Category Archives: ข้อคิดสะกิดใจ

○ ยกตัวอย่าง ยกภาพ ง่ายๆ เพื่อให้เข้าใจพระคำ ประยุกต์ใช้ได้จริง
○ อธิบายเรื่องราวหลักการออกมาง่ายๆ ด้วยตัวอย่างประกอบ สะท้อนแง่คิด บางอย่างที่ได้เรียนรู้จากการดำเนินชีวิตบนโลกแห่งความจริง
○ ข้อคิดสั้นๆ แต่ได้ใจความ นำไปคิดต่อยอดปรับใช้กับตนเอง และสะกิดใจให้คิดสักนิด

วิถีของนก

นกไม่กลัวฝน ในยามที่ฝนตก มันจะเกาะกิ่งไม้และทำความสะอาดขนของมัน พร้อมทั้ง รับความชุ่มฉ่ำ จากสายฝน แต่หากฝนตกหนัก ลมแรง นกจะบินไปหาที่หลบซ่อน แล้วรอจนกว่าฝนจะซาลง เพื่อออกมาเล่นน้ำฝน รับความสดชื่นชำระล้างปีกของมัน ไซร้ตามซอก รายละเอียดของปีกให้สะอาด นกไม่พร่ำบ่นเวลาแห้งแล้ง เมื่อถึงเวลาที่ที่ประจำของมันแห้งแล้ง ไม่มีอาหารจะกิน หรือไม่เพียงพอ มันจะย้ายถิ่น เพื่อหาอาหารดำรงชีวิต มันไม่พร่ำบ่นต่อสิ่งเลวร้ายหรือแย่ๆ แล้วทนอยู่ตรงนั้น แต่มันจะขวนขวายออกหาที่ใหม่ๆ ที่มีอาหาร เพียงพอต่อการดำรงชีพของมัน วิถีของนก 1.    มันไม่บ่นพร่ำเพรื่อ มันมีชีวิตอย่างมีสุขได้ ท่ามกลางสภาพแวดล้อม ของมันเอง •    เมื่อใดก็ตามที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย >> มันจะเพิ่มความขยัน เพื่อหาแหล่งใหม่ๆ ในการดำรงชีพของมันเอง •    เมื่อใดก็ตามที่สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย >> มันจะใช้ชีวิตแบบชิวๆ เพื่อเก็บกินสิ่งเหล่านั้นด้วยความสวยงาม •    เสียงนกร้องจึงเป็นเสียงแห่งความไพเราะของธรรมชาติ อีกทั้งยังสะท้อนถึงสภาพ รอบๆ ด้วยซ้ำ 2.    มันไม่จำกัดตนเอง โดยการขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม แต่มันเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางทุกสภาพ ได้อย่างดี 3.    มนุษย์จำนวนมาก ติดนิสัยการพร่ำบ่น [...]

บัญญัติที่ใหญ่ที่สุด

มธ.22 : 36-40 36“ท่านอา‌จารย์ในธรรม‍บัญญัตินั้นพระ‍บัญญัติข้อไหนสำคัญที่‍สุด?” 37พระ‍เยซูทรงตอบเขาว่า“ ‘จงรักองค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้าของท่านด้วยสุดใจของท่านด้วยสุดจิตของท่าน’และด้วยสุดความคิดของท่าน 38นั่นแหละเป็นพระ‍บัญญัติข้อสำคัญอันดับแรก 39ข้อที่สองก็เหมือน‍กันคือ‘จงรักเพื่อน‍บ้านเหมือนรักตน‍เอง’ 40ธรรม‍บัญญัติและคำของผู้‍เผย‍พระ‍วจนะทั้ง‍หมดก็ขึ้นอยู่กับพระ‍บัญญัติสองข้อนี้” (มก.12:28-34; ลก.10:25-28) ไม่มีบัญญัติใดใหญ่กว่าทั้ง 2 ข้อนี้ หากไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ให้อิงกลับมาที่ 2 ข้อนี้ก่อน เพื่อลดช่องทางเลือกให้แคบลง แท้จริงในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน มีหลายสิ่งเข้ามาให้เลือก ให้ตัดสินใจอยู่เสมอๆ บางสิ่งขาวดำ เลือกได้ชัดเจนไม่ยาก แต่บางสิ่งไม่มีเส้นชัดเจนขนาดนั้น ไม่มีอะไรถูกหรือผิด เพียงแต่อยู่ที่การลำดับความสำคัญ และการให้น้ำหนักต่างหาก หากเราให้น้ำหนักกับสิ่งใดลงไป นั่นย่อมสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่จะกลับมาถึงเรา พระเยซูทรงชี้แนะอย่างชัดเจนว่า ในท่ามกลางบัญญัติหลายข้อของพระเจ้า ข้อที่สำคัญที่สุด คือ รักพระเจ้าสุดจิต สุดใจ สุดกำลัง ความคิด ดังนั้นไม่ว่าจะเลือก หรือจะทำอะไร หากอิงข้อนี้เป็นอันดับแรก ย่อมทำให้เราสามารถรู้คำตอบว่าสิ่งใดคือ น้ำพระทัยพระเจ้าได้ง่ายที่สุด … ตัวเลือกของเรานั้น มาจากคำว่า “รักพระเจ้าสุดจิต สุดใจ สุดกำลัง ความคิด” แล้วหรือยัง??? และเมื่อมาถึงแล้ว จงเชื่อและวางใจในพระเจ้าด้วยว่า รักของพระองค์จะไม่หลงลืมเราไปอย่างแน่นอน ***ใช่ว่าบัญญัติอื่นไม่สำคัญ หรือละเลยได้ [...]

