Tag Archives: ข้อคิดเพื่อการดำเนินชีวิต

การรอคอยที่ยาวนาน

บางครั้งการช่วยกู้ของพระเจ้าก็ดูเหมือนจะยาวนาน มาไม่ถึงสักที … ไม่ใช่ว่า พระองค์ … ~ ไม่ทรงสามารถ ~ ไม่ทรงฤทธิ์เดช ~ หรือเพิกเฉยต่อเสียงร้องทูลของเรา แต่เพราะเราเองที่ยังไปไม่ถึงขนาดความเข้าใจ ยอมจำนน และ มอบถวายอย่างสุดตัว อีกทั้งเงื่อนไขบางประการยังไม่สำเร็จอย่างบริบูรณ์ (เหมือนดั่งที่พระเยซูถูกเฆี่ยนตีครั้งแล้วครั้งเล่า จนถูกตอกตะปู จนถูกตากแดดนานหลายชั่วโมง จนถึงลมหายใจสุดท้าย และสิ้นพระชนม์ลง นานถึง 3 วัน ความบริบูรณ์นั้นก็มาถึง การช่วยกู้ ก็ฟื้นคืนชีวิต และเสด็จสู่สวรรค์) พระเจ้าทรงสามารถทำทุกสิ่งได้ แม้ตายไปแล้วก็เรียกคืนได้ อยู่ที่ว่า ทางไหนคือ ดีที่สุด ซึ่งหลายครั้งก็เกินความเข้าใจของมนุษย์อย่างเรา โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดกับตัวเอง ดังนั้นความอดทน และ ความหวังใจ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีในระหว่างการรอคอยที่แสนจะยาวนาน (ในความรู้สึกของตนเอง) … เพราะแท้ที่จริงทุกสิ่งยังคงอยู่ในพระหัตถ์แห่งการควบคุมขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ทรงฤทธายิ่งใหญ่สูงสุด ดังนั้น จึงไม่มีคำว่า “สายเกินไป” อีกทั้งระหว่างทางจะได้พบ และ ได้รับพระคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยเหลืออยู่เนืองๆ – เพื่อเตรียมชีวิตให้พรักพร้อมสำหรับการดีมากยิ่งขึ้น – เพื่อขยายฐานชีวิตให้สามารถรองรับสิ่งดีที่กำลังจะมาถึงอย่างรวดเร็ว และ มหาศาล [...]

การค้นหาเอกลักษณ์ของตนเอง ตอนที่ 1

ในขณะที่ยังหาสิ่งที่ใช่ สิ่งที่เป็นตนเองยังไม่เจอ สิ่งที่สมควรกระทำคือ สัตย์ซื่อ ในการรักษาทางของตนเอง อะไรที่เป็นภาระหน้าที่ที่ควรกระทำ ก็ทำไปอย่างสัตย์ซื่อ เที่ยงตรง สม่ำเสมอ และมีวินัย อะไรที่เข้ามาใหม่ๆ มีโอกาสให้ได้ลองก็ควรเปิดตนเองก้าวเข้าสู่สิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามา เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิต เพิ่มช่องทางในการเรียนรู้ เพิ่มโอกาสในการค้นหาตนเองมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องใส่ใจ ที่จะเรียนรู้ ในทุกๆ สิ่ง ไม่ใช่แค่ฉาบฉวย ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้ผ่านๆ ไป เพราะนั่นจะทำให้ไม่เห็นผล หรือ เกิดผลใดๆ ทั้งสิ้น การเรียนรู้และเฝ้าสังเกตตนเองในการทำสิ่งต่างๆ ตามวาระและโอกาสที่เข้ามา จะทำให้สามารถค้นหาตนเองได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการงาน ศักยภาพ ความสามารถ ตะลันต์ ของประทาน การทรงเรียก รวมไปถึงเรื่องของคู่ครอง … การทุ่มเท ทำสิ่งต่างๆ ย่อมทำให้ เห็นผลสะท้อนกลับมา และจะส่งผลให้มองเห็นตนเองในภาพรวมมากยิ่งขึ้น กุญแจหลักของการค้นหา เอกลักษณ์ของตนเอง คือ ความสัตย์ซื่อ จริงจัง เรียนรู้ และอดทนรอคอย บางคนค้นพบเอกลักษณ์ของตนเองตั้งแต่วัยเยาว์ บางคนกว่าจะค้นพบเอกลักษณ์ของตนเองก็ในวัยฉกรรจ์แล้ว และในบางคนใช้เวลายาวนาน [...]

