Tag Archives: บทความคริสเตียน

พักให้เป็น

2017-11-16 Diary Life พักให้เป็น วันนี้อยากแบ่งปันเรื่องการพัก เมื่อก่อนนู้น เราเป็นคนที่พักไม่เป็น เนื่องจากเติบโตมาจากครอบครัวคนจีนที่ต้องทำงานหนัก และ ทำงานมากๆ การพักถือเป็นเรื่องใหญ่เหลือเกิน เพราะมันหมายถึงรายได้ที่หายไป จากการหาเช้ากินค่ำ ซึ่งแม้ตัวเองจะโตมาและทำงานแบบได้เงินเดือน ก็ยังรู้สึกว่า พักไม่เป็นอยู่ดี ทำงานจนป่วยหนักมากๆ ขนาดที่น้ำหนักลดฮวบ 20 กว่ากิโลกรัมภายใน 2 เดือน เป็นลมได้ทุกที่ ทุกเวลา กินอาหารก็อาเจียน นอนก็หลับไม่สนิท หมอบอกว่า “ใช้ร่างกายเกินขีดจำกัด” จนกระทั่งแต่งงาน … สามี เป็นคนที่เปลี่ยนทัศนคติของเราโดยสิ้นเชิง ทำให้ผ่อนคลายอย่างมาก แม้ว่าเราจะอยู่ในสภาพหนี้สินท่วมหัว ครอบครัวเราก็ยังหาทางหยุดพัก เพื่อชาร์ตพลัง และ เติมกำลังใจให้กับตนเองเสมอๆ โดยที่เราตระหนักดีว่า เวลาที่เราต้องเผชิญปัญหาหรือสิ่งที่ย่ำแย่ เรื่องยากๆ กำลังใจที่ดีที่สุด คือ กำลังใจที่มาจากภายในตนเอง แม้ว่าใครจะพูดให้กำลังใจขนาดไหน ก็ไม่มีพลังเท่ากำลังใจจากภายในตนเอง และ หากมีกำลังใจที่หนักแน่นในตนเอง ต่อให้ต้องเจอกับคำพูดดูหมิ่น สถานการณ์เลวร้ายอย่างไร เราก็สามารถมองข้ามมันไปได้อย่างไร้ค่า   พักให้เป็น ในทุกๆ เดือนเราจะให้รางวัลตัวเองด้วยการเลี้ยงฉลอง […]

การปล้ำสู้

2017-11-09 Diary Life การปล้ำสู้ ในทุกๆ วันของเราจำเป็นต้องมีการปล้ำสู้ ไม่ใช่ว่าเราได้รับแล้ว ก็หย่อนยานไปเรื่อยๆ เพราะมันจะกลายเป็นความเคยชิน และ หลงลืมคุณค่าในสิ่งนั้นๆ โดยสิ้นเชิง เมื่อการเห็นคุณค่าลดระดับลง การให้น้ำหนักหรือความสำคัญ การใส่ใจ ก็จะลดลงตามไปด้วย แต่คนที่หมั่นรักษา ตรวจเช็ค และพัฒนายิ่งๆ ขึ้น ความเคยชินจะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป แต่จะเป็นดั่งบันไดแต่ละขั้นสู่ทางที่สูงขึ้นเรื่อยๆ นำสู่วิถีของการชำนาญอย่างเฉพาะเจาะจง บางทีนั่งๆ มองดูเห็นหลายคน หลายอย่าง หลายเหตุการณ์ รวมถึงตัวเองด้วย ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเสียดายในสิ่งดีที่เคยมี แต่กลับหายไปตามกาลเวลา  เสียดายศักยภาพ ของคนที่เคยใช้มันอย่างสูง แต่กลับทิ้งมันไว้กลางทาง เพราะคิดว่าสำเร็จแล้ว สุดท้ายความสำเร็จนั้นกลับไม่ยั่งยืน เช่น บางคนเคยโดดเด่น แต่กลับล้มลงเพราะความประมาท  เสียดายกาลเวลาดีๆ ที่เคยมี แต่วันนี้กลับมองหาไม่เจอ เพราะโลกที่เปลี่ยนแปลงไป แต่บางสิ่งกลับหยุดพัฒนาการ ดังนั้นจึงถูกกลืนกินและหายไปในที่สุด เช่น มือถือบางยี่ห้อ ทำให้คิดขึ้นมาได้ว่า หากเราปล้ำสู้ และ หมั่นเพียรแบบไม่ลดละ มันคงไม่หายไป หรือสูญเปล่าไป แน่นอนว่า […]