เวลาสะบาโต

การเฝ้าเดี่ยวในแต่ละวันเปรียบเสมือนเวลาสะบาโต คือ เวลาแห่งการหยุดพัก บางคนใช้เวลากับการร้องขอในสิ่งที่ตนเองต้องการ บางคนใช้เวลากับการระบายในสิ่งที่พบเจอแต่ละวัน บางคนใช้เวลากับการใคร่ครวญสิ่งต่างๆ บางคนใช้เวลากับการนั่งเงียบๆ นิ่งๆ เพื่อรับกำลังจากพระเจ้า ไม่ว่ารูปแบบการเฝ้าเดี่ยวของเราจะเป็นอย่างไร มีน้ำหนักตรงไหนก็ตาม แต่อย่าลืมว่า เราสามารถให้การเข้าเฝ้าพระเจ้าของเราเป็นเวลาสะบาโตได้ ความหมายของสะบาโต ปฐก.2:1-3 2:1 ดังนี้ ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกทรงสร้างขึ้นให้สำเร็จ พร้อมทั้งบรรดาบริวารของฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกนั้น 2:2 และในวันที่เจ็ดพระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำมาแล้วนั้น และในวันที่เจ็ดพระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำมาแล้วนั้น 2:3 และพระเจ้าทรงอวยพรวันที่เจ็ดและทรงตั้งวันนี้ไว้เป็นวันบริสุทธิ์ เพราะในวันนั้นพระองค์ได้ทรงหยุดพักจากการงานทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งพระเจ้าได้ทรงเนรมิตสร้างไว้และทรงกระทำมาแล้วนั้น อพย.20:8-11 20:8 จงจดจำวันสะบาโตไว้ เพื่อถือรักษาให้เป็นวันบริสุทธิ์ 20:9 เจ้าจงกระทำกิจการงานทั้งสิ้นของเจ้าในหกวัน 20:10 แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นเจ้าอย่ากระทำการงานใด ๆ คือเจ้าเอง หรือบุตรชาย บุตรสาวของเจ้า หรือทาสชายหญิงของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือแขกที่อาศัยอยู่ภายในประตูเมืองของเจ้า 20:11 เพราะในหกวันพระเยโฮวาห์ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น และในวันที่เจ็ดทรงหยุดพักสงบ เพราะฉะนั้นพระเยโฮวาห์ทรงอวยพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันสักการะบูชา อพย.16:28-30 16:28 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “พวกเจ้าจะปฏิเสธไม่รักษาบัญญัติทั้งหลายและราชบัญญัติต่าง ๆ ของเรานานสักเท่าไร” [...]