เศรษฐีหนุ่ม

ชายผู้รู้ทุกสิ่ง มีทุกอย่าง แต่กลับต้องทุกข์ใจ เพราะไม่กล้าละทิ้งสิ่งที่มีเพื่อติดตามพระเยซูไป เขาจึงยังคงอยู่กับที่ เท่าเดิม แบบที่มี  ด้วยหัวใจปรารถนาอยากจะรู้จักพระคริสต์ที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น  ด้วยความหวังจะขยายขอบเขตชีวิตฝ่ายวิญญาณมากกว่าเดิม(ที่เป็นอยู่)  ด้วยใจถ่อมลงอยากจะได้รับคำตอบจากปากพระคริสต์ แต่คำตอบนั้นกลับทำให้เขาต้องทุกข์ใจ เพราะสารพัดสิ่งที่มีอยู่ในมือ ที่เคยเป็นประโยชน์เสมอมากลับกลายเป็นอุปสรรคฉุดรั้งในการตอบสนองพระเจ้าซะอย่างนั้น มธ.19:16-22 16 นี่แน่ะ มีคนหนึ่งมาทูลพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าจะต้องทำความดีอะไรบ้าง จึงจะได้ชีวิตนิรันดร์?” 17 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ท่านถามเราถึงสิ่งที่ดีทำไม? ผู้ที่ดีมีแต่ผู้เดียว ถ้าท่านต้องการจะเข้าสู่ชีวิตก็ให้ถือรักษาพระบัญญัติไว้” 18 คนนั้นทูลถามว่า “คือพระบัญญัติข้อไหนบ้าง?” พระเยซูตรัสว่า “‘ห้ามฆ่าคนห้ามล่วงประเวณีผัวเมียเขาห้ามลักทรัพย์ ห้ามเป็นพยานเท็จ 19 จงให้เกียรติบิดามารดาของตน และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง’ ” 20 ชายหนุ่มคนนั้นทูลพระองค์ว่า “ข้าพเจ้ารักษาข้อเหล่านั้นทุกข้ออยู่แล้ว ข้าพเจ้ายังขาดอะไรอีกบ้าง?” 21 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ถ้าท่านต้องการจะเป็นคนดีพร้อม จงไปขายทรัพย์สิ่งของที่ท่านมีอยู่แจกจ่ายให้คนยากจน แล้วท่านจะมีทรัพย์สมบัติในสวรรค์ และจงตามเรามา” 22 เมื่อชายหนุ่มได้ยินถ้อยคำนั้นก็ออกไปเป็นทุกข์ เพราะเขามีทรัพย์สินจำนวนมาก ลก.18:18-23 มก.10:17-22 ชายผู้นี้… • [...]

