Category Archives: สีสันชีวิต

○ สะท้อนความงดงามผ่านกระบวนการต่างๆ ที่พระเจ้าสร้างในชีวิตส่วนตัวข้าพเจ้าเอง
○ นำเสนอทัศนะ รูปแบบตามบุคลิกภาพและจุดยืนที่พระเจ้าเรียกในชีวิตข้าพเจ้าเอง

พระพรที่ไม่ได้นับ

อันที่จริงคนเรามีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวมากมาย จนบางครั้งกลายเป็นความเคยชินเคยด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านั้นก็นับเป็นพระพรที่แสนดีที่พระเจ้าทรงประทานให้เราอย่างสัตย์ซื่อ พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อที่จะอวยพรเราในแต่ละวัน แต่ละเรื่อง แต่หลายๆ ครั้งเราเองทุ่มเทความคิด การจดจ่อไปไว้ที่บางสิ่ง บางอย่าง ที่ตนเองปรารถนา จนมองข้าม หรือ หลงลืมสิ่งดีที่เกิดขึ้นในปกติชีวิตของเรา   พระพรที่ไม่ได้นับ   พระพรที่ไม่ได้นับ คืออะไรบ้าง  ร่างกายที่แข็งแรง  การลืมตาตื่นขึ้นในทุกเช้าวันใหม่  การมีครอบครัวที่แสนดีเคียงข้าง พ่อ แม่ พี่น้อง บุตรหลาน สามีภรรยา  ไม่มีโรคร้ายเกิดขึ้นกับร่างกาย  มีงานให้ทำ และ รับผิดชอบ  มีอาหารให้กิน  มีที่ให้นอนอย่างอบอุ่น เย็นสบาย และปลอดภัย  และอื่นๆ อีกมากมาย พระพรของพระเจ้ามีหลายด้าน หลายมิติ หากเราฝึกฝนตนเองให้หัดเป็นคนที่นับพระพรบ่อยๆ เราจะสามารถเชื่อ วางใจในพระเจ้าได้อย่างไม่สั่นคลอนง่ายๆ เพราะเราจะเห็นได้ว่าที่ผ่านๆ มาพระคุณพระเจ้ามากมายสักเพียงใดในชีวิตตน และ จะเห็นได้ว่า พระเจ้ารักตนเองมากมายขนาดไหน […]

ความเรียบง่ายของการดำเนินชีวิตคริสเตียน

แท้จริงแล้ว การดำเนินชีวิตแต่ละวัน (ของคริสเตียน) … เป็นเรื่องของความเรียบง่ายบนความสัมพันธ์กับพระเจ้า แบบวันต่อวัน ก้าวต่อก้าาว ส่วนเรื่องความล้ำลึกนั้น เป็นเรื่องของความโปรดปรานพิเศษ ที่จะทรงสำแดงอย่างเจาะจง กับบางคน ในบางเรื่อง บางเวลา (ซึ่งบางคนอาจพัฒนาสู่ของประทานที่ล้ำลึก) แต่เรื่องของความรอด เป็นเรื่องของการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ใช่เรื่องของการรู้ถึงความล้ำลึก ดังนั้น แม้ไม่รู้อะไรมาก แต่เดินตามพระคำอย่างสุดใจ ก็รอดแน่ๆ แต่หากพระเจ้าจะเมตตาใส่ความล้ำลึกให้ นั่นเพราะทรงโปรดปรานเราเป็นพิเศษ ต้องแยกให้ออกระหว่าง “สิ่งที่เป็นพื้นฐาน กับ สิ่งที่เป็นขั้นกว่า” พื้นฐาน :: ขาดไม่ได้ ต้องมั่นคง ขั้นกว่า :: ไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่หากมีก็เป็นรางวัลชีวิต คนเราควรหมั่นศึกษา เพิ่มพูน ความรู้ และ ของประทาน เพื่อขยายขอบเขตชีวิตมากขึ้นเรื่อย และ เมื่อขอบเขตชีวิตขยายมากขึ้น หรือ ที่เรียกว่า “เติบโตมากขึ้น” ความล้ำลึกในแต่ละเรื่องจะค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้นเอง เพราะพระเจ้าทรงปรารถนาจะใส่ เติม แต่ง ให้แก่เราอยู่แล้ว สิ่งที่เราควรให้น้ำหนักมากที่สุด และ เป็นอันดับแรก […]