โลกนี้แค่ชั่วคราว

หากดำเนินชีวิตแบบฝากทั้งชีวิตไว้กับโลก ก็จะถูกโลกกลืนกินด้วยความไม่มั่นคง… ระบบโลกมักเอารัดเอาเปรียบ เพราะถูกสร้างโดยมนุษย์ผู้แสวงหาผลประโยชน์ และเป็นที่ยอมรับโดยมนุษย์ผู้ได้รับประโยชน์ร่วม ดังนั้นมันไม่มีทางสมบูรณ์ ในทุกเวลา สำหรับทุกคน… ¥ ความร่ำรวย >> ไม่ยั่งยืน ¥ เงิน >> ไม่ได้เป็นทุกคำตอบ ¥ ผู้คน >> ไม่ได้อยู่กับเราเสมอไปและไม่ได้เข้าใจเราทุกเรื่อง ¥ งาน >> มีเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ¥ ความสำเร็จ >> มาได้ก็ไปได้ ¥ ความล้มเหลว >> ผ่านได้ จมปลักได้ ทุกสิ่งล้วนอนิจจังบนความไม่แน่นอน … แล้วเหตุไฉน??? จึงต้องดำเนินชีวิตแบบฝากทุกอย่างกับโลกนี้ หากโลกแค่ชั่วคราว ก็อย่ายึดติด …รับไว้ได้ ปล่อยมันทิ้งไปได้ …เข้ามาได้ ออกไปได้ …ล้มได้ก็ลุกได้ …รุ่งได้ก็ร่วงได้ ***พึงระวังรักษาชีวิต เพื่อจะเคลื่อนไปอย่างไม่สิ้นสุด และเจ็บปวดจากการยึดติดน้อยลง โลกกำหนดหลายสิ่ง… แต่… ***จริงหรือ??? ที่โลกกำหนด เป็นทั้งสิ้นในชีวิตเรา!!! ~ ไม่รวย [...]

การหมักบ่ม

การหมักบ่มจำเป็นต้องรอให้ได้ที่ด้วยวันเวลาและอุณหภูมิ หากเปิดฝาภาชนะที่ปิดไว้เพื่อการหมักบ่มก่อนเวลาอันควร มันจะทำให้เสียรสชาติและคุณภาพ บ้างก็ต้องทิ้งเสียเนื่องจากยังไม่ได้ที่จึงใช้ไม่ได้ วันเวลาของพระเจ้ามีความหมายเสมอ ทรงหมักบ่มจนกว่าชีวิตเราจะสามารถใช้การได้ หากเร่งรีบก่อนเวลาของพระเจ้าจะทำให้ใช้การไม่ได้จริง ไม่ยั่งยืน   เราไม่มีความจำเป็นต่องรีบร้อน หากพระเจ้าไม่ได้รีบเร่งในตัวเรา มันจะถึงเวลาและวาระของเราเป็นแน่ แต่หากไม่ใช่… การออกตัวก่อนที่พระเจ้าจะเคลื่อนย่อมนำความบิดเบี้ยวไปจากน้ำพระทัยพระเจ้า หากยังพอนำกลับมาหมักบ่มต่อจนถึงเวลาได้ก็ไม่ส่งผลเสียอันใด นอกเสียจากการบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ … แต่หากต้องทิ้งเสียแล้วเริ่มใหม่ ก็เป็นการเสียเวลายิ่งนัก *** อย่าเร่งรีบหากพระเจ้าไม่รีบเร่ง เพราะการรับรองเป็นของพระเจ้า อยากได้รับการรับรอง ต้องอดใจรอจนกว่าจะถึงเวลาที่ทรงเคลื่อนจริงๆ   ในแต่ละวาระเวลาย่อมมีคุณค่าและประโยชน์ของมันอย่างลงตัว การเรียนรู้ที่จะอยู่ในเวลาของพระเจ้าจึงส่งผลดีต่อชีวิตคริสเตียนเป็นแน่แท้   07/06/2014 12:13    

