Category Archives: ข้อคิดสะกิดใจ

○ ยกตัวอย่าง ยกภาพ ง่ายๆ เพื่อให้เข้าใจพระคำ ประยุกต์ใช้ได้จริง
○ อธิบายเรื่องราวหลักการออกมาง่ายๆ ด้วยตัวอย่างประกอบ สะท้อนแง่คิด บางอย่างที่ได้เรียนรู้จากการดำเนินชีวิตบนโลกแห่งความจริง
○ ข้อคิดสั้นๆ แต่ได้ใจความ นำไปคิดต่อยอดปรับใช้กับตนเอง และสะกิดใจให้คิดสักนิด

เรื่องของการทนทุกข์เพื่อพระคริสต์

เรื่องของการทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ ไม่ใช่ทุกคนจะมีชีวิตที่ต้องทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ … .. แต่ .. ** ผู้ใดที่ถูกเรียกให้ทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ = เขาจะได้รับมงกุฎงามบนแผ่นดินสวรรค์เป็นรางวัล ส่วนบนแผ่นดินโลกนี้ = เขาจะเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงรัก และ ได้ชื่อว่า “เจ้าเป็นบุตรที่รักของเรายิ่งนัก” อันเป็นประสบการณ์เดียวกันกับพระเยซูที่ได้รับชื่อนี้เป็นตราประทับตลอดไป ** . . . การทนทุกข์ ไม่ใช่เรื่องง่าย และ เป็นเรื่องที่ลำบากแสนเข็ญ … .. แต่ .. การทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ >>> เป็นเรื่องที่พระเจ้าทรงเลือกสรรเพื่อใครบางคนเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติพอที่จะได้รับเกียรติร่วมกับพระองค์อันเป็นสิ่งที่นิรันดร ~ ไม่มีใครแย่งชิงไปได้ ~ ไม่มีใครลดทอนลงได้ ~ ไม่มีใครให้แก่เราได้ . เกียรติยศนี้ = คือ = พระเกียรติเดียวกันกับที่เรามอบถวายแด่พระเจ้าแต่นามเดียว >>> แต่พระเจ้ากลับสวมมันไว้บนศรีษะของเรา :: ด้วยเหตุว่า “เรายอมทนทุกข์เพื่อพระองค์” . ~ ถ้าความทุกข์ที่เราต้องทนอยู่นั้น .. เป็นความทุกข์ตามธรรมดาโลกนี้… Read More »

การตัดสินผู้อื่น

เรื่องการตัดสินผู้อื่น … หากวันหนึ่งทุกอย่างปรากฎความจริงต่อหน้าเรา (โดยเฉพาะในแง่มุมที่เราไม่เคยคิดถึง , ไม่เคยเปิดใจ , ไม่เคยเปิดหูฟัง , …) … หลายครั้งอาจเกมพลิก กลายเป็น “เราเองที่ต้องกลับใจใหม่ และ ขอโทษ” +++.การสงวนตนเองไม่ตัดสินผู้อื่น เป็นเรื่องยากที่ต้องฝึกฝน … เพราะสังคมโลกทุกวันนี้มักนำพา และ เร่งเร้าให้เราตัดสินใครต่อใคร ทั้งที่เราไม่ได้มีสิทธิมีส่วนใดๆ ในการนั้นเลย (โลกในปัจจุบันนี้การตัดสินผู้อื่นเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน เป็นวัฏจักรที่สนุกสนาน … แต่ไม่มีใครคำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้น และ ผลสะท้อนที่ต้องรับเมื่อเรายืนในจุดที่ตัดสินผู้อื่น).บางทีการตัดสินผู้อื่นอาจเกิดจาก …~ เราเองที่ขาดประโยชน์~ เราเองที่มีบาดแผล~ เราเองที่ยังมีความเป็นเด็กในตัวตนเอง~ เราเองที่ทำผิด แต่ไม่ยอมรับ~ เราเองที่ยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลความจริงอย่างครบด้าน (บางทีก็แค่ฟังต่อๆ กันมา)~ เราเองคิดผิด นึกว่า “ตนเองแน่กว่าชาวบ้านเขา” *** พระเจ้าทรงยุติธรรมทั้งต่อเราและต่อเขา >>> เหตุนี้เอง … “ใครเดินตามทางที่ชอบธรรม ผู้นั้นย่อมได้รับการผดุงความยุติธรรมอย่างแน่นอน” โดยเฉพาะผลแห่งการไม่ตัดสินผู้อื่น <<< ซึ่งอย่างน้อยที่สุด “#คำร้องทูลของเราจะใสสะอาด” >>>… Read More »