เมื่อพบความอธรรม

การดำเนินชีวิตบนโลกที่เต็มไปด้วยความบาป ย่อมหลีกหนีไม่พ้น ที่จะพบเจอกับสิ่งที่ไม่เป็นธรรม ไม่ชอบธรรม คนชั่วร้าย เหตุการณ์ที่ย่ำแย่ หรือ สิ่งที่เลวร้าย เมื่อพบความอธรรม … สิ่งที่ต้องทำ คือ ปกป้อง และ รักษาตนเองและครัวเรือนไว้ให้ดี ไม่ใช่ลุกขึ้นมาจัดการ เพราะเราก็เป็นมนุษย์ที่มีความจำกัดเหมือนกัน โดยเฉพาะความหยั่งรู้ ทุกมิติ ทุกกาลเวลา ทุกด้าน เมื่อเรารักษาทางของตนเอง พระเจ้าจะทรงรักษาและสงวนผู้ชอบธรรมไว้ด้วยพระองค์เอง ในขณะที่เมื่อถึงวาระเวลา ความอธรรมเหล่านั้นจะถูกจัดการด้วยพระหัตถ์ของพระเจ้า อียิปต์ ทำบาปอย่างดาษดื่น ก็ใช่ว่า จะต้องมีใครลุกขึ้นมาจัดการอียิปต์ ในขณะนั้นอิสราเอลได้แต่เฝ้าร้องทูลต่อพระเจ้า การดูแลมาถึงทุกๆ วัน แม้ยังไม่ถึงวาระพ้นสภาพเหล่านั้น การอวยพร ด้านอาหารก็ไม่ขาด การอวยพรด้านการขยายพงษ์พันธุ์ ก็ยิ่งทวีคูณ จนกระทั่งแม้แต่อียิปต์ยังหวั่นกลัวว่าจะเป็นภัยถึงตัว และในทางกลับกัน ก็หาใช่ว่าอิสราเอลจะไม่เคย หรือ ไม่ได้ทำผิดเลย… • พวกเขาเก่งด้านการบ่นต่อว่าพระเจ้า • พวกเขาเปรียบเทียบพระเจ้ากับหยากเยื่อของอียิปต์ ด้วยกระเทียม • พวกเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้าอย่างสุดใจ • วรีกรรมของพวกเขามากเหลือเกิน ตลอดเส้นทางเข้าสู่คานาอัน ทั้งๆ ที่เป็นช่วงที่ต้องพึ่งพาพระเจ้าสุดใจ แต่ก็ยังอหังการ [...]

การชันสูตรใจจากพระเจ้า

เมื่อเราเข้ามาหาพระเจ้า สิ่งแรกที่จะทรงทำ คือ ชันสูตรใจภายใน!!! *ไม่มีสิ่งใดปิดซ่อนจากพระเนตรพระกรรณพระเจ้าพ้น แต่น้ำหนัก ณ ตอนนั้น ที่พระเจ้าทรงให้ คืออะไรต่างหาก หาใช่ว่าจะทรงปล่อยผ่าน!!! ~ บ้างได้รับกำลัง ~ บ้างได้รับการเยียวยา ~ บ้างได้รับคำตอบ ~ บ้างได้รับปัญญา ~ บ้างได้รับการรักษา ~ บ้างได้รับพระพร ~ บ้างได้รับความเข้าใจ ~ บ้างได้พักสงบ ~ บ้างได้รับการตักเตือนจากองค์พระวิญญาณ ~ บ้างได้รับการปลอบประโลม . . . จะได้รับสิ่งใดก็ตาม นั่นเพราะ พระเจ้าทรงให้น้ำหนัก ณ ตอนนั้น แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่จะตามมา เพราะพระเจ้าไม่นิ่งเฉยที่จะตอบแทนทั้งความชอบธรรม และความอธรรม ส่วนของความชอบธรรม – พระองค์จะทรงอวยพรเป็นรางวัล – จะเพิ่มพูน ขยายชีวิตให้เติบโต – จะคืนส่วนที่สูญเสีย และได้รับความไม่เป็นธรรม – จะทรงนับว่า “ชอบธรรม” ส่วนของความอธรรม [...]