ลักษณะของคนที่ประสบความสำเร็จได้ยาก

บางคนมักชอบเอ่ยว่า จะทำนั่น จะทำนี่ โดยไม่มีการลงมือเสียที แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน หรือโอกาสจะเอื้ออำนวยอยู่ตรงหน้าแล้ว ก็ยังไม่ขยับตัวก้าวเสียที “ข้าจะ …” “ข้าจะ …” “ข้าจะ …” สมอง และ คำพูดเต็มไปด้วยแผนการที่ไร้การปฏิบัติ ซึ่งเท่ากับว่า เป็นเพียงการวาดฝันไว้ในอากาศ โดยปราศจากการลงมือทำ หรือ ริเริ่ม ลักษณะนิสัย หรือ ลักษณะชีวิตเช่นนี้ ทำให้ความสำเร็จอยู่ห่างไกล และ ถอยออกห่างจากเขาไปเรื่อยๆ อันเนื่องจาก เมื่อวันเวลาผ่านไป ก็จะพบว่า หลงลืมสิ่งที่เคยได้เอื้อนเอ่ย หรือ เคยวาดฝันไว้ … อีกทั้งผู้คนรอบข้างไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ในขณะที่ตนเองยังไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย ซึ่งเขาจะมีแนวโน้มในการปลงต่อความสำเร็จ หรือ การไต่ระดับให้สูงขึ้น ด้วยการคิดว่า “ไม่เหมาะสมกับตนเอง” … แต่ในทางกลับกัน ไม่เคยคิดที่จะปรับปรุง หรือ พัฒนาตนเอง ให้มีความกล้าหาญที่จะลงมือทำตามสิ่งที่วาดฝันไว้   ลักษณะของคนที่ประสบความสำเร็จได้ยาก   1. หากคนเราไม่ลงมือทำอะไรเสียที ได้แต่คิดๆๆ แล้วก็วาดฝันไว้ในอากาศ ก็จะไม่สามารถมองเห็นตัวตนของตนเองที่แท้จริงได้ว่า […]