พระเจ้าไม่เคยลืม แม้เราหลงลืมไปแล้ว

ในทุกคำตรัสของพระองค์จะเป็นจริงเป็นแน่ แม้วันเวลาผ่านไปแสนเนิ่นนานสักเพียงใด มันจะถูกทำให้ปรากฏและเห็นว่าเป็นจริงในที่สุด เมื่อพระเจ้าทรงตรัสสิ่งใดกับเราไว้ หรือทรงสัญญาไว้ สิ่งนั้นไม่ได้เลือนหายไปตามวันเวลา แต่จะเป็นจริงอย่างแน่นอน… แม้วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งตัวเราเองก็ลืมไปแล้ว ถึงสิ่งที่ทรงตรัส ทรงสัญญา หรือแม้แต่สิ่งที่ร้องขอต่อพระเจ้าไว้ในอดีต … แต่แผนการณ์ของพระเจ้ายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ผ่านการดำเนินชีวิตที่แสนเรียบง่ายอย่างสัตย์ซื่อของเราในแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลา… และเมื่อถึงวาระเวลากำหนดมาถึง เราจะค้นพบว่าทุกสิ่งที่ทรงตรัสได้บังเกิดขึ้นและมันไม่สูญหายไปตามกาลเวลาหรือสถานการณ์   พระเจ้าไม่เคยลืม แม้เราหลงลืมไปแล้ว   พระเจ้าจะนำพาเรากลับมายืนในจุดที่ทรงตรัสไว้ล่วงหน้าแล้ว (ตั้งแต่ในอดีต) – ชีวิตโยเซฟ พระเจ้าสำแดงถึงแผนการในชีวิตเขา ผ่านความฝันในวัยเด็ก ใช้เวลากว่า 40 ปีจึงบังเกิดขึ้น ในช่วงระยะเวลาเหล่านั้นต้องผ่านการขัดเกลาจน เติบโต ผ่านความอดทน เรียนรู้ ยอมจำนน … แต่ไม่ว่าจะนานเพียงใด สิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้มันบังเกิดขึ้นจริง – ชีวิตอับราฮัม จะมีลูกหลานดั่งเม็ดทรายในทะเล คำตรัสของพระเจ้าเป็นจริงจวบจนทุกวันนึ้ แต่อับราฮัมได้เห็นแค่รุ่นลูกหลานเพียงไม่กี่คน แต่เขามั่นใจในพระสัญญาของพระเจ้า บัดนี้เป็นจริงตามถ้อยคำตรัสของพระองค์ – การพยากรณ์จากพันธสัญญาเดิม (OT) เกิดขึ้นในพันธสัญญาใหม่ (NT) ….. ….. ….. – ในชีวิตเรา [...]

แยกแพะแยกแกะ

แพะกับแกะแม้อยู่ที่เดียวกัน กินอาหารเหมือนกัน ก็ใช่ว่าจะเหมือนกัน รูปร่างโดยรวมอาจคล้ายกัน แต่มันก็ยังไม่เหมือนกัน เพราะมันเป็นคนละประเภท เราสามารถแยกแยะมันได้ด้วยหน้าตาที่แตกต่าง พฤติกรรมที่แตกต่าง ใช่ว่าจะแยกไม่ออกเสียทีเดียว แยกแพะแยกแกะ การแยกแพะแยกแกะของพระเจ้าไม่ใช่จะเกิดขึ้นแค่บนแผ่นดินสวรรค์ แต่มันจะเกิดบนโลกนี่แหละ ก่อนถึงเวลาจริงที่ทรงกลับมาครั้งที่ 2 ดั่งการแยกข้าวสาลีกับข้าวละมาน ก็รู้แต่แรกแล้ว มองออกตั้งแต่เป็นต้นกล้าแล้ว แต่บางครั้งพระเจ้าต้องยอมปล่อยให้มันเติบโตขึ้นมา หาใช่ว่าปล่อยปละ แต่ได้ไม่คุ้มเสีย   ?เหตุไฉนพระองค์ต้องเสียในส่วนดีไปพร้อมๆ กับส่วนเสีย แต่ยอมปล่อยให้มันโตขึ้นมา เพราะท้ายสุดเมื่อถึงเวลามันก็ไม่ถูกเลือกอยู่ดี มีแต่จะคัดออกและเผาไฟเสียให้ไหม้ ที่อุตส่าห์โตมาจะมีประโยชน์อันใดเล่า การหว่านก็เช่นกัน จะมีประโยชน์อันใดที่เราเฝ้าทนุถนอมจนมันโต แต่กลับถูกทิ้งขว้างและทำลายจนหมดสิ้นในที่สุด ต้นเหตุเกิดจากผิดตั้งแต่เริ่มหว่าน… จะไม่ดีกว่าหรือ ที่เราเลือกหว่านในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้เก็บเกี่ยวผลอันยั่งยืน แทนการถูกทำลายเผาทิ้งในอนาคต มธ. 13:24-30 13:24 พระองค์ตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งได้หว่านพืชดีในนาของตน 13:25 แต่เมื่อคนทั้งหลายนอนหลับอยู่ ศัตรูของคนนั้นมาหว่านข้าวละมานปนกับข้าวสาลีนั้นไว้ แล้วก็หลบไป 13:26 ครั้นต้นข้าวนั้นงอกขึ้นออกรวงแล้ว ข้าวละมานก็ปรากฏขึ้นด้วย 13:27 พวกผู้รับใช้แห่งเจ้าบ้านจึงมาแจ้งแก่นายว่า ‘นายเจ้าข้า ท่านได้หว่านพืชดีในนาของท่านมิใช่หรือ แต่มีข้าวละมานมาจากไหน’ 13:28 นายก็ตอบพวกเขาว่า ‘นี้เป็นการกระทำของศัตรู’ [...]

