Tag Archives: ข้อคิด

แยกแพะแยกแกะ

แพะกับแกะแม้อยู่ที่เดียวกัน กินอาหารเหมือนกัน ก็ใช่ว่าจะเหมือนกัน รูปร่างโดยรวมอาจคล้ายกัน แต่มันก็ยังไม่เหมือนกัน เพราะมันเป็นคนละประเภท เราสามารถแยกแยะมันได้ด้วยหน้าตาที่แตกต่าง พฤติกรรมที่แตกต่าง ใช่ว่าจะแยกไม่ออกเสียทีเดียว แยกแพะแยกแกะ การแยกแพะแยกแกะของพระเจ้าไม่ใช่จะเกิดขึ้นแค่บนแผ่นดินสวรรค์ แต่มันจะเกิดบนโลกนี่แหละ ก่อนถึงเวลาจริงที่ทรงกลับมาครั้งที่ 2 ดั่งการแยกข้าวสาลีกับข้าวละมาน ก็รู้แต่แรกแล้ว มองออกตั้งแต่เป็นต้นกล้าแล้ว แต่บางครั้งพระเจ้าต้องยอมปล่อยให้มันเติบโตขึ้นมา หาใช่ว่าปล่อยปละ แต่ได้ไม่คุ้มเสีย   ?เหตุไฉนพระองค์ต้องเสียในส่วนดีไปพร้อมๆ กับส่วนเสีย แต่ยอมปล่อยให้มันโตขึ้นมา เพราะท้ายสุดเมื่อถึงเวลามันก็ไม่ถูกเลือกอยู่ดี มีแต่จะคัดออกและเผาไฟเสียให้ไหม้ ที่อุตส่าห์โตมาจะมีประโยชน์อันใดเล่า การหว่านก็เช่นกัน จะมีประโยชน์อันใดที่เราเฝ้าทนุถนอมจนมันโต แต่กลับถูกทิ้งขว้างและทำลายจนหมดสิ้นในที่สุด ต้นเหตุเกิดจากผิดตั้งแต่เริ่มหว่าน… จะไม่ดีกว่าหรือ ที่เราเลือกหว่านในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้เก็บเกี่ยวผลอันยั่งยืน แทนการถูกทำลายเผาทิ้งในอนาคต มธ. 13:24-30 13:24 พระองค์ตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งได้หว่านพืชดีในนาของตน 13:25 แต่เมื่อคนทั้งหลายนอนหลับอยู่ ศัตรูของคนนั้นมาหว่านข้าวละมานปนกับข้าวสาลีนั้นไว้ แล้วก็หลบไป 13:26 ครั้นต้นข้าวนั้นงอกขึ้นออกรวงแล้ว ข้าวละมานก็ปรากฏขึ้นด้วย 13:27 พวกผู้รับใช้แห่งเจ้าบ้านจึงมาแจ้งแก่นายว่า ‘นายเจ้าข้า ท่านได้หว่านพืชดีในนาของท่านมิใช่หรือ แต่มีข้าวละมานมาจากไหน’ 13:28 นายก็ตอบพวกเขาว่า ‘นี้เป็นการกระทำของศัตรู’ […]