กระบวนการสร้างของพระเจ้า

เมื่อเราอายุมากขึ้นแล้วมองย้อนกลับไปและระลึกถึงวันเก่าๆ  จะสามารถเห็นกระบวนการสร้างของพระเจ้าและการจัดเตรียมของพระองค์ในชีวิตของเราแต่ละช่วงเวลา ผ่านสถานการณ์ คนใกล้ชิด สภาพแวดล้อม หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว  จะเห็นได้ว่าชีวิตของเรามีเส้นทางที่คอยขีดและบรรจงสร้างเรา จนกระทั่งเป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ อุปนิสัย ขอบเขตชีวิต  ในแต่ละด้าน  ล้วนเกิดมาจากประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามา  … แต่ในอีกแง่หนึ่ง เราสามารถมองเห็น กระบวนการสร้างของพระเจ้าในชีวิตของเราทีละขั้นตอน อันประกอบไปด้วย การขัดเกลา การชำระใหม่ และการสร้างใหม่  เส้นทางชีวิตจะมีจุดหักเหในแต่ละช่วงเวลา และนำพาเราเข้าสู่สิ่งใหม่ๆ ตามน้ำพระทัย ของพระเจ้าทีละขั้นตอน แน่นอนว่าบางครั้งเราจำเป็นต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด เพราะคงไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด  ประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ เราเองก็ยังไม่เคยเจอ นั่นหมายถึง โอกาส ที่จะผิดพลาด ก็ย่อมมีและเกิดขึ้น แต่ถึงกระนั้น พระเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้งเราเลย บางเหตุการณ์เกิดขึ้นเพื่อให้เราเติบโตและเรียนรู้ บางเหตุการณ์เกิดขึ้นเพื่อให้เรามองเห็นความอ่อนแอของเนื้อหนังตนเอง บางเหตุการณ์เกิดขึ้นเพื่อเป็นบันไดก้าวขึ้นสู่ความเข้มแข็งมากขึ้น  บางเหตุการณ์เกิดขึ้นเพื่อเกิดการชำระใหม่ในชีวิตของเรา … แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น … ก็เพื่อ การเติบโตมากยิ่งขึ้น กระบวนการชีวิตของเราไม่มีวันหยุดยั้ง จะมีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาอยู่เสมอๆ  แต่จะมีบางเวลาที่พระเจ้าทรงให้เราพัก เพื่อรื้อฟื้นกำลังใหม่ เพื่อได้มีโอกาสทบทวน และนับพระพร ในวันที่ผ่านมา เพื่อเตรียมชีวิตสำหรับก้าวข้างหน้าที่สูงขึ้น … อย่างไรก็ดีพระเจ้ายังคงสร้างเราต่อไปจวบจนกว่าจะถึงความไพบูลย์ของพระคริสต์   กระบวนการสร้างของพระเจ้า 1. […]

น้ำพระทัยพระบิดา

หลายครั้งพ่อแม่ไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่ลูกทำ แต่ที่ยอมให้ทำ เพราะเห็นแก่ลูก ดุจเช่นเดียวกันกับพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ หลายครั้งพระองค์ไม่ได้มีน้ำพระทัย หรือว่า เห็นด้วยกับสิ่งที่เราเลือกเดิน เลือกกระทำ แต่พระองค์ก็ยังคงคอยปกป้องและดูแลเราเป็นอย่างดี นั่นเพราะทรงเห็นแก่เรา ด้วยความรักที่แสนมั่นคงไร้เงื่อนไขของพระองค์ แต่มนุษย์เรา หรือ ลูกน้อย บางครั้งก็หาได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจไม่ แต่กลับมองเห็นช่องทางความรักนั้น เพื่อตักตวงผลประโยชน์อันเป็นการทำตามใจตนเอง แทนที่จะเติบโตขึ้นในการเรียนรู้ว่าสิ่งใดควร ไม่ควร สิ่งใดควรรีบกลับใจใหม่ แต่ไม่ว่าพ่อแม่ หรือ พระเจ้า จะทรงเปี่ยมพระคุณ หรือ เต็มล้นไปด้วยความรักสักเพียงใด ก็ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางของผลแห่งการกระทำ หรือ เลือกตัดสินใจของมนุษย์ได้ *** พระเจ้าทรงตั้งกฎหนึ่งซึ่งไม่มีสิ่งใดล้มล้างได้ คือ กฎแห่งการหว่าน ไม่ว่าเราจะหว่านสิ่งใด ย่อมได้รับสิ่งนั้นกลับมา สักวันหนึ่งอย่างแน่นอน แม้แต่ศักเคียสที่อยู่ต่อหน้าพระเยซูองค์พระบุตร ก็ยังต้องชดใช้สิ่งที่ตนเองหว่านในอดีต เพื่อให้ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในพระคริสต์ แน่นอนว่า เมื่อเราทำผิดพลาด หนทางแก้ไขที่ดีที่สุด คือ การกลับใจใหม่ เพราะพระเจ้าจะทรงเข้ามารื้อฟื้นสิ่งที่เราสูญเสีย ด้วยการสร้างใหม่เข้าแทนที่สิ่งที่สูญเสีย (ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ต้องรับผลใดๆ) และจะทรงปลอบประโลมใจแก่ผู้ที่ถ่อมลง ในขณะที่ผู้ที่ยังคงหลงเพลิดเพลินกับการทำตามใจตนเอง โดยใช้ช่องพระคุณและความรัก กลับจะยิ่งห่างไกลพระพร และ สิ่งที่ดีที่สุด สำหรับตนเอง … […]

