Tag Archives: ความสัมพันธ์กับพระเจ้า

เต็มอิ่มในพระเจ้า

2017-11-13 Diary Life เต็มอิ่มในพระเจ้า เคยบ้างไหม ที่กินอิ่มสุดๆ แล้ว อยากจะนั่งพัก นอนพัก ดูหนังฟังเพลง ให้ผ่อนคลายอารมณ์ ในความสัมพันธ์กับพระเจ้าก็เช่นกัน เมื่อเราอิ่มหนำในพระเจ้าอย่างเต็มที่แล้ว • ไม่ว่าจะเป็นพระสุรเสียงตรัสที่มาถึงอย่างเจาะจงและชัดเจน • ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ • ไม่ว่าจะเป็นการแช่ตัวอยู่ในนิเวศน์ของพระเจ้า • ไม่ว่าจะเป็นความชัดเจนในทิศทางที่ต้องก้าวต่อไป • ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ในความสดใหม่ที่ได้รับ • ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงทางอารมณ์ จนมั่นใจในพระสัญญาที่พระเจ้าทรงทำต่อตนเองอย่างเจาะจง   ทั้งหมดทั้งมวล นำมาซึ่งความผ่อนคลายฝ่ายวิญญาณจิต และ การได้รับกำลัง การปลดปล่อยจากพันธการแห่งความวุ่นวาย ด้านการวิตกกังวล ทำให้วันชิลๆ และ การแช่ตัวอย่างต่อเนื่องก็เกิดขึ้น เต็มอิ่มในพระเจ้า  อาจไม่ต้องอาศัยรูปแบบเดิมๆ ที่เคร่งครัด หรือ เคร่งเครียด แค่ปล่อยตัวไปตามแม่น้ำของพระเจ้าที่กำลังไหลท่วมใจ  อาจมีบางวันที่นั่งชิลๆ จิบชา กาแฟ และ เพลิดเพลินอยู่ในเวลาเหล่านั่นต่อพระพักตร์องค์พระบิดา  อาจไม่ได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วย การอธิษฐานแบบเดิมๆ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ผ่อนคลาย แต่อัดแน่นไปด้วยความรักของพระเจ้าที่กำลังครุกรุ่นอยู่ภายใน  […]

การภาวนา 2

คริสเตียนจำนวนมาก รู้จักการอธิษฐานแบบเป็นรูปแบบ  แต่เมื่อมีความจำกัด ด้านเวลา สถานที่ หรือภาระกิจที่รัดตัว ทำให้ไม่สามารถอธิษฐาน หรือนมัสการพระเจ้าได้อย่างเต็มรูปแบบ ก็ไปต่อไม่เป็น >>> ส่งผลให้เกิดการฟ้องผิดภายในจิตใจว่า ไม่สามารถใกล้ชิดพระเจ้าได้ตามรูปแบบที่เคยดำเนิน เคยเป็น หรือ เคยทำเป็นประจำ ทั้งนี้ ต่างก็มีใจปรารถนาและแสวงหาพระเจ้าอยู่เป็นเสมอ แต่ทำไม? ความรู้สึกภายในกลับตีกันกับ ความรู้ที่เคยชิน โดยลืมไปว่า … พระเจ้าทรงมีนามว่า “เราเป็น” นั่นหมายความว่า พระองค์ทรงรู้ทุกสิ่งในสิ่งที่เราเป็น ในทุกขณะ แม้แต่ความจำกัด อุปสรรคหรือปัญหา ทรงชันสูตรจิตใจภายในและตรวจค้นสิ่งเหล่านั้นโดยองค์พระวิญญาณของพระเจ้าที่อยู่ภายในเรา พระเจ้าทรงมองดูไม่เหมือนกับที่มนุษย์มอง ทรงมีมาตรวัด ไม่เหมือนที่มนุษย์วัด มนุษย์มักมองดูแต่ภายนอกสนใจแต่รูปแบบ โดย ลืมเนื้อหาภายในหรือท่าที่ในใจ ทำให้มนุษย์มักกำหนดกะเกณฑ์สิ่งต่างๆ แล้วครอบตนเองและผู้อื่นไว้ในกฎเกณฑ์ที่ตนเองตั้งเอาไว้เอง… แต่แท้จริงพระเจ้า ไม่ได้สนใจภายนอกเทียบเท่ากับภายใน เมื่อทรงชันสูตรภายในแล้ว ค้นพบว่าจิตใจภายในหิวกระหายและแสวงหาพระเจ้า นั่นก็เพียงพอต่อการมีความสัมพันธ์กับพระองค์ 1 ซามูเอล 16:7  แต่พระเยโฮวาห์ตรัสกับซามูเอลว่า “อย่ามองดูที่รูปร่างหน้าตาหรือที่ความสูงแห่งร่างกายของเขา ด้วยเราไม่ยอมรับเขา เพราะพระเยโฮวาห์ทอดพระเนตรไม่เหมือนกับที่มนุษย์ดู ด้วยว่ามนุษย์ดูที่รูปร่างภายนอก แต่พระเยโฮวาห์ทอดพระเนตรจิตใจ” เราไม่จำเป็นต้องคิด หรือ กำหนดรูปแบบที่ตายตัวในการเข้าหาพระเจ้า […]