พระพรกระปิบกระปอย …

พระพรกระปิบกระปอย … *** ความจริงแล้ว พระเจ้าของเรายิ่งใหญ่ ทรงประทานพระพรที่ไม่เล็กน้อยเลย แต่เพียงพอ และ มากล้น สำหรับผู้ที่รัก และ ติดตามพระองค์อย่างสุดใจ *** ??? แต่เหตุใดที่คนบางคนก็รักพระเจ้าอย่างสุดใจ แต่พระพรกลับสวนทาง ได้รับเพียงแค่กระปิปกระปอย ปะปนกับความทุกข์ที่มาเป็นระรอกแล้วระลอกเล่า อย่างไม่ได้ชัยชนะเสียที ??? นั่นเพราะ วิถีการดำเนินชีวิตบางด้านที่ไม่สอดคล้องกับพระพรที่จะไหลลงมาถึงตนเอง และ ครัวเรือน !!!~ บางคนรักพระเจ้ามาก .. พร้อมๆ กับการบ่นด่า~ บางคนคิดว่า “ตนเองบริสุทธิ์” .. พร้อมๆ กับชี้นิ้วต่อว่าผู้อื่น~ บางคนถวายมาก .. พร้อมๆ กับการฉ้อโกงเล็กๆ น้อยๆ ด้านอื่นๆ..เหตุนี้เอง พระพรจึงไม่หลั่งไหล ในแบบที่ควรเป็น เพราะ พระเจ้าทรงยุติธรรม ไม่ว่าจะต่อผู้ใดก็ตาม (ทั้งผู้ที่เชื่อ และ ไม่เชื่อพระเจ้า)❌อย่าดำเนินชีวิตแบบขาดสมดุลย์❌อย่าคิดว่า “ดีแล้ว” แค่บางด้านก็พอ จะหักล้างด้านอื่นๆ❌อย่าลืมว่า “มีวิถีแห่งพระพร” ก็ “มีวิถีแห่งคำแช่งสาป”📌แต่จงจำไว้ว่า …… Read More »

วิถีของนก

นกไม่กลัวฝน ในยามที่ฝนตก มันจะเกาะกิ่งไม้ และ ทำความสะอาดขนของมัน พร้อมทั้ง รับความชุ่มฉ่ำ จากสายฝน แต่หากฝนตกหนัก ลมแรง นกจะบินไปหาที่หลบซ่อน แล้วรอจนกว่าฝนจะซาลง เพื่อออกมาเล่นน้ำฝน รับความสดชื่นชำระล้างปีกของมัน ไซร้ตามซอก รายละเอียดของปีกให้สะอาด นกไม่พร่ำบ่นเวลาแห้งแล้ง เมื่อถึงเวลาที่ ที่ประจำของมันแห้งแล้ง ไม่มีอาหารจะกิน หรือ ไม่เพียงพอ มันจะย้ายถิ่น เพื่อหาอาหารดำรงชีวิต มันไม่พร่ำบ่นต่อสิ่งเลวร้าย หรือ แย่ๆ แล้วทนอยู่ตรงนั้น แต่มันจะขวนขวายออกหาที่ใหม่ๆ ที่มีอาหาร เพียงพอต่อการดำรงชีพของมัน วิถีของนก 1.    มันไม่บ่นพร่ำเพรื่อ มันมีชีวิตอย่างมีสุขได้ ท่ามกลางสภาพแวดล้อม ของมันเอง •    เมื่อใดก็ตามที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย >> มันจะเพิ่มความขยัน เพื่อหาแหล่งใหม่ๆ ในการดำรงชีพของมันเอง •    เมื่อใดก็ตามที่สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย >> มันจะใช้ชีวิตแบบชิวๆ เพื่อเก็บกินสิ่งเหล่านั้นด้วยความสวยงาม •    เสียงนกร้องจึงเป็นเสียงแห่งความไพเราะของธรรมชาติ อีกทั้งยังสะท้อนถึงสภาพ รอบๆ ด้วยซ้ำ 2.    มันไม่จำกัดตนเอง… Read More »

