Category Archives: สีสันชีวิต

○ สะท้อนความงดงามผ่านกระบวนการต่างๆ ที่พระเจ้าสร้างในชีวิตส่วนตัวข้าพเจ้าเอง
○ นำเสนอทัศนะ รูปแบบตามบุคลิกภาพและจุดยืนที่พระเจ้าเรียกในชีวิตข้าพเจ้าเอง

ของพระเจ้า หรือ ของซีซ่าร์

ของของพระเจ้าให้พระเจ้า ของของซีซ่าร์ให้ซีซ่าร์ อย่าเผลอเก็บทุกสิ่งเป็นของตนเอง หลายครั้งมนุษย์มีท่าทีที่ผิดคิดว่าสิ่งต่างๆ ที่พระเจ้าให้ ไม่ว่าจะเป็นโอกาส ความสามารถ หรือสิ่งที่ถือครอง เป็นของตนเอง .. โดยหลงลืมไปว่า … แท้ที่จริง มีเรื่องกฎของของพระเจ้ามอบให้พระเจ้า ของของซีซ่าร์มอบให้ซีซ่าร์ แน่นอนว่าหลายครั้งพระเจ้าทรงให้ความรู้ ความเข้าใจ แก่เรารวมถึงประสบการณ์ นั่นก็เพื่อให้เราเติบโตขึ้น อีกทั้งมอบถวายแด่พระเจ้า ในขณะเดียวกัน การดำรงชีวิตอยู่บนแผ่นดินโลกนี้ ก็มีเรื่องของกฎระเบียบสังคม มีเรื่องกฎหมาย เจ้านาย ผู้ปกครอง และการอยู่ร่วมกันระหว่างตัวเราเองกับเพื่อนมนุษย์ ซึ่งพระคัมภีร์ได้ให้แนวทาง และ แนวปฏิบัติแก่เราอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องศึกษาพระคำของพระเจ้าด้วยตนเอง เพื่อจะเป็นวิถีทางในการติดตามพระเจ้าและใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้แบบมีพระพรติดตามชีวิตอยู่ตลอดเวลาในทุกๆ ด้าน ในทุกๆ ส่วน เมื่อเราดำเนินชีวิตอยู่บนโลกนี้ จำเป็นต้องเดินตามกฎระเบียบของสังคม เพื่อจะรับผลอันดี และไม่ยอมให้สิ่งที่ไม่ดี มาใกล้ตัว เช่น การเสียภาษี การรักษากฎหมาย การดำเนินชีวิตเป็นพลเมืองที่ดี การเป็นลูกจ้างที่ดี การเป็นเจ้านายที่ดี การเป็นสามีและภรรยาที่ดี ในขณะเดียวกันการดำเนินชีวิตกับพระเจ้าต้องเข้มข้นและมาอันดับแรก แน่นอนว่าทุกสิ่งในชีวิตของเราเริ่มต้นจากพระเจ้า และมอบถวายแด่พระเจ้า ด้วยการดำเนินชีวิตอย่างดีในสังคมและบนโลกนี้ เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็เพื่อพระพรจะตกถึงตนเองและครอบครัว [...]

