Tag Archives: ข้อคิดการดำเนินชีวิตคริสเตียน

แสนเนิ่นนานเหลือเกิน

ระหว่างเส้นทางเดินสู่จุดหมายที่แสนยาวไกลกับชัยชนะในการปล้ำสู้ บางครั้งเราเห็นพระพรเทลงมาเพียงน้อยนิด อาจทำให้เข้าใจว่าผ่านแล้ว… แต่………………. ? ทำไมยังวนเวียนอยู่ (ที่เดิมๆ) หรือ ? เป็นแบบแว่บๆ แทนความมั่นคงที่เกิดขึ้น แท้จริงยังไม่ผ่าน >>> เพราะหากเราชนะจริง มันจะผ่านแบบมั่นคง ไม่ใช่แค่ชั่วครั้งชั่วคราวแต่จะกลายเป็นธรรมชาติชีวิตใหม่ เป็นสิทธิอำนาจ และลักษณะชีวิตให้จนกลายเป็นพื้นฐานสู่ก้าวต่อไปของชีวิตเรา แสนเนิ่นนานเหลือเกิน เนื่องจากพระลักษณะพระเจ้ามีพระคุณและรักเรา พร้อมที่จะให้กำลังแก่เราในการก้าวไปแต่ละก้าว การอวยพรของพระเจ้าจึงมีแก่เราเป็นระยะๆ เพื่อให้เรามีกำลังและรู้ว่าพระองค์ทรงอยู่ด้วยตลอดเส้นทาง ไม่เพียงแค่ปลายทางเท่านั้น แต่ระหว่างทาง พระพรยิบย่อยก็ส่งมาให้เราอย่างไม่ขาดสาย อีกทั้งยังเป็นตัวชี้แนวทางเสมือนป้ายบอกทางให้กับเราว่ามาถูกทางหรือเปล่าด้วย… และแน่นอนว่าหากระหว่างทางพระพรยังมากมายไม่ขาดสายแล้ว ปลายทางยิ่งมากกว่าเป็นร้อยเท่า  หากใครไปถึงย่อมได้รับเป็นแน่ และเส้นทางนั้นเป็นเส้นทางเฉพาะเจาะจงถึงเราแต่ละคนด้วย *** ระวังอย่าหลงไปเดินเส้นทางของผู้อื่น เพราะปลายทางนั้นก็มีไว้สำหรับเจาะจงแต่ละคนด้วยเช่นกัน หากเดินในเส้นทางของผู้อื่น แม้เดินไปจนสุดปลายทางก็ไม่มีของๆ เราเตรียมไว้ที่นั่น ด้วยสายตาอันแสนสั้นของเรา อาจคิดว่า… ? ทำไมแสนเนิ่นนานเหลือเกิน ? เมื่อไรหนอจะจบเสียที แต่พระเจ้าทรงล่วงรู้ในอนาคตของเรา ทรงสัพพัญญู จึงทำการเพาะบ่มชีวิตเราในช่วงเวลานี้เพื่ออนาคต เมื่อถึงวันนั้นเราจะสามารถรับพระพรอย่างเต็มขนาด หากเราผ่านไปด้วยกระบุงอันน้อยนิดที่ถือติดมือไปแบบรั่วๆ เมื่อถึงเวลาแห่งการตักตวงพระพร เราอาจอยากกลับมาที่จุดแห่งการเพาะบ่มอีกครั้งก็เป็นได้… แต่คนที่อดทนจนถึงที่สุดย่อมอิ่มปริ เมื่อถึงเวลาแห่งการตักตวงพระพรด้วยภาชนะที่อยู่ในมือนั้นใหญ่มากพอและทนทานพอที่จะเก็บพระพรนั้นไว้กับตัวนานแสนนาน   09/12/2013 12:03… Read More »