วิ่งจนถึงเส้นชัย

การแข่งขันทำให้เกิดการกระตุ้นเร้า อยากจะไปถึงเส้นชัย แม้ระยะทางแสนยาวไกล อุปสรรคมากมาย เหนื่อยล้า อ.เปาโลกล่าวถึงการแข่งขันกับตนเอง 1 คร.9:24-27 9:24 ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกัน ก็วิ่งด้วยกันทุกคนแต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้ 9:25 ฝ่ายนักกีฬาทุกคนก็เคร่งครัดในระเบียบทุกอย่างแล้วเขากระทำอย่างนั้นเพื่อจะได้มงกุฎใบไม้ซึ่งร่วงโรยได้แต่เรากระทำเพื่อจะได้มงกุฎที่ไม่มีวันร่วงโรยเลย 9:26 ดังนั้นส่วนข้าพเจ้าวิ่งแข่งอย่างนี้โดยมีเป้าหมาย ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างนี้ ไม่ใช่อย่างนักมวยที่ชกลม 9:27 แต่ข้าพเจ้าระงับความปรารถนาฝ่ายเนื้อหนังให้อยู่ใต้บังคับเพราะเกรงว่าโดยทางหนึ่งทางใดเมื่อข้าพเจ้าได้ประกาศแก่คนอื่นแล้วตัวข้าพเจ้าเองจะเป็นคนที่ใช้การไม่ได้ แต่การแข่งขันกับผู้อื่น มีแต่สร้างแรงกดดัน และเบนเข็มให้ผิดทิศอยู่เสมอ บทเรียนจากเต่ากับกระต่ายวิ่งแข่งกัน กระต่าย ♥    วิ่งไปให้ถึงเส้นชัยด้วยความคิดแข่งขัน จึงทำให้หมิ่นประมาทเต่า สบประมาท และยกตนข่มท่าน จนกระทั่งอวดตัวและความสามารถของตนว่าสูงกว่า ขาดซึ่งความสัตย์ซื่อด้วยประเมินศักยภาพความสามารถของตนไว้เหนือกว่า ♥    สุดท้ายการวิ่งของกระต่ายนอกจากไม่เกิดความสุขแล้วยังพ่ายแพ้ เต่า ♥    วิ่งไปให้ถึงเส้นชัยอย่างต่อเนื่องสุดความสามารถของตนอย่างสัตย์ซื่อ ไม่คิดและไม่สนเรื่องการแข่งขันใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเป้าหมายของมัน คือ เส้นชัย ไม่ใช่ผู้ร่วมทาง มันจึงไม่ต้องยกตัวให้สูงกว่าใคร มันก้าวไปอย่างช้าๆ ทีละก้าวๆ แต่ไม่ถอย ไม่หละหลวม ♥    ในที่สุดมันก็ได้เข้าเส้นชัย โดยที่มันไม่รู้ตัวหรือสนใจเลยว่า มันมาถึงก่อนกระต่ายผู้อวดตนว่ายิ่งใหญ่   วิ่งจนถึงเส้นชัย 1.   [...]