การรอคอยที่ยาวนาน

บางครั้งการช่วยกู้ของพระเจ้าก็ดูเหมือนจะยาวนาน มาไม่ถึงสักที … ไม่ใช่ว่า พระองค์ … ~ ไม่ทรงสามารถ ~ ไม่ทรงฤทธิ์เดช ~ หรือเพิกเฉยต่อเสียงร้องทูลของเรา แต่เพราะเราเองที่ยังไปไม่ถึงขนาดความเข้าใจ ยอมจำนน และ มอบถวายอย่างสุดตัว อีกทั้งเงื่อนไขบางประการยังไม่สำเร็จอย่างบริบูรณ์ (เหมือนดั่งที่พระเยซูถูกเฆี่ยนตีครั้งแล้วครั้งเล่า จนถูกตอกตะปู จนถูกตากแดดนานหลายชั่วโมง จนถึงลมหายใจสุดท้าย และสิ้นพระชนม์ลง นานถึง 3 วัน ความบริบูรณ์นั้นก็มาถึง การช่วยกู้ ก็ฟื้นคืนชีวิต และเสด็จสู่สวรรค์) พระเจ้าทรงสามารถทำทุกสิ่งได้ แม้ตายไปแล้วก็เรียกคืนได้ อยู่ที่ว่า ทางไหนคือ ดีที่สุด ซึ่งหลายครั้งก็เกินความเข้าใจของมนุษย์อย่างเรา โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดกับตัวเอง ดังนั้นความอดทน และ ความหวังใจ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีในระหว่างการรอคอยที่แสนจะยาวนาน (ในความรู้สึกของตนเอง) … เพราะแท้ที่จริงทุกสิ่งยังคงอยู่ในพระหัตถ์แห่งการควบคุมขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ทรงฤทธายิ่งใหญ่สูงสุด ดังนั้น จึงไม่มีคำว่า “สายเกินไป” อีกทั้งระหว่างทางจะได้พบ และ ได้รับพระคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยเหลืออยู่เนืองๆ – เพื่อเตรียมชีวิตให้พรักพร้อมสำหรับการดีมากยิ่งขึ้น – เพื่อขยายฐานชีวิตให้สามารถรองรับสิ่งดีที่กำลังจะมาถึงอย่างรวดเร็ว และ มหาศาล […]