แยกแพะแยกแกะ

แพะกับแกะแม้อยู่ที่เดียวกัน กินอาหารเหมือนกัน ก็ใช่ว่าจะเหมือนกัน รูปร่างโดยรวมอาจคล้ายกัน แต่มันก็ยังไม่เหมือนกัน เพราะมันเป็นคนละประเภท เราสามารถแยกแยะมันได้ด้วยหน้าตาที่แตกต่าง พฤติกรรมที่แตกต่าง ใช่ว่าจะแยกไม่ออกเสียทีเดียว แยกแพะแยกแกะ การแยกแพะแยกแกะของพระเจ้าไม่ใช่จะเกิดขึ้นแค่บนแผ่นดินสวรรค์ แต่มันจะเกิดบนโลกนี่แหละ ก่อนถึงเวลาจริงที่ทรงกลับมาครั้งที่ 2 ดั่งการแยกข้าวสาลีกับข้าวละมาน ก็รู้แต่แรกแล้ว มองออกตั้งแต่เป็นต้นกล้าแล้ว แต่บางครั้งพระเจ้าต้องยอมปล่อยให้มันเติบโตขึ้นมา หาใช่ว่าปล่อยปละ แต่ได้ไม่คุ้มเสีย   ?เหตุไฉนพระองค์ต้องเสียในส่วนดีไปพร้อมๆ กับส่วนเสีย แต่ยอมปล่อยให้มันโตขึ้นมา เพราะท้ายสุดเมื่อถึงเวลามันก็ไม่ถูกเลือกอยู่ดี มีแต่จะคัดออกและเผาไฟเสียให้ไหม้ ที่อุตส่าห์โตมาจะมีประโยชน์อันใดเล่า การหว่านก็เช่นกัน จะมีประโยชน์อันใดที่เราเฝ้าทนุถนอมจนมันโต แต่กลับถูกทิ้งขว้างและทำลายจนหมดสิ้นในที่สุด ต้นเหตุเกิดจากผิดตั้งแต่เริ่มหว่าน… จะไม่ดีกว่าหรือ ที่เราเลือกหว่านในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้เก็บเกี่ยวผลอันยั่งยืน แทนการถูกทำลายเผาทิ้งในอนาคต มธ. 13:24-30 13:24 พระองค์ตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งได้หว่านพืชดีในนาของตน 13:25 แต่เมื่อคนทั้งหลายนอนหลับอยู่ ศัตรูของคนนั้นมาหว่านข้าวละมานปนกับข้าวสาลีนั้นไว้ แล้วก็หลบไป 13:26 ครั้นต้นข้าวนั้นงอกขึ้นออกรวงแล้ว ข้าวละมานก็ปรากฏขึ้นด้วย 13:27 พวกผู้รับใช้แห่งเจ้าบ้านจึงมาแจ้งแก่นายว่า ‘นายเจ้าข้า ท่านได้หว่านพืชดีในนาของท่านมิใช่หรือ แต่มีข้าวละมานมาจากไหน’ 13:28 นายก็ตอบพวกเขาว่า ‘นี้เป็นการกระทำของศัตรู’… Read More »

ไม่เคยพร้อม

พระเจ้ามักเรียกร้องให้ตอบสนองในวันเวลาที่ดูเหมือนอะไรๆ ก็ไม่พร้อมสักอย่าง เพราะที่เราควรเตรียมตัวคือ ชีวิตเรา พระเจ้าไม่ได้สนใจสิ่งที่เรามี แต่สนใจหัวใจที่พร้อมจะไปกับพระองค์ แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมให้ เพื่อให้เห็นว่าไม่ใช่เรี่ยวแรงของเราเอง แม้ท่ามกลางความไม่พร้อม ภาระที่ดูเหมือนประดังเข้ามายามที่ทรงเรียกร้องให้ก้าว ดูเหมือนทิ้งไปไม่ได้ในเวลาที่ทรงเรียก … •    หัวใจของเราเป็นเช่นไร? ในเวลานั้น… •    ยังคงมอบให้พระเจ้าได้หรือเปล่า? •    ยังกล้าที่จะถวายแม้ในความไม่พร้อมนั้นหรือไม่? … แม้มีเพียงแค่ 2 เหรียญสุดท้ายในชีวิตดั่งหญิงหม้ายคนนั้นหรือเปล่า? … แต่อย่าลืมว่าพระเยซูทรงพอพระทัยหญิงหม้ายแสนเล็กน้อยคนนั้นมากกว่าเศรษฐีที่ถวายเงินถุงใหญ่เสียอีก •    ลก.21:2-4     21:2 พระองค์ทอดพระเนตรเห็นหญิงม่ายคนหนึ่งเป็นคนยากจนนำเหรียญทองแดงสองอันมาใส่ด้วย     21:3 พระองค์ตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า หญิงม่ายยากจนคนนี้ได้ใส่ไว้มากกว่าคนทั้งปวงนี้     21:4 เพราะ ว่าคนทั้งปวงนี้ได้เอาเงินเหลือใช้ของเขามาใส่ถวายแด่พระเจ้า แต่ผู้หญิงนี้ขัดสนที่สุด ยังได้เอาเงินที่มีอยู่สำหรับเลี้ยงชีวิตของตนมาใส่จนหมด” •    ยังเป็นดั่งมารีย์ที่อยู่แทบพระบาทพระเยซูโดยละทุกสิ่งที่จำเป็นต้องทำหรือเปล่า? •    ลก.10:38-42     10:38 และต่อมาเมื่อพระองค์กับเหล่าสาวกกำลังเดินทางไป พระองค์จึงทรงเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อมารธาต้อนรับพระองค์ไว้ในเรือนของเธอ     10:39 มารธามีน้องสาวชื่อมารีย์ มารีย์ก็นั่งใกล้พระบาทพระเยซูฟังถ้อยคำของพระองค์ด้วย   … Read More »