เมื่อคำตอบของพระเจ้ายังคงเดิม

2017-11-08 Diary Life เมื่อคำตอบของพระเจ้ายังคงเดิม เมื่อคำตอบของพระเจ้ายังคงเดิม ไม่ว่าจะอธิษฐานกี่รอบ ขอกี่ครั้ง พระสุรเสียงตรัสของพระเจ้าก็ยังคงหนักแน่น และคงเดิม นั่นหมายความว่า เราต้องอดทนรอคอยให้สิ่งต่างๆ ผ่านพ้นไป และ รอคอยเวลาแห่งการเทพระพรลงมา บางครั้งสภาพการณ์มักทำให้เราไม่ใคร่จะอยากรอ หรือ หวั่นใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ บางครั้งบิลที่ดูเหมือนรอคิวจ่าย ก็ทำให้เราเร่งเร้าพระเจ้า ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน บางวันตื่นขึ้นมา สิ่งต่างๆ ยังคงเดิม ไม่กระเตื่องเท่าไร ก็ร้อนใจอยากจะเปลี่ยนแปลงตามใจเรา ด้วยการเคี่ยวเข็ญพระเจ้า แท้จริงพระเจ้าทรงสามารถพลิกสถานการณ์หรือทำสิ่งใดๆ ได้ในช่วงระยะเวลาพริบตาเดียว ทรงสร้างโลกเพียงแค่ทรงตรัส ด้วยพระวาทะทุกสิ่งก็เกิดขึ้นอย่างทันที โลกทั้งใบ จักรวาลทั้งระบบ เกิดขึ้นอย่างทันทีและไร้ที่ติ … พระองค์ทรงมีเวลาที่เหมาะสม และ ทรงมีพระลักษณะแห่งการช่วยกู้ประชากรของพระเจ้าอย่างทันเวลาเสมอ   เมื่อคำตอบของพระเจ้ายังคงเดิม   เป็นการเหน็ดเหนื่อย และ สูญแรงเปล่าๆ หากจะวิตกกังวลไปเอง แทนที่การวิตก ด้วยการวิงวอนและร้องทูลต่อพระเจ้าด้วยความเชื่อ ความหวังใจ … ระยะเวลาเหล่านี้มักสร้างความเข้มแข็งด้านความความเชื่อ และ สร้างความแข็งแกร่งด้านการอดทน สร้างความวางใจด้วยการสงบนิ่ง เมื่อเราทำทุกสิ่งที่เป็นส่วนของตนเองจนครบหมดแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล หรือ […]

บทเรียนที่ทรงคุณค่า

2017-11-02 Diary Life บทเรียนที่ทรงคุณค่า หากเราได้รู้ ได้เห็น หรือได้ยิน เรื่องราวชีวิตความผิดพลาดของผู้อื่น (ไม่ว่าจะจากเหตุการณ์ที่พบเห็นโดยบังเอิญ , จากข่าวทางทีวี หรือ โซเชี่ยล , จากคนที่รู้จัก , หรืออื่นๆ) … ก็อย่ามัวแต่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไมเขาถึงทำอย่างนี้ อย่าซ้ำเติมเขาด้วยความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพราะคนเราทุกคนต้องการกำลังใจ และ ที่พึ่งพิงในยามที่อ่อนล้าสุดๆ แต่ยังต้องก้าวเดินไปข้างหน้า การให้กำลังใจเป็นเหมือนแรงฮึดอีกเฮือกหนึ่งที่ต่อกำลังขาของเขาให้เดินต่อไปได้ อย่าปลิดชีพใครด้วยคำพูดแง่ลบ การดูหมิ่น หรือ เหยียดหยาม บทเรียนที่ทรงคุณค่า สิ่งที่ควรทำทุกครั้งเมื่อได้รู้ ได้ยิน หรือได้เห็นสิ่งต่างๆ  1. ขอพระเจ้าปกป้องก่อนเลย ขออย่าให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวเรา ลูกหลาน พ่อแม่ญาติพี่น้อง คนที่รัก 2. สารภาพบาป โดยการสำรวจเบื้องต้นว่า ตัวเองมีแนวโน้ม หรือ จุดเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดเหตุเหล่านั้นหรือไม่ และ ขอพระเจ้าชำระมากกว่าส่วนที่รู้ตัวด้วย เพราะบางครั้งคนเราก็มีบาปซ่อนอยู่ในเงามืดที่ตนเองก็ไม่รู้ตัว 3. หากสามารถมีส่วนกับบุคคลผู้ประสบเหตุได้ ควรจะหนุนใจ ให้กำลังใจแก่เขา อย่างน้อยที่สุดให้เขารู้ว่า มีคนๆ […]