บัญญัติที่ใหญ่ที่สุด

มธ.22 : 36-40 36“ท่านอา‌จารย์ในธรรม‍บัญญัตินั้นพระ‍บัญญัติข้อไหนสำคัญที่‍สุด?” 37พระ‍เยซูทรงตอบเขาว่า“ ‘จงรักองค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้าของท่านด้วยสุดใจของท่านด้วยสุดจิตของท่าน’และด้วยสุดความคิดของท่าน 38นั่นแหละเป็นพระ‍บัญญัติข้อสำคัญอันดับแรก 39ข้อที่สองก็เหมือน‍กันคือ‘จงรักเพื่อน‍บ้านเหมือนรักตน‍เอง’ 40ธรรม‍บัญญัติและคำของผู้‍เผย‍พระ‍วจนะทั้ง‍หมดก็ขึ้นอยู่กับพระ‍บัญญัติสองข้อนี้” (มก.12:28-34 ; ลก.10:25-28) ไม่มีบัญญัติใดใหญ่กว่าทั้ง 2 ข้อนี้ หากไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร? ให้อิงกลับมาที่ 2 ข้อนี้ก่อน เพื่อลดช่องทางเลือกให้แคบลง แท้จริงในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน มีหลายสิ่งเข้ามาให้เลือก ให้ตัดสินใจอยู่เสมอๆ บางสิ่งขาวดำ เลือกได้ชัดเจนไม่ยาก แต่บางสิ่งไม่มีเส้นชัดเจนขนาดนั้น ไม่มีอะไรถูก หรือ ผิด เพียงแต่อยู่ที่การลำดับความสำคัญ และ การให้น้ำหนักต่างหาก!! หากเราให้น้ำหนักกับสิ่งใดลงไป นั่นย่อมสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่จะกลับมาถึงเรา พระเยซูทรงชี้แนะอย่างชัดเจนว่า ในท่ามกลางบัญญัติหลายข้อของพระเจ้า ข้อที่สำคัญที่สุด คือ รักพระเจ้าสุดจิต สุดใจ สุดกำลัง ความคิด ดังนั้นไม่ว่าจะเลือก หรือ จะทำอะไร หากอิงข้อนี้เป็นอันดับแรก ย่อมทำให้เราสามารถรู้คำตอบว่าสิ่งใดคือ “น้ำพระทัยพระเจ้า” ได้ง่ายที่สุด … ตัวเลือกของเรานั้น มาจากคำว่า “รักพระเจ้าสุดจิต สุดใจ สุดกำลัง ความคิด”… Read More »