การรักษาชีวิตส่งผลต่อการเข้าหาพระเจ้าอย่างไร

เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและชอบธรรมปราศจากมลทินบาป ในเวลาที่เข้าเฝ้าพระเจ้าจะไม่ต้องใช้เวลาในการสารภาพบาป ชำระบาปผิด หรือกลับใจใหม่ยาวนาน แตกต่างกับคนที่ดำเนินชีวิตโดยปราศจากการรักษาทางของตนเองให้ถูกต้อง ทุกครั้งที่เข้าเฝ้าพระเจ้า จะต้องใช้เวลาและเสียเวลาอยู่กับการสำนึกผิด อยู่กับการเสียใจ ต่อความบาปผิดที่ได้กระทำ หรือมีส่วนร่วมอยู่เสมอ ตัวอย่าง :: ภาพของการแช่ออนเซ็น จะต้องมีการปรับอุณหภูมิร่างกายก่อนลงแช่ฉันใดก็ฉันนั้น ในการเข้าเฝ้าพระเจ้าทุกครั้งจะต้องมีการสำรวจตนเอง เพราะว่าเรากำลังเข้าเฝ้าพระองค์ผู้ทรงบริสุทธิ์ หากว่ามีสิ่งใดที่เป็นมลทินก็จะขัดขวาง ไม่ให้เราสามารถเข้าใกล้พระเจ้าได้ เปรียบเหมือนม่านในพระวิหาร หากเราสามารถรักษาชีวิตของตนเองอย่างดี ในทุกย่างก้าวในตลอดเวลา เมื่อเวลาที่เราเข้าเฝ้าหรือร้องทูลต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ก็จะทำให้ เราสามารถร้องทูลถึงความปรารถนา สิ่งที่ต้องการได้อย่างทันที อีกทั้ง จะทำให้การเปิดเผยและการสำแดงในก้าวต่อไป จากพระเจ้า ง่ายขึ้น   การรักษาชีวิตส่งผลต่อการเข้าหาพระเจ้าอย่างไร   1. เนื่องจากพระเจ้าผู้ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ ผู้ที่ได้รับการชำระเท่านั้น จึงสมควรแก่การเข้าเฝ้า หากว่าเราทำบาปผิด ก็ต้องรับการชำระ และกลับใจใหม่เสียก่อน ซึ่งกระบวนการนี้ จะประกอบไปด้วย การชำระ การกลับใจใหม่ การเยียวยา การหันหลังกลับ ซึ่ง ต้องออกมาจากจิตวิญญาณและความจริงภายใน เท่านั้น 2. ผู้ที่ได้รับการชำระ ให้สะอาดหมดจดแล้ว จำเป็นต้องรักษาความบริสุทธิ์นั้นไว้กับตัวให้นานที่สุดและมากที่สุด เพื่อจะก้าวสู่ step ต่อไป [...]

การค้นหาเอกลักษณ์ของตนเอง ตอนที่ 1

ในขณะที่ยังหาสิ่งที่ใช่ สิ่งที่เป็นตนเองยังไม่เจอ สิ่งที่สมควรกระทำคือ สัตย์ซื่อ ในการรักษาทางของตนเอง อะไรที่เป็นภาระหน้าที่ที่ควรกระทำ ก็ทำไปอย่างสัตย์ซื่อ เที่ยงตรง สม่ำเสมอ และมีวินัย อะไรที่เข้ามาใหม่ๆ มีโอกาสให้ได้ลองก็ควรเปิดตนเองก้าวเข้าสู่สิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามา เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิต เพิ่มช่องทางในการเรียนรู้ เพิ่มโอกาสในการค้นหาตนเองมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องใส่ใจ ที่จะเรียนรู้ ในทุกๆ สิ่ง ไม่ใช่แค่ฉาบฉวย ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้ผ่านๆ ไป เพราะนั่นจะทำให้ไม่เห็นผล หรือ เกิดผลใดๆ ทั้งสิ้น การเรียนรู้และเฝ้าสังเกตตนเองในการทำสิ่งต่างๆ ตามวาระและโอกาสที่เข้ามา จะทำให้สามารถค้นหาตนเองได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการงาน ศักยภาพ ความสามารถ ตะลันต์ ของประทาน การทรงเรียก รวมไปถึงเรื่องของคู่ครอง … การทุ่มเท ทำสิ่งต่างๆ ย่อมทำให้ เห็นผลสะท้อนกลับมา และจะส่งผลให้มองเห็นตนเองในภาพรวมมากยิ่งขึ้น กุญแจหลักของการค้นหา เอกลักษณ์ของตนเอง คือ ความสัตย์ซื่อ จริงจัง เรียนรู้ และอดทนรอคอย บางคนค้นพบเอกลักษณ์ของตนเองตั้งแต่วัยเยาว์ บางคนกว่าจะค้นพบเอกลักษณ์ของตนเองก็ในวัยฉกรรจ์แล้ว และในบางคนใช้เวลายาวนาน [...]