วันชิลๆ กับการรอคอยพระพร

Diary life 31-10-2017 วันชิลๆ กับการรอคอยพระพร จะมีบ้างในบางวันที่ตื่นขึ้นมา แล้วไม่รู้จะอธิษฐานอะไร ทั้งที่ความปรารถนาก็ยังคงเต็มอก (บางทีสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ก็ยังไม่ได้พลิกฟื้นเสียทีเดียว) แต่มันกลับกลายเป็นความรู้สึกที่คาดหวังและรอคอยเสียมากกว่า รู้อยู่แล้วว่าพระเจ้าทรงได้ยินแล้ว ทรงรู้แล้วว่าเราต้องการ และ จำเป็นในสิ่งใดบ้าง อีกทั้งเป็นความมั่นใจอยู่เต็มอกว่า “พระเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้ง หรือ เมินเฉยต่อเสียงร้องทูลของเราไปแน่ๆ” ดังนั้นในวันแบบนี้ ความเชื่อ ได้ทำให้การรอคอยเป็นไปอย่างสงบนิ่ง และวางใจในพระลักษณะของพระเจ้าอย่างที่สุด เพราะ ** เป็นไปไม่ได้ว่า สิ่งที่พระเจ้าทรงตรัสและสัญญานั้นจะไม่เกิดขึ้น หรือ ไม่เป็นจริง ** เราจึงสามารถนั่งชิลๆ จิบกาแฟไป ฟังเพลงนมัสการไป บางทีก็นั่งอ่านพระคำไปเรื่อยๆ มองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมๆ กับสนทนาอย่างเรียบง่ายกับองค์พระวิญญาณที่ทรงประทับอยู่ด้วยได้ เป็นความสัมพันธ์ที่เรียบง่าย ไม่ได้รีบเร่ง ไม่ต้องบีบคั้นตนเอง และ พระเจ้า ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรให้ยุ่งยาก แต่กลับเป็นวันง่ายๆ ที่ความเชื่อเต็มเปี่ยม ว่า … “แค่นั่งรอพระพรของพระเจ้า ให้เวลานั้นมาถึงก็พอ”    