การภาวนา 1

คริสเตียนแทบทุกคนเคยได้ยินคำว่า “การภาวนา” อยู่แล้ว แต่มีสักกี่คนที่สามารถทำได้จริง   ในสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยให้เรานั่งลงอธิษฐาน ในเวลาที่ภารกิจต่างๆ รัดตัว จนไม่สามารถปลีกตัวเองออกมาได้ ในยามคับขันที่ไม่สามารถร้องทูลได้อย่างเป็นทางการ ในระหว่างการดำเนินชีวิตประจำวัน ในสถานที่ๆ ไม่คุ้นเคยหรือคล่องตัว ในท่ามกลางผู้คนที่ดูเหมือนจะอยู่ฝ่ายตรงข้ามกลับเราอย่างสิ้นเชิง . . .   เราทุกคนต่างต้องเผชิญหน้า กับวันเวลา สถานการณ์ รวมถึงผู้คน ที่ไม่อาจควบคุมทุกสิ่งให้สะดวกสบายดั่งใจนึกได้ จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เราไม่อาจทำในสิ่งที่เราวาดไว้อย่างสมบูรณ์แบบได้ บางคนตีกรอบความคิดว่า … “พระเจ้าจะฟังคำร้องทูลของเราต่อเมื่อเรานั่งลงอธิษฐานในท่าสวยงามอย่างเพียบพร้อมเท่านั้น” บ้างก็จำกัดพระเจ้าว่า … “ไม่ทรงเข้าใจในสิ่งที่เราเป็นและเผชิญอยู่” แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องการการช่วยกู้จากพระเจ้า *สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นข้ออ้างในการไม่ได้เริ่มต้นอธิษฐานด้วยการภาวนาภายในเลยด้วยซ้ำ!!! แท้จริงพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นและรู้ว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งใดอยู่ พระองค์ทรงยอมรับได้ และทรงรับรู้ถึงภายในด้วยการหยั่งลึกและชันสูตร ทรงมอบหนทางแก่เราด้วยการไม่จำกัดรูปแบบ หรือยึดติดรูปแบบ หรือกำหนดสิ่งต่างๆ ให้กับเราชนิดที่ยากเกินจะทำได้ แต่ทรงให้เราสามารถภาวนาและร้องทูลต่อพระองค์ได้ทุกเมื่อทุกเวลา ทุกสภาพการณ์ ทุกสถานที่   แต่คนจำนวนมากกลับละเลยและไม่ทำสิ่งที่แสนง่ายเหล่านี้ พยายามหาเหตุผลข้ออ้างว่า “ไม่มีเวลานั่งลงอธิษฐาน”“ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เป็นรูปแบบเพื่อพระเจ้าได้เลย” ดูเหมือนใจจะแสวงหาพระเจ้า แต่กลับละเลยและทอดทิ้งพระองค์โดยสิ้นเชิง และป้อนเหตุผลนาๆ ประการให้ตนเองดูดีด้วยความปรารถนาอยากจะเข้าหาพระเจ้าแต่สิ่งอื่นๆที่ควบคุมไม่ได้บีบคั้น   ในความเป็นจริงอีกด้านหนึ่ง หากเราตระหนักได้ว่า พระเจ้าทรงอยู่กับเรา […]