คำตอบที่แน่ชัดอยู่ในพระเจ้า

ในยามที่เราไม่รู้แน่ชัดว่า… ~ อะไรถูกผิด ~ อะไรทำได้หรือไม่ ~ อะไรเป็นเพียงแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ หรือ หลักการ ~ ควรทำ ควรเชื่อ ควรคิด หรือ ควรยึดรูปแบบไหน จงเข้ามาแสวงหาคำตอบจากพระเจ้าผู้ทรงถือบัญญัติไว้ในพระกร … (เพราะพระเจ้าเป็นผู้มอบบัญญัติแก่มนุษย์ และ เป็นนายเหนือบัญญัติ) – อย่ามัวแต่คิดเอง เออเอง – อย่ามัวแต่ดิ้นรน หาข้อสนับสนุน หรือ หักล้าง (เพราะแต่ละคน แต่ละวาระ ก็แตกต่างกันออกไป) – อย่ามัวแต่ตะบี้ตะบัน ก้มหน้ายึด สิ่งเก่าๆ ที่เล่าต่อกันมา เพราะ… ~ แต่ละคนก็มีทางของตนเอง มีแนวคิด แนวปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไป ~ แต่ละเวลา แต่ละยุค การเคลื่อนไปของพระเจ้า ก็ต่างกัน ~ แต่ละการทรงเรียก แต่ละจุดยืน ก็ไม่เหมือนกัน ~ แต่ละประสบการณ์ ที่มีรายละเอียดแตกต่างกัน ~ และแน่นอนว่า [...]

เศรษฐีหนุ่ม

ชายผู้รู้ทุกสิ่ง มีทุกอย่าง แต่กลับต้องทุกข์ใจ เพราะไม่กล้าละทิ้งสิ่งที่มีเพื่อติดตามพระเยซูไป เขาจึงยังคงอยู่กับที่ เท่าเดิม แบบที่มี  ด้วยหัวใจปรารถนาอยากจะรู้จักพระคริสต์ที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น  ด้วยความหวังจะขยายขอบเขตชีวิตฝ่ายวิญญาณมากกว่าเดิม(ที่เป็นอยู่)  ด้วยใจถ่อมลงอยากจะได้รับคำตอบจากปากพระคริสต์ แต่คำตอบนั้นกลับทำให้เขาต้องทุกข์ใจ เพราะสารพัดสิ่งที่มีอยู่ในมือ ที่เคยเป็นประโยชน์เสมอมากลับกลายเป็นอุปสรรคฉุดรั้งในการตอบสนองพระเจ้าซะอย่างนั้น มธ.19:16-22 16 นี่แน่ะ มีคนหนึ่งมาทูลพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าจะต้องทำความดีอะไรบ้าง จึงจะได้ชีวิตนิรันดร์?” 17 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ท่านถามเราถึงสิ่งที่ดีทำไม? ผู้ที่ดีมีแต่ผู้เดียว ถ้าท่านต้องการจะเข้าสู่ชีวิตก็ให้ถือรักษาพระบัญญัติไว้” 18 คนนั้นทูลถามว่า “คือพระบัญญัติข้อไหนบ้าง?” พระเยซูตรัสว่า “‘ห้ามฆ่าคนห้ามล่วงประเวณีผัวเมียเขาห้ามลักทรัพย์ ห้ามเป็นพยานเท็จ 19 จงให้เกียรติบิดามารดาของตน และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง’ ” 20 ชายหนุ่มคนนั้นทูลพระองค์ว่า “ข้าพเจ้ารักษาข้อเหล่านั้นทุกข้ออยู่แล้ว ข้าพเจ้ายังขาดอะไรอีกบ้าง?” 21 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ถ้าท่านต้องการจะเป็นคนดีพร้อม จงไปขายทรัพย์สิ่งของที่ท่านมีอยู่แจกจ่ายให้คนยากจน แล้วท่านจะมีทรัพย์สมบัติในสวรรค์ และจงตามเรามา” 22 เมื่อชายหนุ่มได้ยินถ้อยคำนั้นก็ออกไปเป็นทุกข์ เพราะเขามีทรัพย์สินจำนวนมาก ลก.18:18-23 มก.10:17-22 ชายผู้นี้… • [...]