เครดิต

เครดิต สร้างได้ ถูกทำลายได้ ขโมยได้ เครดิตเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อความน่าเชื่อถือด้วยกันเองในหมู่มนุษย์ด้วยกัน เพื่อจะใช้อ้างอิงได้ อันเนื่องจากมนุษย์คนบาปไม่สามารถรับรองตนเองได้ 100% เพราะทุกคนย่อมมีส่วนที่ขาด ส่วนที่บกพร่อง ส่วนที่ผิดพลาด และส่วนที่บาป เครดิตจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อ ทดแทน ปกปิด ส่วนด้อยนั้น และดึงเอาส่วนแข็งออกมา แต่พระเจ้าไม่เคยมองหาเครดิตจากเราเลย ทรงใส่คุณค่าให้แก่เราตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ทรงให้ความเชื่อมั่นเราตั้งแต่ทรงเริ่มแผนการณ์ของพระองค์ในชีวิตเรา ทรงรู้ทุกจุดอ่อนแข็งในชีวิตเราที่แม้เราเองก็ไม่รู้ หรือใครก็มองไม่เห็น ดังนั้นหากพระเจ้ามองที่เครดิตแล้ว ในสายตาพระองค์ผู้ทรงรู้ทุกซอกมุม จะให้เราผ่านได้หรือ??? ความรักของพระเจ้าไม่จำกัดว่าต้องแลกด้วยประวัติอันดีงามสวยหรูเพียงใด เพราะแม้เราเพิ่งทำผิดพลาดหมาดๆ พระองค์ก็ยังคงกู้ แม้ในความบาปของเราก็ยังทรงตรัส เพื่อนำเรากลับมาและช่วยเรา นั่นสะท้อนให้เห็นว่าทรงให้โอกาสเราในการกลับใจใหม่และเริ่มต้นใหม่ได้ทุกเมื่อ หลายครั้งมนุษย์ยึดติดกับเครดิตมากเสียจน ทำให้เป็นตัวกำหนดคุณค่าผู้อื่นหรือตนเอง แทนที่คุณค่าที่พระเจ้าตั้งและให้ไว้ แน่นอนว่า การรักษาชีวิตที่ดีเป็นเรื่องพื้นฐานของเรากับพระเจ้าที่พึงกระทำเป็นอย่างมาก เมื่อคนได้พบพระคุณพระเจ้าอย่างแท้จริง ไม่มีใครยังฝืนทำบาปได้ เพราะความบริสุทธิ์ของพระเจ้าสามารถชำระทุกสิ่งและทุกคนที่อยู่ใกล้… พระคุณอาจหลงลืมได้ หากเหินห่าง พลังอานุภาพของพระเจ้าทำให้มนุษย์ที่เผชิญหน้ากับพระองค์ไม่สามารถมีใจที่แข็งกระด้างอยู่ได้ (แม้แต่มารเองก็ตาม) แต่เมื่อไม่ได้เผชิญหน้ากับพระเจ้า เป็นปกติที่มนุษย์คนบาปมักหลงลืม และ ละทิ้งพระคุณได้ ดังนั้นเมื่อรักษาชีวิตเป็นอย่างดี เดินในมรรคาของพระเจ้า ย่อมมีเครดิตเกิดขึ้น เพราะการพิสูจน์ชีวิต เพราะการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับพระลักษณะพระเจ้า…    … Read More »