เวลาสะบาโต

การเฝ้าเดี่ยวในแต่ละวันเปรียบเสมือน เวลาสะบาโต คือ “เวลาแห่งการหยุดพัก” บางคนใช้เวลากับการร้องขอในสิ่งที่ตนเองต้องการ บางคนใช้เวลากับการระบายในสิ่งที่พบเจอแต่ละวัน บางคนใช้เวลากับการใคร่ครวญสิ่งต่างๆ บางคนใช้เวลากับการนั่งเงียบๆ นิ่งๆ เพื่อรับกำลังจากพระเจ้า ไม่ว่ารูปแบบการเฝ้าเดี่ยวของเราจะเป็นอย่างไร มีน้ำหนักตรงไหนก็ตาม … แต่อย่าลืมว่า เราสามารถให้การเข้าเฝ้าพระเจ้าของเราเป็นเวลาสะบาโตได้ ความหมายของสะบาโต ปฐก.2:1-3 2:1 ดังนี้ ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกทรงสร้างขึ้นให้สำเร็จ พร้อมทั้งบรรดาบริวารของฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกนั้น 2:2 และในวันที่เจ็ดพระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำมาแล้วนั้น และในวันที่เจ็ดพระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำมาแล้วนั้น 2:3 และพระเจ้าทรงอวยพรวันที่เจ็ดและทรงตั้งวันนี้ไว้เป็นวันบริสุทธิ์ เพราะในวันนั้นพระองค์ได้ทรงหยุดพักจากการงานทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งพระเจ้าได้ทรงเนรมิตสร้างไว้และทรงกระทำมาแล้วนั้น อพย.20:8-11 20:8 จงจดจำวันสะบาโตไว้ เพื่อถือรักษาให้เป็นวันบริสุทธิ์ 20:9 เจ้าจงกระทำกิจการงานทั้งสิ้นของเจ้าในหกวัน 20:10 แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นเจ้าอย่ากระทำการงานใด ๆ คือเจ้าเอง หรือบุตรชาย บุตรสาวของเจ้า หรือทาสชายหญิงของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือแขกที่อาศัยอยู่ภายในประตูเมืองของเจ้า 20:11 เพราะในหกวันพระเยโฮวาห์ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น และในวันที่เจ็ดทรงหยุดพักสงบ เพราะฉะนั้นพระเยโฮวาห์ทรงอวยพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันสักการะบูชา อพย.16:28-30 16:28 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “พวกเจ้าจะปฏิเสธไม่รักษาบัญญัติทั้งหลายและราชบัญญัติต่าง… Read More »

โลกนี้แค่ชั่วคราว

หากดำเนินชีวิตแบบฝากทั้งชีวิตไว้กับโลก ก็จะถูกโลกกลืนกินด้วยความไม่มั่นคง… ระบบโลกมักเอารัดเอาเปรียบ เพราะถูกสร้างโดยมนุษย์ผู้แสวงหาผลประโยชน์ และเป็นที่ยอมรับโดยมนุษย์ผู้ได้รับประโยชน์ร่วม ดังนั้นมันไม่มีทางสมบูรณ์ ในทุกเวลา สำหรับทุกคน… ¥ ความร่ำรวย >> ไม่ยั่งยืน ¥ เงิน >> ไม่ได้เป็นทุกคำตอบ ¥ ผู้คน >> ไม่ได้อยู่กับเราเสมอไปและไม่ได้เข้าใจเราทุกเรื่อง ¥ งาน >> มีเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ¥ ความสำเร็จ >> มาได้ก็ไปได้ ¥ ความล้มเหลว >> ผ่านได้ จมปลักได้ ทุกสิ่งล้วนอนิจจังบนความไม่แน่นอน … แล้วเหตุไฉน??? จึงต้องดำเนินชีวิตแบบฝากทุกอย่างกับโลกนี้ หากโลกแค่ชั่วคราว ก็อย่ายึดติด …รับไว้ได้ ปล่อยมันทิ้งไปได้ …เข้ามาได้ ออกไปได้ …ล้มได้ก็ลุกได้ …รุ่งได้ก็ร่วงได้ ***พึงระวังรักษาชีวิต เพื่อจะเคลื่อนไปอย่างไม่สิ้นสุด และเจ็บปวดจากการยึดติดน้อยลง โลกกำหนดหลายสิ่ง… แต่… ***จริงหรือ??? ที่โลกกำหนด เป็นทั้งสิ้นในชีวิตเรา!!! ~ ไม่รวย… Read More »