Present No Past ปัจจุบันกาล

จงทำให้ชีวิตของเรา เป็นเรื่องของวันนี้ เพื่อจัดเตรียม สู่พรุ่งนี้ และ อนาคตนิรันดร ไม่ใช่เรื่องในอดีต เดมาสก็เคยรักพระเจ้า แต่เดี๋ยวนี้ได้หลงรักโลกไปเสียแล้ว 2 ทิโมธี 4:10 เพราะว่าเดมาสหลงรักโลกนี้ และทิ้งข้าพเจ้าไปยังเมืองเธสะโลนิกาแล้ว ส่วนเครสเซนส์ไปที่แคว้นกาลาเทีย ทิตัสไปที่แคว้นดาลมาเทีย หลายสิ่งในอดีตเคยดีงาม แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป กลับถอยหลังหรือย่ำแย่ลง อย่าลืมว่า วันเวลาที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้า ย่อมมีวาระ มีสิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนไปและพัฒนาการขึ้น ในขณะที่บางคนหรือบางสิ่งเพียงแค่หยุดอยู่กับที่ ไม่มีการพัฒนาไปตามกาลเวลา หรือวาระที่เดินไปข้างหน้า ย่อมทำให้ตนเองหรือสิ่งเหล่านั้นถดถอยลง อย่างไม่รู้ตัว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า จากเดิม มีความใหญ่ มีความแข็งแรง มีความอึดและทน แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีเหล่านี้ ปรับเปลี่ยนแปลงเป็นความรวดเร็วตอบสนองความสะดวกสบาย ในขณะที่ผู้พัฒนาสินค้าให้เหมาะกับยุคสมัย แต่ยังคงรักษา concept เดิม คงความแข็งแรง ความอึด ความทนไว้ได้ ย่อมได้เปรียบกว่า อย่ายอมปล่อยให้ชีวิตของตน เป็นเรื่องของในอดีต หมายถึง ในอดีตเคยดีแต่ปัจจุบันกลับถดถอย หรือหลงลืมซึ่งสิ่งที่เคยดีในอดีตไปเรียบร้อยแล้ว อันเนื่องจากไม่ได้รักษาสิ่งดีอันนั้นไว้ หรือว่าพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง [...]

มากที่ปรึกษา

การมากที่ปรึกษาโดยที่ตนเองปราศจากรากฐานของพระคำ ย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้อวดรู้ และฟาริสี มากที่ปรึกษา คือ การเสริมสร้างส่วนที่ขาดความรู้ ความเข้าใจ ไม่ใช่การว่างเปล่าแบบไม่มีอะไรเลย แม้แต่กรอบล้อมรั้วชีวิตตน หากเป็นเช่นนั้น… จงนำความไปปรึกษาพระเจ้า พระองค์มีวิธีการสอนเราแต่ละคนอย่างแน่นอน เพราะทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่และประทับอยู่ด้วย ตัวอย่างเช่น … ขันทีที่อ่านพระคำอิสยาห์ไม่เข้าใจ พระเจ้าจึงส่งฟีลิปมา เพื่อเสริมสร้างเขา = พระเจ้าไม่ละทิ้งและปล่อยให้ผู้ที่แสวงหาพระเจ้าด้วยความถ่อมใจ ต้องขาดสิ่งใดๆ โดยเฉพาะความเข้าใจในพระคำ กจ.8:26-40 26 แต่ทูตองค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งฟีลิปว่า “จงลุกขึ้น ไปยังทิศใต้ตามทางที่ลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงกาซา” (ซึ่งเป็นทางเปลี่ยว) 27 ฟีลิปก็ลุกไป และนี่แน่ะ มีขันทีชาวเอธิโอปคนหนึ่ง เป็นข้าราชการของพระนางคานดาสีพระราชินีของชาวเอธิโอป และเป็นนายคลังทรัพย์ทั้งหมดของพระราชินีองค์นั้น ท่านมานมัสการที่กรุงเยรูซาเล็ม 28 ขณะนั่งรถม้ากลับไปนั้น ท่านกำลังอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะอยู่ 29 พระวิญญาณตรัสสั่งฟีลิปว่า “จงเข้าไปชิดรถม้าคันนั้นเถิด” 30 ฟีลิปจึงวิ่งเข้าไปใกล้ และได้ยินท่านอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะ จึงถามว่า “ท่านเข้าใจสิ่งที่อ่านหรือไม่?” 31 ขันทีจึงตอบว่า “ถ้าไม่มีใครอธิบาย จะเข้าใจได้อย่างไร?” ท่านจึงเชิญฟีลิปขึ้นไปนั่งบนรถม้ากับท่าน 32 พระคัมภีร์ตอนที่ท่านอ่านอยู่นั้นคือข้อเหล่านี้ “ท่านถูกนำไปฆ่าเหมือนอย่างแกะ ลูกแกะนิ่งอยู่ต่อหน้าผู้ตัดขนของมันอย่างไร [...]