กระบวนการสร้างของพระเจ้า

เมื่อเราอายุมากขึ้นแล้วมองย้อนกลับไปและระลึกถึงวันเก่าๆ  จะสามารถเห็นกระบวนการสร้างของพระเจ้าและการจัดเตรียมของพระองค์ในชีวิตของเราแต่ละช่วงเวลา ผ่านสถานการณ์ คนใกล้ชิด สภาพแวดล้อม หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว  จะเห็นได้ว่าชีวิตของเรามีเส้นทางที่คอยขีดและบรรจงสร้างเรา จนกระทั่งเป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ อุปนิสัย ขอบเขตชีวิต  ในแต่ละด้าน  ล้วนเกิดมาจากประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามา  … แต่ในอีกแง่หนึ่ง เราสามารถมองเห็น กระบวนการสร้างของพระเจ้าในชีวิตของเราทีละขั้นตอน อันประกอบไปด้วย การขัดเกลา การชำระใหม่ และการสร้างใหม่  เส้นทางชีวิตจะมีจุดหักเหในแต่ละช่วงเวลา และนำพาเราเข้าสู่สิ่งใหม่ๆ ตามน้ำพระทัย ของพระเจ้าทีละขั้นตอน แน่นอนว่าบางครั้งเราจำเป็นต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด เพราะคงไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด  ประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ เราเองก็ยังไม่เคยเจอ นั่นหมายถึง โอกาส ที่จะผิดพลาด ก็ย่อมมีและเกิดขึ้น แต่ถึงกระนั้น พระเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้งเราเลย บางเหตุการณ์เกิดขึ้นเพื่อให้เราเติบโตและเรียนรู้ บางเหตุการณ์เกิดขึ้นเพื่อให้เรามองเห็นความอ่อนแอของเนื้อหนังตนเอง บางเหตุการณ์เกิดขึ้นเพื่อเป็นบันไดก้าวขึ้นสู่ความเข้มแข็งมากขึ้น  บางเหตุการณ์เกิดขึ้นเพื่อเกิดการชำระใหม่ในชีวิตของเรา … แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น … ก็เพื่อ การเติบโตมากยิ่งขึ้น กระบวนการชีวิตของเราไม่มีวันหยุดยั้ง จะมีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาอยู่เสมอๆ  แต่จะมีบางเวลาที่พระเจ้าทรงให้เราพัก เพื่อรื้อฟื้นกำลังใหม่ เพื่อได้มีโอกาสทบทวน และนับพระพร ในวันที่ผ่านมา เพื่อเตรียมชีวิตสำหรับก้าวข้างหน้าที่สูงขึ้น … อย่างไรก็ดีพระเจ้ายังคงสร้างเราต่อไปจวบจนกว่าจะถึงความไพบูลย์ของพระคริสต์   กระบวนการสร้างของพระเจ้า 1. […]

น้ำพระทัยพระบิดา

หลายครั้งพ่อแม่ไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่ลูกทำ แต่ที่ยอมให้ทำ เพราะเห็นแก่ลูก ดุจเช่นเดียวกันกับพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ หลายครั้งพระองค์ไม่ได้มีน้ำพระทัย หรือว่า เห็นด้วยกับสิ่งที่เราเลือกเดิน เลือกกระทำ แต่พระองค์ก็ยังคงคอยปกป้องและดูแลเราเป็นอย่างดี นั่นเพราะทรงเห็นแก่เรา ด้วยความรักที่แสนมั่นคงไร้เงื่อนไขของพระองค์ แต่มนุษย์เรา หรือ ลูกน้อย บางครั้งก็หาได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจไม่ แต่กลับมองเห็นช่องทางความรักนั้น เพื่อตักตวงผลประโยชน์อันเป็นการทำตามใจตนเอง แทนที่จะเติบโตขึ้นในการเรียนรู้ว่าสิ่งใดควร ไม่ควร สิ่งใดควรรีบกลับใจใหม่ แต่ไม่ว่าพ่อแม่ หรือ พระเจ้า จะทรงเปี่ยมพระคุณ หรือ เต็มล้นไปด้วยความรักสักเพียงใด ก็ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางของผลแห่งการกระทำ หรือ เลือกตัดสินใจของมนุษย์ได้ *** พระเจ้าทรงตั้งกฎหนึ่งซึ่งไม่มีสิ่งใดล้มล้างได้ คือ กฎแห่งการหว่าน ไม่ว่าเราจะหว่านสิ่งใด ย่อมได้รับสิ่งนั้นกลับมา สักวันหนึ่งอย่างแน่นอน แม้แต่ศักเคียสที่อยู่ต่อหน้าพระเยซูองค์พระบุตร ก็ยังต้องชดใช้สิ่งที่ตนเองหว่านในอดีต เพื่อให้ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในพระคริสต์ แน่นอนว่า เมื่อเราทำผิดพลาด หนทางแก้ไขที่ดีที่สุด คือ การกลับใจใหม่ เพราะพระเจ้าจะทรงเข้ามารื้อฟื้นสิ่งที่เราสูญเสีย ด้วยการสร้างใหม่เข้าแทนที่สิ่งที่สูญเสีย (ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ต้องรับผลใดๆ) และจะทรงปลอบประโลมใจแก่ผู้ที่ถ่อมลง ในขณะที่ผู้ที่ยังคงหลงเพลิดเพลินกับการทำตามใจตนเอง โดยใช้ช่องพระคุณและความรัก กลับจะยิ่งห่างไกลพระพร และ สิ่งที่ดีที่สุด สำหรับตนเอง … […]