เมื่อพบความอธรรม

การดำเนินชีวิตบนโลกที่เต็มไปด้วยความบาป ย่อมหลีกหนีไม่พ้น ที่จะพบเจอกับสิ่งที่ไม่เป็นธรรม ไม่ชอบธรรม คนชั่วร้าย เหตุการณ์ที่ย่ำแย่ หรือ สิ่งที่เลวร้าย เมื่อพบความอธรรม … สิ่งที่ต้องทำ คือ ปกป้อง และ รักษาตนเองและครัวเรือนไว้ให้ดี ไม่ใช่ลุกขึ้นมาจัดการ เพราะเราก็เป็นมนุษย์ที่มีความจำกัดเหมือนกัน โดยเฉพาะความหยั่งรู้ ทุกมิติ ทุกกาลเวลา ทุกด้าน เมื่อเรารักษาทางของตนเอง พระเจ้าจะทรงรักษาและสงวนผู้ชอบธรรมไว้ด้วยพระองค์เอง ในขณะที่เมื่อถึงวาระเวลา ความอธรรมเหล่านั้นจะถูกจัดการด้วยพระหัตถ์ของพระเจ้า อียิปต์ ทำบาปอย่างดาษดื่น ก็ใช่ว่า จะต้องมีใครลุกขึ้นมาจัดการอียิปต์ ในขณะนั้นอิสราเอลได้แต่เฝ้าร้องทูลต่อพระเจ้า การดูแลมาถึงทุกๆ วัน แม้ยังไม่ถึงวาระพ้นสภาพเหล่านั้น การอวยพร ด้านอาหารก็ไม่ขาด การอวยพรด้านการขยายพงษ์พันธุ์ ก็ยิ่งทวีคูณ จนกระทั่งแม้แต่อียิปต์ยังหวั่นกลัวว่าจะเป็นภัยถึงตัว และในทางกลับกัน ก็หาใช่ว่าอิสราเอลจะไม่เคย หรือ ไม่ได้ทำผิดเลย… • พวกเขาเก่งด้านการบ่นต่อว่าพระเจ้า • พวกเขาเปรียบเทียบพระเจ้ากับหยากเยื่อของอียิปต์ ด้วยกระเทียม • พวกเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้าอย่างสุดใจ • วรีกรรมของพวกเขามากเหลือเกิน ตลอดเส้นทางเข้าสู่คานาอัน ทั้งๆ ที่เป็นช่วงที่ต้องพึ่งพาพระเจ้าสุดใจ แต่ก็ยังอหังการ [...]