เสาเมฆและเสาเพลิง

พระเจ้าทรงนำอิสราเอลประชากรของพระองค์ด้วยเสาเมฆในเวลากลางวันและเสาเพลิงในเวลากลางคืน ในถิ่นทุรกันดารที่เริ่มต้นออกจากอียิปต์มุ่งสู่แผ่นดินคานาอัน เมื่อมีการนำของพระเจ้าอิสราเอล รื้อถอน เต้นท์ที่พักของตนเอง เพื่อเคลื่อนไปตามการทรงนำของพระเจ้าในทันที แต่เมื่อไม่มีการทรงนำของพระเจ้า พวกเขาพักและดื่มกินอยู่ในบริเวณนั้น โดยที่สายตาจับจ้องไปที่เสาเมฆและเสาเพลิงอยู่เสมอ เพื่อจะไม่พลาดจากการทรงนำของพระเจ้า การทรงนำของพระเจ้าจะชัดเจนโดดเด่น เพื่อให้ประชากรของพระองค์เห็นอย่างชัดเจน เพื่อทำให้เห็นหนทางการตอบสนองพระเจ้าอย่างชัดเจน เพราะพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งความชัดเจน ไม่ทรงคลุมเครือ … ดังนั้นการทรงนำของพระองค์ก็เช่นกัน จะทรงนำอย่างชัดเจน เพียงแต่คนของพระเจ้า ต้องจับจ้องและจดจ่อไปที่เสาเมฆและเสาเพลิงนั้น หมายถึงการทรงนำนั้น ไม่ว่าจะเป็นเวลาใด ไม่ว่าจะมืดหรือสว่าง พระองค์ทรงมีวิธีและหนทางในการทรงนำให้แก่เรา อพยพ 13:21-22 21 พระยาห์เวห์เสด็จนำทางพวกเขาในเวลากลางวันด้วยเสาเมฆ และในเวลากลางคืนด้วยเสาเพลิง ให้พวกเขามีแสงสว่างเพื่อจะเดินทางได้ทั้งกลางวันและกลางคืน 22 พระองค์ไม่ได้ทรงให้เสาเมฆในเวลากลางวันและเสาเพลิงในเวลากลางคืนคลาดจากเบื้องหน้าประชากรเลย   เสาเมฆและเสาเพลิง 1.    อิสราเอลเคลื่อนย้ายตนเองอย่างทันที เมื่อมีการทรงนำของพระเจ้ามาถึง พวกเขาไม่อิดออด ไม่บิดเบือน ไม่ต่อรอง หรือไม่ยืดเวลาออกไป ลักษณะการสร้างเต้นท์เพื่ออยู่อาศัยของพวกเขา จึงต้องพร้อมเสมอสำหรับการเคลื่อนย้าย… การดำเนินชีวิต ของเราเองก็เช่นกัน ควรเตรียมพร้อมเสมอ เมื่อการทรงนำของพระเจ้ามาถึงเรา อย่างเจาะจง ควรพร้อมในการก้าวและเคลื่อนไปกับพระเจ้าอย่างทันท่วงที อย่าพยายามสร้างสิ่งใดที่สามารถถ่วงหรือหยุดตนเองเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถตอบสนองพระเจ้าอย่างทันที หรือต้องยืดเยื้อออกไป รวมไปถึงการผ่านเลยที่จะไม่ตอบสนองพระเจ้า 2.    เมื่อไม่มีการทรงนำของพระเจ้า [...]