การรอคอยที่ยาวนาน

บางครั้งการช่วยกู้ของพระเจ้าก็ดูเหมือนจะยาวนาน มาไม่ถึงสักที … ไม่ใช่ว่า พระองค์ … ~ ไม่ทรงสามารถ ~ ไม่ทรงฤทธิ์เดช ~ หรือเพิกเฉยต่อเสียงร้องทูลของเรา แต่เพราะเราเองที่ยังไปไม่ถึงขนาดความเข้าใจ ยอมจำนน และ มอบถวายอย่างสุดตัว อีกทั้งเงื่อนไขบางประการยังไม่สำเร็จอย่างบริบูรณ์ (เหมือนดั่งที่พระเยซูถูกเฆี่ยนตีครั้งแล้วครั้งเล่า จนถูกตอกตะปู จนถูกตากแดดนานหลายชั่วโมง จนถึงลมหายใจสุดท้าย และสิ้นพระชนม์ลง นานถึง 3 วัน ความบริบูรณ์นั้นก็มาถึง การช่วยกู้ ก็ฟื้นคืนชีวิต และเสด็จสู่สวรรค์) พระเจ้าทรงสามารถทำทุกสิ่งได้ แม้ตายไปแล้วก็เรียกคืนได้ อยู่ที่ว่า ทางไหนคือ ดีที่สุด ซึ่งหลายครั้งก็เกินความเข้าใจของมนุษย์อย่างเรา โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดกับตัวเอง ดังนั้นความอดทน และ ความหวังใจ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีในระหว่างการรอคอยที่แสนจะยาวนาน (ในความรู้สึกของตนเอง) … เพราะแท้ที่จริงทุกสิ่งยังคงอยู่ในพระหัตถ์แห่งการควบคุมขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ทรงฤทธายิ่งใหญ่สูงสุด ดังนั้น จึงไม่มีคำว่า “สายเกินไป” อีกทั้งระหว่างทางจะได้พบ และ ได้รับพระคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยเหลืออยู่เนืองๆ – เพื่อเตรียมชีวิตให้พรักพร้อมสำหรับการดีมากยิ่งขึ้น – เพื่อขยายฐานชีวิตให้สามารถรองรับสิ่งดีที่กำลังจะมาถึงอย่างรวดเร็ว และ มหาศาล […]

ของพระเจ้า หรือ ของซีซ่าร์

ของของพระเจ้าให้พระเจ้า ของของซีซ่าร์ให้ซีซ่าร์ อย่าเผลอเก็บทุกสิ่งเป็นของตนเอง หลายครั้งมนุษย์มีท่าทีที่ผิดคิดว่าสิ่งต่างๆ ที่พระเจ้าให้ ไม่ว่าจะเป็นโอกาส ความสามารถ หรือสิ่งที่ถือครอง เป็นของตนเอง .. โดยหลงลืมไปว่า … แท้ที่จริง มีเรื่องกฎของของพระเจ้ามอบให้พระเจ้า ของของซีซ่าร์มอบให้ซีซ่าร์ แน่นอนว่าหลายครั้งพระเจ้าทรงให้ความรู้ ความเข้าใจ แก่เรารวมถึงประสบการณ์ นั่นก็เพื่อให้เราเติบโตขึ้น อีกทั้งมอบถวายแด่พระเจ้า ในขณะเดียวกัน การดำรงชีวิตอยู่บนแผ่นดินโลกนี้ ก็มีเรื่องของกฎระเบียบสังคม มีเรื่องกฎหมาย เจ้านาย ผู้ปกครอง และการอยู่ร่วมกันระหว่างตัวเราเองกับเพื่อนมนุษย์ ซึ่งพระคัมภีร์ได้ให้แนวทาง และ แนวปฏิบัติแก่เราอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องศึกษาพระคำของพระเจ้าด้วยตนเอง เพื่อจะเป็นวิถีทางในการติดตามพระเจ้าและใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้แบบมีพระพรติดตามชีวิตอยู่ตลอดเวลาในทุกๆ ด้าน ในทุกๆ ส่วน เมื่อเราดำเนินชีวิตอยู่บนโลกนี้ จำเป็นต้องเดินตามกฎระเบียบของสังคม เพื่อจะรับผลอันดี และไม่ยอมให้สิ่งที่ไม่ดี มาใกล้ตัว เช่น การเสียภาษี การรักษากฎหมาย การดำเนินชีวิตเป็นพลเมืองที่ดี การเป็นลูกจ้างที่ดี การเป็นเจ้านายที่ดี การเป็นสามีและภรรยาที่ดี ในขณะเดียวกันการดำเนินชีวิตกับพระเจ้าต้องเข้มข้นและมาอันดับแรก แน่นอนว่าทุกสิ่งในชีวิตของเราเริ่มต้นจากพระเจ้า และมอบถวายแด่พระเจ้า ด้วยการดำเนินชีวิตอย่างดีในสังคมและบนโลกนี้ เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็เพื่อพระพรจะตกถึงตนเองและครอบครัว […]

