรู้แน่ว่าเพราะเหตุใด? พระองค์จึงเรียกเรา หรือให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น …ย่อมเป็นการง่ายที่จิตใจภายในจะยอมจำนนต่อพระองค์มากเสียกว่า  การพยายามปลอบใจตัวเองว่าให้ตอบสนองพระเจ้าอย่างดีเถิด… ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าเพื่ออะไร?  เพราะอะไร? สิ่งที่มักเกิดตามมาคือ… ไม่มีความมั่นใจในการตอบสนองว่า มาถูกทางหรือเปล่า? และหากไม่ตรงเป้า นั่นแสดงว่ายังไม่ผ่าน และหากยังไม่ผ่านเรื่อยๆ ก็ย่อมหมดแรงกำลังในตอบสนองในที่สุด  เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะล้มเลิก… แต่แท้จริงพระเจ้ายินดีจะเปิดเผยและแจ้งน้ำพระทัยของพระองค์ในชีวิตเรา และแก่ผู้ที่เสาะแสวงหาพระองค์เสมอ … ด้วยว่าพระองค์ปรารถนาจะอยู่เคียงข้างคนของพระเจ้า และอยากให้เราผ่านเสมอ ทุกเส้นทาง และตลอดเส้นทาง *** ดังนั้นการถามถึงสาเหตุจากพระเจ้าจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติใดๆ หากท่าทีของเราเป็นเพียงการเสาะหาคำตอบจากพระเจ้า แทนที่ การไม่ยอมจำนน!!! หากเราเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับเราแล้วว่า … ทรงมีแผนการณ์และน้ำพระทัยเช่นไรในตัวเรา ความมั่นคงย่อมเกิดง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ที่ปรารถนาจะตอบสนองและเดินกับพระเจ้าแบบก้าวต่อก้าวอยู่แล้ว เมื่อเรารู้แผนการณ์น้ำพระทัยพระเจ้าแล้ว ยังไม่จบกระบวนการเพียงเท่านั้น … แต่เป็นเพียงการเริ่มต้น  การรู้น้ำพระทัยของพระเจ้าในชีวิตเราจะไร้ค่า  […]

ชักช้าจนได้เรื่อง

ด้วยความชักช้า ไม่กล้าตอบสนองพระเจ้าสักที  จนกระทั่งเวลาจวนเจียนสุดๆ แล้ว ก็ยังไม่ตัดสินใจอีก สุดท้ายทูตสวรรค์ต้องทำเอง ด้วยการดึงโลทออกมาจากเมืองโสโดม แท้จริงโลทมีเวลาที่จะก้าวและตัดสินใจก่อนหน้านี้  แต่เพราะความเสียดาย แม้สิ่งนั้นต้องถูกทำลาย  , ความกังวล แม้สิ่งนั้นเขาช่วยอะไรไม่ได้เลย … โลทไม่สามารถช่วยเหลือชาวเมืองโสโดมได้เลยสักคนเดียว แม้แต่คนในครอบครัว เขายังช่วยได้เพียงบางคน ซึ่งน้อยนิดเหลือเกิน แต่เพราะมีอับราฮัมผู้ที่รักพระเจ้าเสียเหลือเกิน และรักโลท จนร้องทูลต่อรองกับพระเจ้าเพื่อโลท … ถึงอย่างนั้นโลทก็ยังไม่ตัดสินใจ แม้โอกาสที่พระเจ้าให้แก่เขา เพราะผู้ชอบธรรมร้องทูลเพื่อเขา (การให้โอกาสของพระเจ้าที่มีต่อเขา หาใช่มาจากชีวิตของโลทเองไม่!!!) *** การช่วยเหลือของทูตสวรรค์ที่มีมายังโลท เพราะเห็นแก่อับราฮัมล้วนๆ  ♥ เห็นแก่การร้องทูลของอับราฮัม  ♥ เห็นแก่ชีวิตที่ชอบธรรมและรักพระเจ้าของอับราฮัม  ♥ เห็นแก่ความกล้าหาญของอับราฮัมที่กล้าต่อรองกับพระเจ้าเพื่อโลท  ♥ เห็นแก่ความรักความห่วงใยที่อับราฮัมมีให้โลท  ♥ เห็นแก่ความสัมพันธ์ของโลทที่เชื่อมต่อกับอับราฮัมทางสายเลือด… *** ??? แล้วเรามีอับราฮัมคนนั้นในชีวิตหรือเปล่า ???   ปฐก.19:15-17 19:15 และเมื่อรุ่งเช้าทูตสวรรค์เหล่านั้นจึงเร่งเร้าโลท กล่าวว่า “จงลุกขึ้น พาภรรยาของเจ้า และบุตรสาวทั้งสองของเจ้า ซึ่งอยู่ที่นี่ไปเสีย เกรงว่าเจ้าจะถูกทำลายพร้อมกับความไร้ศีลธรรมของเมืองนี้” 19:16 […]