อย่าพลาดเพราะกลัวศัตรู

ผวฉ.2:1-5 2:1 ฝ่ายทูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระเยโฮวาห์ได้ขึ้นไปจากกิลกาลถึงโบคิมและกล่าวว่า “เราได้ให้เจ้าทั้งหลายขึ้นไปจากอียิปต์และได้นำเจ้าเข้ามาในแผ่นดินซึ่งเราปฏิญาณไว้แก่บรรพบุรุษของเจ้าและเรากล่าวว่า ‘เราจะไม่หักพันธสัญญาที่เราได้มีไว้กับเจ้าเลย 2:2 และเจ้าทั้งหลายอย่าทำพันธสัญญากับชาวแผ่นดินนี้เจ้าต้องทำลายแท่นบูชาของเขาเสีย’ แต่เจ้ามิได้เชื่อฟังเสียงของเราเจ้าทำอะไรเช่นนี้เล่า 2:3 ฉะนั้นเรากล่าวด้วยว่า ‘เราจะไม่ขับไล่เขาเหล่านั้นออกไปให้พ้นหน้าเจ้าแต่เขาจะเป็นเช่นหนามอยู่ที่สีข้างของเจ้า และพระของเขาจะเป็นบ่วงดักเจ้า’” 2:4 อยู่มาเมื่อทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์กล่าวคำเหล่านี้แก่บรรดาคนอิสราเอลแล้วประชาชนก็ส่งเสียงร้องไห้ 2:5 และเขาเรียกที่ตำบลนั้นว่า โบคิม และเขาทั้งหลายได้ถวายสัตวบูชาแด่พระเยโฮวาห์ที่นั่น แท้จริงพระเจ้าตั้งพันธสัญญากับชนอิสราเอล โดยการยกดินแดนคานาอันทั้งหมดให้กับเขา ปฐก.17:8 และเราจะให้แผ่นดินที่เจ้าอาศัยอยู่เป็นคนต่างด้าวนี้คือบรรดาแผ่นดินคานาอันแก่เจ้าและเชื้อสายของเจ้าที่มาภายหลังเจ้าให้เป็นกรรมสิทธิ์นิรันดร์ และเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา” แต่เนื่องจากอิสราเอลไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้าอย่างสุดใจ ไม่ได้ใช้วิธีการที่พระเจ้าตรัสสั่งอย่างเข้มงวด พวกเขาคิดเอาเองว่า … “นี่ก็เพียงพอแล้ว” การเชื่อฟังพระเจ้าในบางส่วนผสมผสานกับกระบวนการหรือขนบธรรมเนียมปฏิบัติทั่วๆ ไปทำให้ไม่มีผลอะไร  ไม่เกิดสิ่งใดขึ้นตามี่พระเจ้าตรัสไว้แต่แรกเลย ผวฉ.1:24-36 1:24 และผู้สอดแนมเห็นชายคนหนึ่งเดินออกมาจากเมือง จึงพูดกับเขาว่า “ขอชี้ทางเข้าเมืองนี้ให้แก่เรา และเราจะปรานีเจ้า” 1:25 ชายคนนั้นก็ชี้ทางเข้าเมืองให้และเขาประหารเมืองนั้น ทำลายเสียด้วยคมดาบ แต่เขาปล่อยให้ชายคนนั้นและครอบครัวทั้งสิ้นของเขารอดไป 1:27 มนัสเสห์มิได้ขับไล่ชาวเมืองเบธชานและชาวชนบทของเมืองนั้นให้ออกไปหรือชาวเมืองทาอานาคกับชาวชนบทของเมืองนั้นหรือชาวเมืองโดร์กับชาวชนบทของเมืองนั้นหรือชาวเมืองอิบเลอัมกับชาวชนบทของเมืองนั้นหรือชาวเมืองเมกิดโดกับชาวชนบทของเมืองนั้นแต่คนคานาอันยังขืนอาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น 1:28 อยู่มาเมื่อคนอิสราเอลมีกำลังเข้มแข็งขึ้นก็บังคับคนคานาอันให้ทำงานโยธา แต่มิได้ขับไล่ให้เขาออกไปเสียอย่างสิ้นเชิง 1:29 และเอฟราอิมมิได้ขับไล่คนคานาอันผู้อาศัยอยู่ในเมืองเกเซอร์ให้ออกไป แต่คนคานาอันยังอาศัยอยู่ในเมืองเกเซอร์ท่ามกลางเขา 1:30 เศบูลุนมิได้ขับไล่ชาวเมืองคิทโรน หรือชาวเมืองนาหะโลล แต่คนคานาอันได้อาศัยอยู่ท่ามกลางเขาและถูกเกณฑ์ให้ทำงานโยธา 1:31 อาเชอร์มิได้ขับไล่ชาวเมืองอัคโค […]

คำอธิษฐาน : ขอพิทักษ์รักษา

“ข้าแต่พระเจ้า…ผู้ทรงพิทักษ์รักษาชนชาติของพระองค์… * ขอโปรดทรงสอนมรรคาของพระองค์แก่ผู้ที่ต้องการ * ขอทรงให้เท้าของผู้ชอบธรรมรับการประคองจากพระหัตถ์ * ขอทรงส่งบรรดาทูตสวรรค์รายล้อมเพื่อปกป้อง * ขอทรงสร้างเกราะกำบังที่เข้มแข็งแก่ผู้ที่อยู่ฝ่ายพระองค์ * ขอทรงใส่ใจใหม่เพื่อแยกแยะสัจจะกับการล่อลวงออกอย่างชัดแจ้ง * ขอปัญญาจากการเสาะหาพระองค์ ที่โลกนี้ให้ไม่ได้ * ขอทรงให้ความรักอันอุดมของพระองค์ ท่วมท้นภายในของข้าพระองค์ทั้งหลาย * ขอทรงฟังถ้อยคำ แม้เล็กๆ ของข้าพระองค์ * ขอโปรดให้พิทักษ์ข้าพระองค์ตั้งแต่ต้นทางจนสุดปลาย ***เพราะทุกวันคืนของข้าพระองค์จะเป็นของพระองค์ ด้วย คำสรรเสริญ โมทนา และ ขอบพระคุณ *** อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน” 280814