สิทธิอำนาจที่หายไป

คริสเตียนหลายคนมักกล่าวคำว่า “เอเมน” เป็นเพียงแค่การตอบสนองแสดงความเห็นด้วย หาใช่ การพิสูจน์ตนเองตามคำเหล่านั้น จึงทำให้ ไม่เห็นผลสิ่งใด ตามพระสัญญาของพระเจ้ามากเท่าที่ควร หรือได้รับเพียงแค่บางส่วน หรือเศษเสี้ยวของพระสัญญาเท่านั้น แท้ที่จริงทุกคำตรัสและทุกพระสัญญาของพระเจ้าเป็นจริงอย่างครบถ้วน 100% ไม่มีขาดตกบกพร่อง เพราะพระเจ้าทรงสัตย์จริง และทรงสมบูรณ์แล้ว *** หลายครั้งสิทธิอำนาจที่หายไป มักเกิดจากการไม่ก้าวตาม ไม่เชื่อฟังพระเจ้าอย่างสุดใจนั่นเอง การกล่าวว่า “เอเมน” ที่เป็นเพียงแค่การขานรับ ด้วยใจปรารถนาอยากได้รับสิ่งนั้นๆ ไม่เพียงพอ เพราะในความเป็นจริงแล้ว พระเจ้าทรงตรวจวัดและตรวจค้น ทุกส่วนของชีวิตเรา ทรงรู้ภายในที่ลึกที่สุดของชีวิต ไม่ว่าจะทางกายภาพ จิตใจ หรือจิตวิญญาณ รวมถึงเค้าโครงความคิดและท่าทีภายในใจด้วย ไม่มีสิ่งใดปิดซ่อนไปจากพระเนตร พระกรรณของพระเจ้าพ้น ดังนั้น ผลที่ได้รับและขนาดที่ได้รับของแต่ละคนจึงแตกต่างกัน หรือแม้แต่ในคนๆ เดียวกัน ก็อาจได้รับ ปริมาณของพระพรที่แตกต่างกันไป ในแต่ละเวลา เนื่องจากการเติบโตในการตอบสนองที่แตกต่างกันไปแต่ละช่วงของชีวิต   สิทธิอำนาจที่หายไป 1. พึงตระหนักและรู้ว่าพระเจ้าไม่เคยผิดพลาดหรือบิดพริ้ว หากว่า ปริมาณหรือขนาด ที่ตนเองได้รับ น้อยกว่า พระสัญญาที่ทรงตรัส นั่นหมายถึง การต้องสำรวจตนเอง เพื่อ ปรับเปลี่ยน [...]

วิถีแห่งพระพรที่ยืนยาว

ผลประโยชน์ที่ล่อแหลมก็เปรียบเหมือนการกินเนื้อส่วนที่ไหม้ คิดว่า “ไม่เป็นไร” “เพราะเสียดาย” แต่มันจะค่อยๆ สะสมและส่งผลในบั้นปลาย ทำให้สุขภาพย่ำแย่ ตัดทอนอายุที่ยืนยาวให้สั้นลง บั่นทอนสุขภาพ ด้วยโรคร้าย เช่นมะเร็ง ต้องใช้ชีวิตแบบเก็บกินผลแห่งความเสียดายในสิ่งที่ไม่ควร และไม่คุ้ม ชีวิตคริสเตียนก็เช่นกัน หลายครั้งตนเองบั่นทอนพระพรที่ควรได้รับอย่างเต็มขนาดและเต็มจำนวน ให้เหลือเพียงแค่ส่วนเดียว หรือเสี้ยวเดียว หรืออาจไม่ได้รับเลย … อันเนื่องจาก เสียดายผลประโยชน์บางเรื่อง บางอย่าง ที่ขัดกับพระวจนะและน้ำพระทัยพระเจ้า การดำเนินชีวิตมักสอดคล้องกับสิ่งที่ได้รับเสมอ คริสเตียนจำนวนมากปรารถนาพระพรอย่างเต็มล้น แต่ไม่ค่อยระมัดระวังการรักษาชีวิต และ การตัดสินใจ เลือกกระทำ หรือไม่กระทำ เลือกมีส่วนร่วม หรือไม่ควรมีส่วนร่วม … บางครั้ง การดำเนินชีวิตก็ขัดแย้งกับเงื่อนไขพระพรของพระเจ้า โดยหลงลืมไปว่า พระเจ้า ทรงเป็นเอกภาพ ไม่ทรงขัดแย้งในพระองค์เอง ทั้งด้านพระลักษณะหรือพระสัญญาก็ตาม ดังนั้นการรักษาชีวิตและใคร่ครวญ ในแต่ละย่างก้าว จึงเป็นเรื่องที่ควรตระหนักและให้ความสำคัญอย่างมาก บางสิ่งอาจรับผลในระยะเวลาอันสั้น แต่บางสิ่งดูเหมือนไม่เป็นไร ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาจจะเห็นผลในบั้นปลาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผลแห่งการหว่านย่อมเกิดขึ้น อย่างแน่นอน เพราะนี่คือ กฎพื้นฐานแห่งการทรงสร้างของพระเจ้าบนโลกนี้   วิถีแห่งพระพรที่ยืนยาว   1. [...]