ของพระเจ้า หรือ ของซีซ่าร์

ของของพระเจ้าให้พระเจ้า ของของซีซ่าร์ให้ซีซ่าร์ อย่าเผลอเก็บทุกสิ่งเป็นของตนเอง หลายครั้งมนุษย์มีท่าทีที่ผิดคิดว่าสิ่งต่างๆ ที่พระเจ้าให้ ไม่ว่าจะเป็นโอกาส ความสามารถ หรือสิ่งที่ถือครอง เป็นของตนเอง .. โดยหลงลืมไปว่า … แท้ที่จริง มีเรื่องกฎของของพระเจ้ามอบให้พระเจ้า ของของซีซ่าร์มอบให้ซีซ่าร์ แน่นอนว่าหลายครั้งพระเจ้าทรงให้ความรู้ ความเข้าใจ แก่เรารวมถึงประสบการณ์ นั่นก็เพื่อให้เราเติบโตขึ้น อีกทั้งมอบถวายแด่พระเจ้า ในขณะเดียวกัน การดำรงชีวิตอยู่บนแผ่นดินโลกนี้ ก็มีเรื่องของกฎระเบียบสังคม มีเรื่องกฎหมาย เจ้านาย ผู้ปกครอง และการอยู่ร่วมกันระหว่างตัวเราเองกับเพื่อนมนุษย์ ซึ่งพระคัมภีร์ได้ให้แนวทาง และ แนวปฏิบัติแก่เราอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องศึกษาพระคำของพระเจ้าด้วยตนเอง เพื่อจะเป็นวิถีทางในการติดตามพระเจ้าและใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้แบบมีพระพรติดตามชีวิตอยู่ตลอดเวลาในทุกๆ ด้าน ในทุกๆ ส่วน เมื่อเราดำเนินชีวิตอยู่บนโลกนี้ จำเป็นต้องเดินตามกฎระเบียบของสังคม เพื่อจะรับผลอันดี และไม่ยอมให้สิ่งที่ไม่ดี มาใกล้ตัว เช่น การเสียภาษี การรักษากฎหมาย การดำเนินชีวิตเป็นพลเมืองที่ดี การเป็นลูกจ้างที่ดี การเป็นเจ้านายที่ดี การเป็นสามีและภรรยาที่ดี ในขณะเดียวกันการดำเนินชีวิตกับพระเจ้าต้องเข้มข้นและมาอันดับแรก แน่นอนว่าทุกสิ่งในชีวิตของเราเริ่มต้นจากพระเจ้า และมอบถวายแด่พระเจ้า ด้วยการดำเนินชีวิตอย่างดีในสังคมและบนโลกนี้ เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็เพื่อพระพรจะตกถึงตนเองและครอบครัว […]

การรักษาชีวิตส่งผลต่อการเข้าหาพระเจ้าอย่างไร

เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและชอบธรรมปราศจากมลทินบาป ในเวลาที่เข้าเฝ้าพระเจ้าจะไม่ต้องใช้เวลาในการสารภาพบาป ชำระบาปผิด หรือกลับใจใหม่ยาวนาน แตกต่างกับคนที่ดำเนินชีวิตโดยปราศจากการรักษาทางของตนเองให้ถูกต้อง ทุกครั้งที่เข้าเฝ้าพระเจ้า จะต้องใช้เวลาและเสียเวลาอยู่กับการสำนึกผิด อยู่กับการเสียใจ ต่อความบาปผิดที่ได้กระทำ หรือมีส่วนร่วมอยู่เสมอ ตัวอย่าง :: ภาพของการแช่ออนเซ็น จะต้องมีการปรับอุณหภูมิร่างกายก่อนลงแช่ฉันใดก็ฉันนั้น ในการเข้าเฝ้าพระเจ้าทุกครั้งจะต้องมีการสำรวจตนเอง เพราะว่าเรากำลังเข้าเฝ้าพระองค์ผู้ทรงบริสุทธิ์ หากว่ามีสิ่งใดที่เป็นมลทินก็จะขัดขวาง ไม่ให้เราสามารถเข้าใกล้พระเจ้าได้ เปรียบเหมือนม่านในพระวิหาร หากเราสามารถรักษาชีวิตของตนเองอย่างดี ในทุกย่างก้าวในตลอดเวลา เมื่อเวลาที่เราเข้าเฝ้าหรือร้องทูลต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ก็จะทำให้ เราสามารถร้องทูลถึงความปรารถนา สิ่งที่ต้องการได้อย่างทันที อีกทั้ง จะทำให้การเปิดเผยและการสำแดงในก้าวต่อไป จากพระเจ้า ง่ายขึ้น   การรักษาชีวิตส่งผลต่อการเข้าหาพระเจ้าอย่างไร   1. เนื่องจากพระเจ้าผู้ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ ผู้ที่ได้รับการชำระเท่านั้น จึงสมควรแก่การเข้าเฝ้า หากว่าเราทำบาปผิด ก็ต้องรับการชำระ และกลับใจใหม่เสียก่อน ซึ่งกระบวนการนี้ จะประกอบไปด้วย การชำระ การกลับใจใหม่ การเยียวยา การหันหลังกลับ ซึ่ง ต้องออกมาจากจิตวิญญาณและความจริงภายใน เท่านั้น 2. ผู้ที่ได้รับการชำระ ให้สะอาดหมดจดแล้ว จำเป็นต้องรักษาความบริสุทธิ์นั้นไว้กับตัวให้นานที่สุดและมากที่สุด เพื่อจะก้าวสู่ step ต่อไป […]