คำอธิษฐาน : ของพระเจ้ามอบแด่พระเจ้า

*** ของของซีซาร์มอบแด่ซีซาร์ ของของพระเจ้ามอบถวายแด่พระเจ้า *** “ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงครอบครองสรรพสิ่ง ทรงสำแดงความเมตตาด้วยการหยิบยื่นการครอบครองนั้นไว้ในมือของข้าพระองค์ทั้งหลาย… โอ้…. พระองค์เจ้าข้า ขอโปรดอย่าให้ใจหลงระเริง คิดเหมาเอาว่าเป็นของตัวเอง แต่ขอมอบถวายแด่พระองค์ เหตุไฉนหรือ?? ของของพระองค์จึงควรเป็นของมนุษย์เล่า? ข้าพเจ้าขอมอบถวายแด่พระเจ้าผู้ทรงเมตตา เปี่ยมด้วยพระคุณ ทรงให้อย่างไม่หวงแหน ทรงหยิบยื่น อย่างไม่เก็บกัก ทรงอนุญาตให้มือมนุษย์ถือครอง อย่างไม่เคลือบแคลง ทรงไว้ใจและให้เกียรติคนเล็กน้อย . . . โอ้…. เหตุไฉนหรือ?? ของของพระเจ้าจึงไม่ควรมอบแด่พระองค์ ขอขนาบใจที่หลงลืมและระเริงกับการถือครองจนมัวเมาคิดเองว่าเป็นของตน แต่ขอถ่อมลงด้วยกลับใจใหม่ว่า… ***สมควรมอบถวายแด่พระองค์ผู้ทรงสมควร*** อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน ” 190814

อัพเดทชีวิตฝ่ายวิญญาณ

ภาพ : มือถือในแต่ละยุค ปุ่มกด >> โทรเข้าโทรออกได้ ระบบสัมผัส >> โทรเข้าออกได้ เล่นเน็ตได้ ระบบสัมผัส , เร็ว >>โทรเข้าออกได้ เล่นเน็ตได้ เป็นกล้องถ่ายรูปได้ ใช้บันทึกสิ่งต่างๆ ได้ … … ประสิทธิภาพต่างๆ ถูกพัฒนาตามกาลเวลาที่หมุนเคลื่อนไป โลกรอบตัวเราล้วนมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มวัยได้มากขึ้น ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น… แล้วพระเจ้าของเราล้าสมัยหรืออย่างไร? ในเมื่อทรงอนุญาต และทรงเจิมผู้ที่คิดค้นต่อยอดสิ่งเหล่านั้นด้วยซ้ำ เราสามารถสังเกตุยุคได้จากความเป็นไปของสิ่งต่างๆ รอบตัว … ผู้ที่พัฒนาให้ตนเองก้าวทันยุคสมัย ย่อมได้เปรียบ เพราะตัวช่วยหลายๆ ด้านก็ช่วยให้การทำงาน การใช้ชีวิตง่ายขึ้น หากเรารู้ยุคการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์และนำตนเองเข้าไปอยู่ในยุคนั้นให้ได้  ก็จะได้รับพระพรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งมิติเวลา มิติกำลัง มิติความเข้าใจ มิติความสดใหม่ มิติอัศจรรย์ มิติความเชื่อ และการเชื่อฟัง มิติพระพร และพระสัญญา … ***การดำเนินชีวิตในเวลาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็เช่นเดียวกัน หากต้องการแค่เดินกับพระเจ้าไปวันๆ >> ก็เพียงใช้ชีวิตพื้นฐาน […]