การชันสูตรใจจากพระเจ้า

เมื่อเราเข้ามาหาพระเจ้า สิ่งแรกที่จะทรงทำ คือ ชันสูตรใจภายใน!!! *ไม่มีสิ่งใดปิดซ่อนจากพระเนตรพระกรรณพระเจ้าพ้น แต่น้ำหนัก ณ ตอนนั้น ที่พระเจ้าทรงให้ คืออะไรต่างหาก หาใช่ว่าจะทรงปล่อยผ่าน!!! ~ บ้างได้รับกำลัง ~ บ้างได้รับการเยียวยา ~ บ้างได้รับคำตอบ ~ บ้างได้รับปัญญา ~ บ้างได้รับการรักษา ~ บ้างได้รับพระพร ~ บ้างได้รับความเข้าใจ ~ บ้างได้พักสงบ ~ บ้างได้รับการตักเตือนจากองค์พระวิญญาณ ~ บ้างได้รับการปลอบประโลม . . . จะได้รับสิ่งใดก็ตาม นั่นเพราะ พระเจ้าทรงให้น้ำหนัก ณ ตอนนั้น แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่จะตามมา เพราะพระเจ้าไม่นิ่งเฉยที่จะตอบแทนทั้งความชอบธรรม และความอธรรม ส่วนของความชอบธรรม – พระองค์จะทรงอวยพรเป็นรางวัล – จะเพิ่มพูน ขยายชีวิตให้เติบโต – จะคืนส่วนที่สูญเสีย และได้รับความไม่เป็นธรรม – จะทรงนับว่า “ชอบธรรม” ส่วนของความอธรรม [...]

Present No Past ปัจจุบันกาล

จงทำให้ชีวิตของเรา เป็นเรื่องของวันนี้ เพื่อจัดเตรียม สู่พรุ่งนี้ และ อนาคตนิรันดร ไม่ใช่เรื่องในอดีต เดมาสก็เคยรักพระเจ้า แต่เดี๋ยวนี้ได้หลงรักโลกไปเสียแล้ว 2 ทิโมธี 4:10 เพราะว่าเดมาสหลงรักโลกนี้ และทิ้งข้าพเจ้าไปยังเมืองเธสะโลนิกาแล้ว ส่วนเครสเซนส์ไปที่แคว้นกาลาเทีย ทิตัสไปที่แคว้นดาลมาเทีย หลายสิ่งในอดีตเคยดีงาม แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป กลับถอยหลังหรือย่ำแย่ลง อย่าลืมว่า วันเวลาที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้า ย่อมมีวาระ มีสิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนไปและพัฒนาการขึ้น ในขณะที่บางคนหรือบางสิ่งเพียงแค่หยุดอยู่กับที่ ไม่มีการพัฒนาไปตามกาลเวลา หรือวาระที่เดินไปข้างหน้า ย่อมทำให้ตนเองหรือสิ่งเหล่านั้นถดถอยลง อย่างไม่รู้ตัว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า จากเดิม มีความใหญ่ มีความแข็งแรง มีความอึดและทน แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีเหล่านี้ ปรับเปลี่ยนแปลงเป็นความรวดเร็วตอบสนองความสะดวกสบาย ในขณะที่ผู้พัฒนาสินค้าให้เหมาะกับยุคสมัย แต่ยังคงรักษา concept เดิม คงความแข็งแรง ความอึด ความทนไว้ได้ ย่อมได้เปรียบกว่า อย่ายอมปล่อยให้ชีวิตของตน เป็นเรื่องของในอดีต หมายถึง ในอดีตเคยดีแต่ปัจจุบันกลับถดถอย หรือหลงลืมซึ่งสิ่งที่เคยดีในอดีตไปเรียบร้อยแล้ว อันเนื่องจากไม่ได้รักษาสิ่งดีอันนั้นไว้ หรือว่าพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง [...]