การรักษาชีวิตส่งผลต่อการเข้าหาพระเจ้าอย่างไร

เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและชอบธรรมปราศจากมลทินบาป ในเวลาที่เข้าเฝ้าพระเจ้าจะไม่ต้องใช้เวลาในการสารภาพบาป ชำระบาปผิด หรือกลับใจใหม่ยาวนาน แตกต่างกับคนที่ดำเนินชีวิตโดยปราศจากการรักษาทางของตนเองให้ถูกต้อง ทุกครั้งที่เข้าเฝ้าพระเจ้า จะต้องใช้เวลาและเสียเวลาอยู่กับการสำนึกผิด อยู่กับการเสียใจ ต่อความบาปผิดที่ได้กระทำ หรือมีส่วนร่วมอยู่เสมอ ตัวอย่าง :: ภาพของการแช่ออนเซ็น จะต้องมีการปรับอุณหภูมิร่างกายก่อนลงแช่ฉันใดก็ฉันนั้น ในการเข้าเฝ้าพระเจ้าทุกครั้งจะต้องมีการสำรวจตนเอง เพราะว่าเรากำลังเข้าเฝ้าพระองค์ผู้ทรงบริสุทธิ์ หากว่ามีสิ่งใดที่เป็นมลทินก็จะขัดขวาง ไม่ให้เราสามารถเข้าใกล้พระเจ้าได้ เปรียบเหมือนม่านในพระวิหาร หากเราสามารถรักษาชีวิตของตนเองอย่างดี ในทุกย่างก้าวในตลอดเวลา เมื่อเวลาที่เราเข้าเฝ้าหรือร้องทูลต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ก็จะทำให้ เราสามารถร้องทูลถึงความปรารถนา สิ่งที่ต้องการได้อย่างทันที อีกทั้ง จะทำให้การเปิดเผยและการสำแดงในก้าวต่อไป จากพระเจ้า ง่ายขึ้น   การรักษาชีวิตส่งผลต่อการเข้าหาพระเจ้าอย่างไร   1. เนื่องจากพระเจ้าผู้ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ ผู้ที่ได้รับการชำระเท่านั้น จึงสมควรแก่การเข้าเฝ้า หากว่าเราทำบาปผิด ก็ต้องรับการชำระ และกลับใจใหม่เสียก่อน ซึ่งกระบวนการนี้ จะประกอบไปด้วย การชำระ การกลับใจใหม่ การเยียวยา การหันหลังกลับ ซึ่ง ต้องออกมาจากจิตวิญญาณและความจริงภายใน เท่านั้น 2. ผู้ที่ได้รับการชำระ ให้สะอาดหมดจดแล้ว จำเป็นต้องรักษาความบริสุทธิ์นั้นไว้กับตัวให้นานที่สุดและมากที่สุด เพื่อจะก้าวสู่ step ต่อไป […]