ความน่ากลัวของคำชม

ใครๆ ก็ปรารถนาได้รับคำชมเชย และการชมเชยเป็นสิ่งดีที่พึงกระทำต่อกัน เพื่อที่จะชื่นชมในสิ่งดีของกันและกัน เป็นการให้กำลังใจในก้าวต่อๆ ไป เป็นการแสดงถึงการสนับสนุนและเห็นด้วยในสิ่งที่ผู้อื่นทำ *** แต่คำชมที่เกินจริง กลับกลายเป็นอันตรายถึงผู้รับเสียมากกว่า… ความน่ากลัวของคำชม คำชมที่เป็นภัย 1.    คำชมที่เกินจริง คำชมที่เกินกว่าความเป็นจริง , เกินกว่าที่กระทำ , เกินกว่าที่เป็น , เกินกว่าที่ควร , ยกจนเกินมนุษย์ …เปรียบเหมือนโฆษณาชวนเชื่อ เกินจริง ไม่มีสรรพคุณนั้นอยู่จริง แต่เพิ่มเข้าเองเพื่อชักชวนให้น่าเชื่อถือ เป็นคำชมที่ปราศจากความจริงใจ เพียงแค่ต้องการยกยอปอปั้นเกินกว่าความเป็นจริง 2.    คำชมที่ยกมนุษย์เกินกว่าพระเจ้า แม้จะมีความสวยหรูว่าเพื่อพระเจ้าก็ตามที การยกย่องส่วนของมนุษย์มากกว่าส่วนที่พระเจ้าทำ เช่น ความสามารถ ความเก่ง ความดีของมนุษย์ แท้จริงมนุษย์มีสิ่งเหล่านี้ ซึ่งพระเจ้าปรารถนาจะให้โดดเด่นด้วยซ้ำ แต่เมื่อใดก็ตามที่การจดจ่อสิ่งนั้นเกินพระเจ้า ย่อมมีโอกาสสูงมาก ที่จะทำให้พื้นที่ของพระเจ้าในชีวิตลดน้อยลงจนกระทั่งหมดไป เหลือแต่เพียงการยืมมาเป็นข้ออ้างว่า เพื่อพระเจ้า แต่แท้จริงคือ เพื่อยกตน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตนโดยไม่รู้ตัว ยน.3:30  พระองค์ต้องทรงยิ่งใหญ่ขึ้น แต่ข้าพเจ้าต้องด้อยลง 3.    คำชมที่ข่มผู้อื่นหรือเปรียบเทียบกับผู้อื่น คำชมที่เปรียบเทียบกับผู้อื่น ปลุกระดมใจแข่งขัน การแย่งชิง […]

คำอธิษฐาน : พระเจ้าผู้เป็นธงชัย

“ข้าแต่พระเจ้า … ผู้ทรงประทานชัยชนะ โอ้…. วันเวลาเป็นของพระองค์ ผู้ทรงนำหน้าด้วยชัยชนะ เสียงแตรเป่าขึ้น เพื่อประกาศก้องถึงการเริ่มต้นรับชัยชนะ ธงโบกสะบัด เพื่อให้โลกรู้ว่า พระองค์ผู้ทรงตัดสินอยู่ฝ่ายข้าพเจ้า ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงเป็นธงชัย ขอประกาศถึงชัยชนะบนแผ่นดินนี้เป็นของพระองค์ บรรดาผู้ที่อยู่ฝ่ายพระองค์จะมีชัยร่วมกับพระองค์ ขอสันติสุข ความรัก ความยินดี ความปลาบปลื้ม เต็มล้นในทุกหนแห่งที่เท้าเหยียบไป ที่มือเอื้อมถึง ขอปกคลุมด้วยพระสิริของพระองค์ให้เต็มล้นบนแผ่นดินโลก อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน”   คำอธิษฐาน : พระเจ้าผู้เป็นธงชัย   150814

คำอธิษฐาน : ขอความอุดมสมบูรณ์

“ข้าแต่พระเจ้า … ผู้ทรงดำรงอยู่ …ขอพระคุณความรักของพระองค์ปกคลุมแผ่นดินโลก ดั่งแผ่นดินสวรรค์มาตั้งอยู่ …ขอความงดงามของพระองค์สาดส่องมายังครัวเรือนของผู้ชอบธรรม …ขอพระสิริของพระองค์ นำทุกย่างก้าว ผู้ที่จำนนต่อพระพักตร์พระองค์ ♡ ขอโปรดเสริมกำลังแห่งมือ ดุจปีกนกอินทรีย์ ในทุกเช้าวันใหม่… เพื่อให้ผู้ที่รักพระองค์ได้นับพระพรดั่งมานาที่สดใหม่ ดั่งน้ำนมน้ำผึ้งในแผ่นดินคานาอัน… ขอสันติสุขจงมีแด่ชนชาติของพระองค์ อธิษฐานร้องทูลต่อพระองค์ผู้ทรงงดงาม ในนามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน” คำอธิษฐาน : ขอความอุดมสมบูรณ์ 060814  