เราต่างเลือกซึ่งกันและกัน

เคยมีคนกล่าวอยู่เสมอๆ ว่า “พระเจ้าเลือกเราก่อน ไม่ใช่เราเลือกพระเจ้า” เป็นความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงเลือกเราก่อน ตั้งแต่ก่อนเริ่มสร้างโลกและอยู่ในครรภ์มารดา เราไม่ได้ถูกเลือกเมื่อเราเป็นคนดีขึ้น เก่งขึ้น มีความสามารถ แต่เราถูกเลือกไว้ตั้งแต่ยังไม่เกิด ยังไม่มีตัวตนเลยด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่าเวลานั้นที่เราถูกเลือก เราไม่มีแม้แต่ความสามารถ คุณสมบัติ ความรู้ ความเก่ง หรืออะไรทั้งสิ้น ไม่สามารถสร้างประโยชน์อันใดเพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่พระเจ้าเลือกเราได้เลย… แต่ความจริงอีกประการหนึ่งมีอยู่ว่า ไม่ใช่เพียงแค่พระเจ้าเท่านั้นที่เลือกเรา เราต้องเลือกพระองค์ด้วยเช่นกัน การมีปฏิสัมพันธ์ต้องไม่ใช่เพียงแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น หากพระเจ้าเลือกเราแต่เราไม่เลือกพระเจ้า จะไม่เรียกว่า “ความสัมพันธ์” เลย (ซึ่งก็ผิดไปจากปกติคริสเตียน เพราะคริสเตียนคือบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้า) มันจะเกิดขึ้นเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ แม้ว่าพระองค์จะทรงริเริ่มทำก่อนก็ตาม การตายบนกางเขนของพระเยซูทรงเริ่มกระทำทั้งที่มนุษย์ยังเป็นคนบาป ในขณะที่มนุษย์ยังไม่ตอบสนองเลยด้วยซ้ำ เป็นการลงทุนที่เทออกก่อนเพื่อเรา เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ แต่การไถ่ การช่วยกู้ จะเป็นผลเมื่อมนุษย์ตอบสนองและเลือกพระองค์เท่านั้น!!! การเลือกของพระเจ้าที่มีต่อเราแต่แรกเริ่ม >> สะท้อนผ่านกระบวนการสร้างชีวิตของเรา ตั้งแต่ครอบครัว พ่อแม่ญาติพี่น้อง สภาพแวดล้อม ที่สร้างและหล่อหลอมเรามาให้โตและกลายเป็นคนประเภทไหน จนเป็นเราแต่ละคนในวันนี้ เพราะพื้นฐานเหล่านี้เองเมื่อถึงเวลาที่เราเติบโตจนถึงจุดที่เราจะพัฒนาความสัมพันธ์กับพระเจ้าด้วยตนเอง หรือการรับใช้ หรือค้นพบการทรงเรียก เราจะพบและมองเห็นว่ากระบวนการตั้งแต่แรกเริ่มในชีวิตของเราช่างส่งเสริมการที่เราได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้น ลึกซึ้งขึ้น เสียนี่กระไร… เช่น คนที่พบเจอความยากลำบากมาตั้งแต่เด็กจะมีพลังในความอดทนสูงกว่าคนปกติทั่วๆ ไป เมื่อเติบโตขึ้นมาไม่ว่าสถานการณ์จะยากลำบากแค่ไหน […]

การพัฒนาความสัมพันธ์ 2 แนว

การเดินกับพระเจ้ามีการพัฒนาความสัมพันธ์ 2 แนวคือ แนวลึกกับแนวกว้าง 1. แนวลึก จะยิ่งทำให้ล้ำลึกในความเข้าใจ ความรู้ถึงพระองค์ เข้าใจรายละเอียดแม้เล็กน้อย เป็นความชำนาญและลงลึกมากยิ่งๆ ขึ้นทุกวันเวลา ดำดิ่งลง ยิ่งลึกยิ่งมั่นคงและอยู่ภายในกับพระองค์มากยิ่งขึ้น หากพัฒนาความลึกมากเท่าไรพระเจ้าจะขยายขอบเขตความกว้างเอง 2.ความกว้าง แสวงหาขอบเขตที่กว้างไกลออกไป มีความเข้าใจในมุมกว้างและมองเห็นอะไรกว้างมากขึ้น รู้หลายอย่างหลายด้าน มีผลและอิทธิพลต่อคนในขอบเขตกว้างออกไป คือ จำนวนคน ท้องที่กว้างออกซ้ายขวาหน้าหลัง ** แท้จริงเราควรมีพัฒนาทั้ง 2 ด้านควบคู่กันไป แต่อีกมุมคือ แต่ละคนมีความชอบ บุคลิก ลักษณะ การทรงเรียกและสิ่งต่างๆไม่เหมือนกัน ดังนั้นการทำงานของพระเจ้าจึงเป็นไปในลักษณะต่างกัน บางคนอาจเริ่มจากลึกไปกว้าง บางคนอาจกว้างไปลึก หรือบางคนอาจได้เพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เพื่อจะใช้สิ่งต่างๆ ในกันและกัน 11/03/2013 08:29