การหมักบ่ม

การหมักบ่มจำเป็นต้องรอให้ได้ที่ด้วยวันเวลาและอุณหภูมิ หากเปิดฝาภาชนะที่ปิดไว้เพื่อการหมักบ่มก่อนเวลาอันควร มันจะทำให้เสียรสชาติและคุณภาพ บ้างก็ต้องทิ้งเสียเนื่องจากยังไม่ได้ที่จึงใช้ไม่ได้ วันเวลาของพระเจ้ามีความหมายเสมอ ทรงหมักบ่มจนกว่าชีวิตเราจะสามารถใช้การได้ หากเร่งรีบก่อนเวลาของพระเจ้าจะทำให้ใช้การไม่ได้จริง ไม่ยั่งยืน   เราไม่มีความจำเป็นต่องรีบร้อน หากพระเจ้าไม่ได้รีบเร่งในตัวเรา มันจะถึงเวลาและวาระของเราเป็นแน่ แต่หากไม่ใช่… การออกตัวก่อนที่พระเจ้าจะเคลื่อนย่อมนำความบิดเบี้ยวไปจากน้ำพระทัยพระเจ้า หากยังพอนำกลับมาหมักบ่มต่อจนถึงเวลาได้ก็ไม่ส่งผลเสียอันใด นอกเสียจากการบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ … แต่หากต้องทิ้งเสียแล้วเริ่มใหม่ ก็เป็นการเสียเวลายิ่งนัก *** อย่าเร่งรีบหากพระเจ้าไม่รีบเร่ง เพราะการรับรองเป็นของพระเจ้า อยากได้รับการรับรอง ต้องอดใจรอจนกว่าจะถึงเวลาที่ทรงเคลื่อนจริงๆ   ในแต่ละวาระเวลาย่อมมีคุณค่าและประโยชน์ของมันอย่างลงตัว การเรียนรู้ที่จะอยู่ในเวลาของพระเจ้าจึงส่งผลดีต่อชีวิตคริสเตียนเป็นแน่แท้   07/06/2014 12:13    

พระเจ้าไม่เคยลืม แม้เราหลงลืมไปแล้ว

ในทุกคำตรัสของพระองค์จะเป็นจริงเป็นแน่ แม้วันเวลาผ่านไปแสนเนิ่นนานสักเพียงใด มันจะถูกทำให้ปรากฏและเห็นว่าเป็นจริงในที่สุด เมื่อพระเจ้าทรงตรัสสิ่งใดกับเราไว้ หรือทรงสัญญาไว้ สิ่งนั้นไม่ได้เลือนหายไปตามวันเวลา แต่จะเป็นจริงอย่างแน่นอน… แม้วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งตัวเราเองก็ลืมไปแล้ว ถึงสิ่งที่ทรงตรัส ทรงสัญญา หรือแม้แต่สิ่งที่ร้องขอต่อพระเจ้าไว้ในอดีต … แต่แผนการณ์ของพระเจ้ายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ผ่านการดำเนินชีวิตที่แสนเรียบง่ายอย่างสัตย์ซื่อของเราในแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลา… และเมื่อถึงวาระเวลากำหนดมาถึง เราจะค้นพบว่าทุกสิ่งที่ทรงตรัสได้บังเกิดขึ้นและมันไม่สูญหายไปตามกาลเวลาหรือสถานการณ์   พระเจ้าไม่เคยลืม แม้เราหลงลืมไปแล้ว   พระเจ้าจะนำพาเรากลับมายืนในจุดที่ทรงตรัสไว้ล่วงหน้าแล้ว (ตั้งแต่ในอดีต) – ชีวิตโยเซฟ พระเจ้าสำแดงถึงแผนการในชีวิตเขา ผ่านความฝันในวัยเด็ก ใช้เวลากว่า 40 ปีจึงบังเกิดขึ้น ในช่วงระยะเวลาเหล่านั้นต้องผ่านการขัดเกลาจน เติบโต ผ่านความอดทน เรียนรู้ ยอมจำนน … แต่ไม่ว่าจะนานเพียงใด สิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้มันบังเกิดขึ้นจริง – ชีวิตอับราฮัม จะมีลูกหลานดั่งเม็ดทรายในทะเล คำตรัสของพระเจ้าเป็นจริงจวบจนทุกวันนึ้ แต่อับราฮัมได้เห็นแค่รุ่นลูกหลานเพียงไม่กี่คน แต่เขามั่นใจในพระสัญญาของพระเจ้า บัดนี้เป็นจริงตามถ้อยคำตรัสของพระองค์ – การพยากรณ์จากพันธสัญญาเดิม (OT) เกิดขึ้นในพันธสัญญาใหม่ (NT) ….. ….. ….. – ในชีวิตเรา… Read More »