ความยำเกรงพระเจ้า

ความยำเกรงพระเจ้านำปัญญาความเข้าใจและความล้ำลึกมาถึง ผู้ที่ขาดความยำเกรงไม่สามารถเข้าใจสัจจะแห่งความจริงของพระเจ้าได้อย่างถ่องแท้ หรือเรียกว่า “เข้าไม่ถึง” ความถ่อมใจเป็นอีกคุณลักษณะหนึ่งของความยำเกรง นั่นแสดงว่า หากมีความยำเกรงพระเจ้า ย่อมมีใจถ่อมเป็นพื้นฐาน คนที่ถ่อมต่อพระเจ้าเท่านั้นจึงจะยำเกรงพระองค์ ผู้ที่หยิ่งผยองก็จะมองข้ามสิ่งต่างๆ ที่พระเจ้าให้โดยสิ้นเชิง อาจเพียงแค่คาดหวังพระพรเท่านั้น เมื่อถ่อมลงปัญญาก็จะถูกเปิดออก เพราะการถ่อมใจจะทำให้เปิดใจ เมื่อใจเปิดก็สามารถรับสิ่งต่างๆ ได้ง่ายและดีขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่พระเจ้าจะใส่และเติมให้ คุณสมบัติอีกประการหนึ่งของความยำเกรงพระเจ้าคือ การมอบถวายเกียรติแด่พระเจ้า … ยิ่งถ่อมลง ยิ่งยำเกรง ยิ่งเห็นพระคุณ ยิ่งซาบซึ้ง และรู้ว่าตนเองนั้นเล็กน้อยจริงๆ แต่เป็นพระเมตตาคุณของพระเจ้าต่างหากที่ประทานให้ ทำให้ได้รับและถ่อมลงมากขึ้นอีก และได้รับมากขึ้นอีก ต่อไปเรื่อยๆ เป็นวัฏจักรไม่จบสิ้น แต่บางคนจบสิ้น แค่บางช่วงเวลา เนื่องจากขาดจากวัฏจักรแห่งความยำเกรงพระเจ้าในชีวิต ภาพ : วงกลม ไม่มีจุดสิ้นสุด เมื่อไรที่หยุด ก็เป็นจุดจบ และไม่เป็นวงกลมอีกต่อไป สิ่งสอดคล้องกับความยำเกรงพระเจ้า คือ การคิดเห็นแก่พระองค์ … เป็นไปไม่ได้ที่เรายำเกรงคนๆ หนึ่ง โดยที่ไม่แคร์หรือใส่ใจเขา การดำเนินชีวิตที่ยำเกรงพระเจ้า คือ การสนใจ ใส่ใจทุกรายละเอียดของชีวิตว่าเป็นที่ชอบในสายพระเนตรพระเจ้าหรือไม่ มนุษย์พยายามเอาใจคนที่รัก ด้วยการใช้ชีวิตตามแบบที่เขาชอบ เหตุไฉน? ผู้ที่รักพระเจ้าจะไม่ดำเนินชีวิตตามชอบพระทัยของพระองค์ [...]

ความต่างของสนามฝึกกับสนามรบ

สนามฝึก ♥    สามารถผิดพลาดได้ ล้มลุกคลุกคลานได้ โดยไม่สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ♥    ประจัญหน้ากับตัวเอง ต่อสู้กับเนื้อหนัง ความเป็นตัวเอง เพื่อฝึกฝน ♥    ในยามเหนื่อยอ่อนต่อการฝึกฝน สามารถหยุดพักระหว่างทาง เมื่อมีกำลังจึงลุกขึ้นฝึกฝนต่อไป ♥    อาศัยการบากบั่นมุมานะจนกระทั่งเกิดความชำนาญ สนามรบ ♠     เมื่อพลาดทำให้เกิดการสูญเสียจนกระทั่งสูญสิ้นได้ ♠     ประจัญหน้าต่อศัตรู มันไม่ปรานีในยามที่เราเหนื่อยอ่อน หมดแรง ♠     แม้จะเหนื่อยอ่อนเพียงใด ก็ไม่สามารถหยุดพักกลางสนามรบได้ เพราะศัตรูเร่งเร้า รุกเร้า และไม่รามือง่ายๆ จะได้พักก็ต่อเมื่อการรบนั้นเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะมีโอกาสพ่ายแพ้สูง ♠     อาศัยความชำนาญจากการฝึกฝนที่ติดตัวมา ยิ่งชำนาญมาก ยิ่งสามารถมาก ยิ่งมีโอกาสชนะสูง *** พึงระวังให้ดีว่า จุดและตำแหน่งที่ยืนอยู่ในสนามฝึก หรือ สนามรบ 21/04/2014 14:56