วิถีของนก

นกไม่กลัวฝน ในยามที่ฝนตก มันจะเกาะกิ่งไม้และทำความสะอาดขนของมัน พร้อมทั้ง รับความชุ่มฉ่ำ จากสายฝน แต่หากฝนตกหนัก ลมแรง นกจะบินไปหาที่หลบซ่อน แล้วรอจนกว่าฝนจะซาลง เพื่อออกมาเล่นน้ำฝน รับความสดชื่นชำระล้างปีกของมัน ไซร้ตามซอก รายละเอียดของปีกให้สะอาด นกไม่พร่ำบ่นเวลาแห้งแล้ง เมื่อถึงเวลาที่ที่ประจำของมันแห้งแล้ง ไม่มีอาหารจะกิน หรือไม่เพียงพอ มันจะย้ายถิ่น เพื่อหาอาหารดำรงชีวิต มันไม่พร่ำบ่นต่อสิ่งเลวร้ายหรือแย่ๆ แล้วทนอยู่ตรงนั้น แต่มันจะขวนขวายออกหาที่ใหม่ๆ ที่มีอาหาร เพียงพอต่อการดำรงชีพของมัน วิถีของนก 1.    มันไม่บ่นพร่ำเพรื่อ มันมีชีวิตอย่างมีสุขได้ ท่ามกลางสภาพแวดล้อม ของมันเอง •    เมื่อใดก็ตามที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย >> มันจะเพิ่มความขยัน เพื่อหาแหล่งใหม่ๆ ในการดำรงชีพของมันเอง •    เมื่อใดก็ตามที่สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย >> มันจะใช้ชีวิตแบบชิวๆ เพื่อเก็บกินสิ่งเหล่านั้นด้วยความสวยงาม •    เสียงนกร้องจึงเป็นเสียงแห่งความไพเราะของธรรมชาติ อีกทั้งยังสะท้อนถึงสภาพ รอบๆ ด้วยซ้ำ 2.    มันไม่จำกัดตนเอง โดยการขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม แต่มันเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางทุกสภาพ ได้อย่างดี 3.    มนุษย์จำนวนมาก ติดนิสัยการพร่ำบ่น [...]

ความมั่งคั่งแบบซาโลมอน

แท้ที่จริงซาโลมอนได้เปรียบกว่าใครๆ เพราะว่าดาวิดผู้เป็นบิดาได้จัดเตรียมสิ่งต่างๆ ไว้ให้แก่เขาอย่างดีพร้อม ใครๆ ก็อยากเป็นแบบซาโลมอน มีมากมาย มีใหญ่โต จนกระทั่งไม่มีใครเปรียบเทียบได้ แต่เพราะความขี้อวดของซาโลมอน ทำให้เขาล้มลงและพลาดพลั้งให้กับสิ่งที่ไม่สมควร ความร่ำรวยของซาโลมอน แลกมาด้วยการหันหลังให้กับพระเจ้า มีภรรยามากมาย เพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่งและมั่นคงของตนเอง โดยลงลืมไปว่า… สิ่งทั้งหมดทั้งมวลที่เขามี มาจากการอวยพรของพระเจ้า และการจัดเตรียมเป็นอย่างดีของบิดาที่ส่งต่อให้แก่เขา หลายคนอยากมั่งคั่งแบบซาโลมอน หมายถึง อยากร่ำรวยและพยายามอวดตนเอง present ตนเองและสิ่งที่มีให้ทุกคนเห็น สิ่งเหล่านี้มักเต็มไปด้วยความหยิ่งและผยองจากภายใน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยการล่อหลอกให้หลงจากภายนอก อับราฮัมก็มั่งคั่ง แต่เขาไม่เคยอวดในสิ่งที่เขามี โยเซฟก็ร่ำรวยเป็นรอง แค่ฟาโรห์เพียงองค์เดียว แต่เขาก็ไม่เคยอวดในสิ่งที่เขามี ความแตกต่างของคนขี้อวด มักยกตนเองขึ้น แต่คนที่ถ่อมลง แม้มีมากขนาดไหน เขาก็ถวายเกียรติแด่พระเจ้า เหตุนี้เองจึงไม่พระพรของพระเจ้าไปจากชีวิตของเขา จะมีประโยชน์อันใดหากความร่ำรวยที่ตนเองมี ทำให้หลงลืมพระเจ้า สุดท้ายโซโลมอนได้แต่เพียงพูดว่า “อนิจจัง อนิจจัง”   ความมั่งคั่งแบบซาโลมอน 1.    เราสามารถมีสิ่งสารพัดได้อย่างมั่งคั่ง เพราะพระเจ้าผู้ทรงอวยพร แต่อย่ายอมแลกความมั่งคั่งนั้นกับสิ่งใด เพื่อแทนที่พระเจ้า เพราะสุดท้ายมันจะว่างเปล่าและล้มเหลว 2.    สิ่งที่พระเจ้าอวยพร จะเป็นความมั่นคง แต่สิ่งที่มนุษย์ควาญหาจะเป็นเพียงแค่ชั่วคราว เกียรติยศ ชื่อเสียง [...]