การค้นหาเอกลักษณ์ของตนเอง ตอนที่ 1

ในขณะที่ยังหาสิ่งที่ใช่ สิ่งที่เป็นตนเองยังไม่เจอ สิ่งที่สมควรกระทำคือ สัตย์ซื่อ ในการรักษาทางของตนเอง อะไรที่เป็นภาระหน้าที่ที่ควรกระทำ ก็ทำไปอย่างสัตย์ซื่อ เที่ยงตรง สม่ำเสมอ และมีวินัย อะไรที่เข้ามาใหม่ๆ มีโอกาสให้ได้ลองก็ควรเปิดตนเองก้าวเข้าสู่สิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามา เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิต เพิ่มช่องทางในการเรียนรู้ เพิ่มโอกาสในการค้นหาตนเองมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องใส่ใจ ที่จะเรียนรู้ ในทุกๆ สิ่ง ไม่ใช่แค่ฉาบฉวย ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้ผ่านๆ ไป เพราะนั่นจะทำให้ไม่เห็นผล หรือ เกิดผลใดๆ ทั้งสิ้น การเรียนรู้และเฝ้าสังเกตตนเองในการทำสิ่งต่างๆ ตามวาระและโอกาสที่เข้ามา จะทำให้สามารถค้นหาตนเองได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการงาน ศักยภาพ ความสามารถ ตะลันต์ ของประทาน การทรงเรียก รวมไปถึงเรื่องของคู่ครอง … การทุ่มเท ทำสิ่งต่างๆ ย่อมทำให้ เห็นผลสะท้อนกลับมา และจะส่งผลให้มองเห็นตนเองในภาพรวมมากยิ่งขึ้น กุญแจหลักของการค้นหา เอกลักษณ์ของตนเอง คือ ความสัตย์ซื่อ จริงจัง เรียนรู้ และอดทนรอคอย บางคนค้นพบเอกลักษณ์ของตนเองตั้งแต่วัยเยาว์ บางคนกว่าจะค้นพบเอกลักษณ์ของตนเองก็ในวัยฉกรรจ์แล้ว และในบางคนใช้เวลายาวนาน […]

คำตอบที่แน่ชัดอยู่ในพระเจ้า

ในยามที่เราไม่รู้แน่ชัดว่า… ~ อะไรถูกผิด ~ อะไรทำได้หรือไม่ ~ อะไรเป็นเพียงแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ หรือ หลักการ ~ ควรทำ ควรเชื่อ ควรคิด หรือ ควรยึดรูปแบบไหน จงเข้ามาแสวงหาคำตอบจากพระเจ้าผู้ทรงถือบัญญัติไว้ในพระกร … (เพราะพระเจ้าเป็นผู้มอบบัญญัติแก่มนุษย์ และ เป็นนายเหนือบัญญัติ) – อย่ามัวแต่คิดเอง เออเอง – อย่ามัวแต่ดิ้นรน หาข้อสนับสนุน หรือ หักล้าง (เพราะแต่ละคน แต่ละวาระ ก็แตกต่างกันออกไป) – อย่ามัวแต่ตะบี้ตะบัน ก้มหน้ายึด สิ่งเก่าๆ ที่เล่าต่อกันมา เพราะ… ~ แต่ละคนก็มีทางของตนเอง มีแนวคิด แนวปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไป ~ แต่ละเวลา แต่ละยุค การเคลื่อนไปของพระเจ้า ก็ต่างกัน ~ แต่ละการทรงเรียก แต่ละจุดยืน ก็ไม่เหมือนกัน ~ แต่ละประสบการณ์ ที่มีรายละเอียดแตกต่างกัน ~ และแน่นอนว่า […]