? ทำไมเชื่อแล้ว … แต่ไม่เห็นความยิ่งใหญ่

ฮบ.11:39-40 11:39 คนเหล่านั้นทุกคนมีชื่อเสียงดีโดยความเชื่อ ก็ยังไม่ได้รับสิ่งที่ทรงสัญญาไว้ 11:40 ด้วยว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมการอย่างดีกว่าไว้สำหรับเราทั้งหลาย เพื่อไม่ให้เขาทั้งหลายถึงที่สำเร็จนอกจากเรา หลายครั้งเราก็เริ่มต้นด้วยความเชื่อ แต่มีบางครั้ง บางเรื่อง บางเวลา ดูเหมือนไม่เห็นอะไรมากนัก ทั้งที่เชื่อเต็มเปี่ยม   ? ทำไมเชื่อแล้ว … แต่ไม่เห็นความยิ่งใหญ่ 1. ระยะเวลา ♥    พระเจ้ามีระยะเวลาสำหรับแต่ละเรื่อง แต่ละคนอย่างเจาะจง ในระหว่างเวลาที่ยังมาไม่ถึง นั่นแหละคือช่วงเวลาการใช้ความเชื่อ … ♥    ความเชื่อไม่ใช่จะใช้กันแค่แป๊บๆ แต่จำเป็นต้องผ่านระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความเชื่อด้วย ยิ่งเนิ่นนาน หากยังคงรักษาความเชื่อไม่คลอนแคลนไปเป็นอื่น เพราะมันยังมาไม่ถึงสักทีก็เป็นการพัฒนาความเชื่อมากยิ่งขึ้น และเป็นตัวบ่งชี้ขนาดความเชื่อของเรา ว่าสามารถใช้ความเชื่อที่มีอยู่ผ่านอุปสรรคปัญหาต่างๆ ไปได้หรือไม่ เช่น ระยะเวลาที่นาน , ข้อสงสัย , ข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อและพระสัญญาของพระเจ้า , ตัวเร้าทั้งภายในของเราเอง ทั้งเสียงรอบข้าง ทั้งการบีบรัดด้านเวลา… ♥    เราจะเติบโตด้านความเชื่อมากขึ้นเพื่อรับพระสัญญา หรือล้มเลิกกลางคันแล้วไม่ได้อะไรเลยเพราะไม่ผ่าน 2. บางสิ่งไม่ได้เห็นในรุ่นตนเอง แต่จะตกทอดถึงคนรุ่นหลัง ♥    เราต้องเชื่อก่อนว่า พระเจ้าไม่เคยโกหก ไม่ทรงบิดเบือน… Read More »