เมื่อพระเจ้าเรียกร้อง จงตอบสนองทันที

*** “เมื่อพระเจ้าเรียกต้องตอบสนองทันที ต่างจากการได้รับนิมิตเพื่ออนาคต” *** การเรียกร้อง มักเกิดขึ้น แบบทันทีทันใด ให้ตอบสนองทันที ไม่มีเงื่อนไขเรื่องการรอเวลา ตัวอย่าง เมื่อพระเยซูเรียกสาวก นั่นหมายถึง การปรารถนาให้ตามทันที … ไม่ใช่รอก่อน  เดี๋ยวก่อน พระองค์ไม่ได้ยืนรอ หรือบอกว่าไว้เจอกันนะ ไม่ได้ทรงบอกว่าจัดการเรื่องตัวเองเสร็จแล้วค่อยตามมานะ มธ.8:21-22 8:21 อีกคนหนึ่งในพวกสาวกของพระองค์ทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ไปฝังศพบิดาข้าพระองค์ก่อน” 8:22 พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “จงตามเรามาเถิด ปล่อยให้คนตายฝังคนตายของเขาเองเถิด” ลก.9:59-62 9:59 พระองค์ตรัสแก่อีกคนหนึ่งว่า “จงตามเรามาเถิด” แต่คนนั้นทูลตอบว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ไปฝังศพบิดาข้าพระองค์ก่อน” 9:60 พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “ปล่อยให้คนตายฝังคนตายของเขาเองเถิด แต่ส่วนท่านจงไปประกาศอาณาจักรของพระเจ้า” 9:61 อีกคนหนึ่งทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์จะตามพระองค์ไป แต่ขออนุญาตให้ข้าพระองค์ไปลาคนที่อยู่ในบ้านของข้าพระองค์ก่อน” 9:62 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ผู้ใดเอามือจับคันไถแล้วหันหน้ากลับเสีย ผู้นั้นก็ไม่สมควรกับอาณาจักรของพระเจ้า” พระเยซูเรียกสาวกให้ติดตามพระองค์ เพราะนั่นคือ เวลาของพวกเขาแล้ว เวลาของพวกเขาได้มาถึงแล้ว หรือเรียกอีกอย่างว่า แผ่นดินของพระเจ้าได้มาตั้งอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว… แต่พวกเขาขอไปลาพ่อก่อน […]

พระเจ้าใช้เฉพาะกิจ

คนบางคนไม่สามารถรักษาชีวิตให้คงเส้นคงวากับพระเจ้าได้ (ขึ้นๆ ลงๆ) แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าพระเจ้าจะเมินหน้าหนีจากเขาไม่…. พระเจ้าจะมีวาระที่ใช้คนประเภทนี้เป็นครั้งคราว เป็นภาระกิจสั้นๆ ไม่ยาวนาน ไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากการรักษาชีวิตส่วนตัวของเขาเองเป็นตัวกำหนด *** ไม่มีใครในโลกที่พระเจ้าใช้ไม่ได้  ไม่มีใครด้อยคุณภาพเกินกว่าที่พระเจ้าจะใช้ได้ ขนาดลาพระองค์ยังใช้ได้เลย นับประสาอะไรกับมนุษย์ที่สะท้อนพระฉายของพระองค์ *** กดว.22:21-33 22:21 ดังนั้นรุ่งเช้าบาลาอัมก็ลุกขึ้นผูกอานลา ไปกับเจ้านายแห่งโมอับ 22:22 แต่พระเจ้าทรงกริ้วต่อบาลาอัมเพราะเขาไป ดังนั้นทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์มายืนเป็นผู้สกัดทางบาลาอัมไว้ ฝ่ายบาลาอัมขี่ลามีคนใช้สองคนไปกับเขา 22:23 เมื่อลานั้นเห็นทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ถือดาบยืนอยู่ในหนทาง ลาก็เลี้ยวออกนอกทาง เข้าไปในทุ่งนา บาลาอัมจึงตีลาให้กลับไปทางเดิม 22:24 แล้วทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์มายืนอยู่ในทางแคบระหว่างสวนองุ่น มีกำแพงทั้งสองข้างทาง 22:25 เมื่อลาเห็นทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์มันก็ดันไปติดกำแพง หนีบเท้าของบาลาอัมเข้ากับกำแพง บาลาอัมก็ตีลาอีก 22:26 แล้วทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ก็เดินไปข้างหน้ายืนอยู่ในที่แคบ ไม่มีทางที่จะหลีกไปข้างขวาหรือข้างซ้าย 22:27 เมื่อลาเห็นทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์มันก็หมอบลง บาลาอัมยังคงนั่งอยู่บนหลัง บาลาอัมก็โกรธ จึงเอาไม้เท้าของเขาตีลา 22:28 แล้วพระเยโฮวาห์เปิดปากลา มันจึงพูดกับบาลาอัมว่า “ข้าพเจ้าได้กระทำอะไรแก่ท่าน ท่านจึงได้ตีข้าพเจ้าถึงสามครั้ง” 22:29 บาลาอัมพูดกับลาว่า “เพราะเจ้าได้แกล้งเรา เราอยากจะมีดาบอยู่ในมือเดี๋ยวนี้ เราจะได้ฆ่าเจ้าเสีย” 22:30 ลาก็พูดกับบาลาอัมว่า […]