ความจริงบางประการทำให้คนละทิ้งพระเยซูไป

ยน.6:22-59 6:22 วันรุ่งขึ้น เมื่อคนที่อยู่ฝั่งข้างโน้นเห็นว่าไม่มีเรืออื่นที่นั่น เว้นแต่ลำที่เหล่าสาวกของพระองค์ลงไปเพียงลำเดียว และเห็นว่าพระเยซูมิได้เสด็จลงเรือลำนั้นไปกับเหล่าสาวก แต่เหล่าสาวกของพระองค์ไปตามลำพังเท่านั้น 6:23 (แต่มีเรือลำอื่นมาจากทิเบเรียส ใกล้สถานที่ที่เขาได้กินขนมปัง หลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงขอบพระคุณแล้ว) 6:24 เหตุฉะนั้นเมื่อประชาชนเห็นว่า พระเยซูและเหล่าสาวกไม่ได้อยู่ที่นั่น เขาจึงลงเรือไปและตามหาพระเยซูที่เมืองคาเปอรนาอุม 6:25 ครั้นเขาได้พบพระองค์ที่ฝั่งทะเลข้างโน้นแล้ว เขาทั้งหลายทูลพระองค์ว่า “รับบี ท่านมาที่นี่เมื่อไร” 6:26 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เราบอกความจริงอันเที่ยงแท้แก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลายตามหาเรามิใช่เพราะได้เห็นการอัศจรรย์นั้น แต่เพราะได้กินขนมปังอิ่ม 6:27 อย่า ขวนขวายหาอาหารที่ย่อมเสื่อมสูญไป แต่จงหาอาหารที่ดำรงอยู่ถึงชีวิตนิรันดร์ซึ่งบุตรมนุษย์จะให้แก่ท่าน เพราะพระเจ้าคือพระบิดาได้ทรงประทับตรามอบอำนาจแก่พระบุตรแล้ว” 6:28 แล้วเขาทั้งหลายก็ทูลพระองค์ว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายจะต้องทำประการใด จึงจะทำงานของพระเจ้าได้” 6:29 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “งานของพระเจ้านั้นคือการที่ท่านเชื่อในท่านที่พระองค์ทรงใช้มานั้น” 6:30 เขาทั้งหลายจึงทูลพระองค์ว่า “ถ้าเช่นนั้น ท่านจะกระทำหมายสำคัญอะไร เพื่อข้าพเจ้าทั้งหลายจะเห็นและเชื่อในท่าน ท่านจะกระทำการอะไรบ้าง 6:31 บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายได้กินมานาในถิ่นทุรกันดารนั้น ตามที่มีคำเขียนไว้ว่า ‘ท่านได้ให้เขากินอาหารจากสวรรค์’” 6:32 พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “เรา บอกความจริงอันเที่ยงแท้แก่ท่านทั้งหลายว่า มิใช่โมเสสที่ให้อาหารจากสวรรค์นั้นแก่ท่าน แต่พระบิดาของเราประทานอาหารแท้ซึ่งมาจากสวรรค์ให้แก่ท่านทั้งหลาย 6:33 เพราะว่าอาหารของพระเจ้านั้น […]

การเลือกของพระเยซู

ยน.6:64  แต่ในพวกท่านมีบางคนที่ไม่เชื่อ” เพราะพระเยซูทรงทราบแต่แรกว่ามีผู้ใดบ้างที่ไม่เชื่อ และเป็นผู้ใดที่จะทรยศพระองค์ ยน.6:70-71 6:70 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เราเลือกพวกท่านสิบสองคนมิใช่หรือ และคนหนึ่งในพวกท่านเป็นมารร้าย” 6:71 พระองค์ทรงหมายถึงยูดาสอิสคาริโอทบุตรชายซีโมน เพราะว่าเขาเป็นผู้ที่จะทรยศพระองค์ คือคนหนึ่งในอัครสาวกสิบสองคน การเลือกของพระเยซู แม้ทรงรู้ว่ายูดาสจะทรยศ ก็ยังคงเลือกไว้เป็นทีมงานติดตัว เพราะจำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อให้แผนการณ์ของพระบิดาเสร็จสมบูรณ์บนแผ่นดินโลก การเลือกของพระเยซู 1. ทรงรู้ล่วงหน้าถึงสิ่งต้องเกิด และทรงเดินตามน้ำพระทัยพระบิดาล้วนๆ โดยไม่สนใจว่าจะมีผลอะไรกับตนเอง เพราะเชื่อ วางใจ รู้จักพระบิดา ว่าทรงควบคุมเสมอ 2. การรู้สิ่งต่างๆ ล่วงหน้า นั่นแสดงถึงสิทธิขาดอยู่ที่พระบิดา ดังนั้นพระเยซูทรงเดินตาม 100% 3. คนที่ได้รับการสำแดงให้รู้อะไรล่วงหน้า มีหน้าที่เพียงเดินตามและทำให้สำเร็จตามแผนการณ์ของพระบิดาเท่านั้น ทรงเลือกคนเหล่านั้นด้วยเหตุผลนี้   04/06/2014