แยกแพะแยกแกะ

แพะกับแกะแม้อยู่ที่เดียวกัน กินอาหารเหมือนกัน ก็ใช่ว่าจะเหมือนกัน รูปร่างโดยรวมอาจคล้ายกัน แต่มันก็ยังไม่เหมือนกัน เพราะมันเป็นคนละประเภท เราสามารถแยกแยะมันได้ด้วยหน้าตาที่แตกต่าง พฤติกรรมที่แตกต่าง ใช่ว่าจะแยกไม่ออกเสียทีเดียว แยกแพะแยกแกะ การแยกแพะแยกแกะของพระเจ้าไม่ใช่จะเกิดขึ้นแค่บนแผ่นดินสวรรค์ แต่มันจะเกิดบนโลกนี่แหละ ก่อนถึงเวลาจริงที่ทรงกลับมาครั้งที่ 2 ดั่งการแยกข้าวสาลีกับข้าวละมาน ก็รู้แต่แรกแล้ว มองออกตั้งแต่เป็นต้นกล้าแล้ว แต่บางครั้งพระเจ้าต้องยอมปล่อยให้มันเติบโตขึ้นมา หาใช่ว่าปล่อยปละ แต่ได้ไม่คุ้มเสีย   ?เหตุไฉนพระองค์ต้องเสียในส่วนดีไปพร้อมๆ กับส่วนเสีย แต่ยอมปล่อยให้มันโตขึ้นมา เพราะท้ายสุดเมื่อถึงเวลามันก็ไม่ถูกเลือกอยู่ดี มีแต่จะคัดออกและเผาไฟเสียให้ไหม้ ที่อุตส่าห์โตมาจะมีประโยชน์อันใดเล่า การหว่านก็เช่นกัน จะมีประโยชน์อันใดที่เราเฝ้าทนุถนอมจนมันโต แต่กลับถูกทิ้งขว้างและทำลายจนหมดสิ้นในที่สุด ต้นเหตุเกิดจากผิดตั้งแต่เริ่มหว่าน… จะไม่ดีกว่าหรือ ที่เราเลือกหว่านในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้เก็บเกี่ยวผลอันยั่งยืน แทนการถูกทำลายเผาทิ้งในอนาคต มธ. 13:24-30 13:24 พระองค์ตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งได้หว่านพืชดีในนาของตน 13:25 แต่เมื่อคนทั้งหลายนอนหลับอยู่ ศัตรูของคนนั้นมาหว่านข้าวละมานปนกับข้าวสาลีนั้นไว้ แล้วก็หลบไป 13:26 ครั้นต้นข้าวนั้นงอกขึ้นออกรวงแล้ว ข้าวละมานก็ปรากฏขึ้นด้วย 13:27 พวกผู้รับใช้แห่งเจ้าบ้านจึงมาแจ้งแก่นายว่า ‘นายเจ้าข้า ท่านได้หว่านพืชดีในนาของท่านมิใช่หรือ แต่มีข้าวละมานมาจากไหน’ 13:28 นายก็ตอบพวกเขาว่า ‘นี้เป็นการกระทำของศัตรู’… Read More »