ลักษณะปากที่พระเจ้าอวยพร

เป็นปกติที่เมื่อเราร้องทูลสิ่งใดๆ ต่อพระเจ้า ใจปรารถนาจะได้รับคำตอบย่อมนำหน้าอย่างแน่นอน เมื่อเราร้องทูลต่อพระองค์ผู้บริสุทธิ์ เมื่อเราต้องการให้พระเจ้าฟังคำอธิษฐานจากปากที่ร้องทูล สิ่งที่ต้องโยนทิ้ง 1. คำด่าทอ สบถ : เป็นการโต้ตอบสิ่งร้ายด้วยการร้าย 2. คำบ่นต่อว่า : เป็นการแสดงถึงความไม่พึงพอใจพระเจ้า , ไม่พึงพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น , ไม่พึงพอใจกับสิ่งที่ได้รับ 3. คำแช่งสาป : เป็นการนำคำแช่งสาปถึงผู้อื่น = ทำร้ายผู้อื่น , พิพากษา , ตั้งตนเป็นใหญ่ 4. คำหยาบคายลามก : เป็นการกระทำบนเนื้อหนังตัณหา และการอธรรมของโลก ทั้งสิ้นล้วนสะท้อนจิตใจภายใน เมื่อใดที่เราสามารถควบคุมลิ้น และฝึกฝนได้ ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าจิตใจภายในถูกควบคุมได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เราสามารถฝึกฝนทีละเล็กละน้อย พร้อมๆ กับรับการชำระและสร้างใหม่จากพระวิญญาณบริสุทธ์ผู้ทำงานอยู่ภายในเรา … แน่นอนตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์มักตอบโต้ต่อสิ่งเร้าตามเนื้อหนัง เค้าโครงความคิดภายใน… แต่หากเราร่วมมือ ยอมจำนน และตระหนักในทุกครั้งถึงพระองค์ผู้บริสุทธิ์  การกลับใจใหม่จะบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และกระบวนการสร้างใจใหม่จะถูกสร้างขึ้นเรื่อยๆ ความระมัดระวังเพื่อยำเกรงพระเจ้าจะมากขึ้น , ถี่ขึ้น …. จนกระทั่งกลายเป็นลักษณะชีวิตและนิสัยใหม่ จนกระทั่งมันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป… Read More »

ปกปิดความบาป

มนุษย์มักมีกรอบความคิดเพื่อปกปิดสิ่งผิดพลาด แต่พระเจ้าทรงเปิดเผยอย่างชัดแจ้งและตรงประเด็น เพื่อเรียกให้กลับใจใหม่ เริ่มต้นใหม่ อย่างถูกทาง และยืนอยู่ในจุดที่ถูกต้องตามน้ำพระทัยพระเจ้า การปกปิดความบาปผิดส่งผล 1. เปิดช่องโหว่ให้มารใช้โจมตีหรือล่อลวง 2. ไม่มีเหตุต้องกลับใจใหม่ อันเนื่องจากไม่เห็นผิด 3. บิดเบือนความจริง 4. เป็นรากที่เก็บซ่อนไว้และพัฒนาสู่ความบาปด้านอื่นๆ ปกปิดความบาป ***ข้อคิดและควรระวัง*** 1.    พระคัมภีร์ไม่ได้บันทึกพระพรเพียงด้านเดียว แต่บันทึกถึงจุดผิดพลาด ความบาป ที่พระเจ้าสนพระทัย สิ่งที่ส่งผลถึงรุ่นต่อรุ่นด้วย นั่นเพราะต้องการให้เราเรียนรู้จากอดีตที่ผิดพลาดของบรรพบุรุษ ของผู้อื่น เพื่อจะเป็นบทเรียนและข้อเตือนใจให้ระแวดระวัง ไม่เดินซ้ำรอยเดิม หากไม่มีสิ่งเหล่านี้แล้วคนทั้งหลายคงเดินวนเวียนอยู่แค่ที่เดิม เพราะไม่มีอะไรเป็นต้นแบบให้เรียนรู้ 2.    การได้รับรู้ความผิดพลาดหรือความบาปของผู้อื่น หาใช่การตัดสินพิพากษาไม่!!!… หากแต่เป็นเพียงบทเรียนที่สามารถเป็นครูให้กับเราได้ แต่หากการรับรู้นั้นส่งผลให้เราลุกขึ้นต่อสู้หรือจัดการเขา  ด้วยตนเองแทนพระเจ้าแล้วหละก็ นั่นจึง … เข้าสู่การตัดสินพิพากษาที่พระเจ้าไม่ได้มอบสิทธินั้นในมือใครเลย .. 3.    แทนการปกปิดความบาป เพื่อเอาตัวรอด ควรกลับใจใหม่ เพื่อเริ่มต้นใหม่เสียดีกว่า … อย่าปล่อยให้ตนเองถลำลึกกับบาปด้วยการยอมรับว่าบาปนั้นไม่หนักหนา 4.    ความอายจากการยอมรับว่าตนเองทำบาป หรือผิดพลาด ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย (แม้จะยากบ้างในบางสถานะ) เพราะพระคุณพระเจ้ามีมากเพียงพอ ที่จะชำระเราให้บริสุทธิ์ได้ และทรงรื้อฟื้นใหม่เสมอ… Read More »