Author Archives: Panarat

พระเจ้าอวยพรคนไม่เชื่อได้อย่างไร

หลายครั้งเราเห็นว่าพระพรของพระเจ้าตกแก่ผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้า และ บางคนได้รับมากกว่า คริสเตียนบางคนเสียด้วยซ้ำ เพราะเหตุใดกันหรือ???

 

พระเจ้าอวยพรคนไม่เชื่อได้อย่างไร

 

1. ใครก็ตามที่เดินตามหลักการของพระเจ้า พระองค์จะอวยพร และ รับรองหลักการนั้น เช่น กฎแห่งการหว่าน หว่านสิ่งดี เก็บเกี่ยวสิ่งดี หว่านสิ่งร้าย เก็บเกี่ยวสิ่งร้าย , เลือกยึดหลักคุณธรรม จิตใจก็สงบ , ให้เกียรติบิดามารดา ก็ทำให้ไปดีมาดีบนแผ่นดินโลก แม้ไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้า แต่ทำอะไรก็ขึ้น , กฎการทำดี ที่ทำให้จิตใจสงบ

2. การอวยพรของพระเจ้า เพราะเห็นแก่ผู้ชอบธรรมบางคน เช่น หนึ่งในชุมชนนั้นเชื่อพระเจ้า และ ดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม , มีบุตรหัวปีที่เป็นคนของพระเจ้าอยู่ ทำให้ทรงระลึกถึง และอวยพรไปยังครอบครัวญาติพี่น้องของเขา

3. การอธิษฐานเผื่อของผู้ชอบธรรมที่ร้องทูลต่อพระเจ้าอย่างจริงจัง หนักแน่น ต่อเนื่อง และ ไม่ลดละซึ่งความเชื่อ เช่น การอธิษฐานเพื่อผู้ป่วยที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า , การอธิษฐานเพื่อครอบครัว ญาติพี่น้องที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า … เพราะเห็นแก่ผู้ที่ร้องทูล และ พระเจ้าทรงฟังเสียงของเขา การอวยพรจึงไปถึงคนเหล่านั้น แม้เขาจะยังไม่เชื่อพระเจ้าก็ตามที

4. คริสเตียนบางคนดำเนินชีวิตตามใจตนเอง และ เนื้อหนังมากเสียกว่า คนไม่เชื่อที่ยึดหลักคุณธรรม และ ความถูกต้องเสียอีก จึงไม่แปลกที่บางครั้งคริสเตียนบางคนได้รับพระพรน้อยกว่าคนไม่เชื่อเสียอีก … ** อย่าลืมว่าพระเจ้าทรงยุติธรรม รักโลกนี้ และ มนุษยชาติด้วยเช่นกัน ** … แต่แน่นอนว่า คนเชื่อพระเจ้าจะได้รับการเจิม และ ความโปรดปรานพิเศษ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมอยู่ภายใต้กฎแห่งพระพร เงื่อนไขแห่งการอวยพร และ เกิดผลด้วย

5. พระเมตตาพิเศษของพระเจ้า … แน่นอนว่าพระเจ้าทรงมีพระประสงค์ และ แผนการที่เกินกว่าความคาดหมาย ความเข้าใจอันจำกัดของเรา ดังนั้นเป็นเอกสิทธิ์ของพระเจ้าที่จะครอบครอง และ อวยพรผู้ใดก็ได้ … แม้เซาโลยังไม่เชื่อพระเยซู แต่กลับได้เห็นนิมิต ได้มีประสบการณ์การพบพระพักตร์พระองค์หน้าต่อหน้า ชนิดที่คริสเตียนหลายๆ คนคาดหวัง และ รอคอยประสบการณ์แบบนั้นแล้วยังไม่สามารถได้รับเฉกเช่นเดียวกับเขาเลย … ดังนั้นเราไม่สามารถสรุปฟันธงอย่างชัดเจนได้ว่า คนไม่เชื่อไม่มีสิทธิได้รับพระคุณของพระเจ้า แต่เราควรเปิดใจออกเพื่อมองดูพระราชกิจของพระเจ้า และ เรียนรู้จากความยิ่งใหญ่ของพระองค์ในทุกทาง ทุกคน ทุกสถานการณ์ชีวิต

แต่พระพรเป็นเรื่องของการดำเนินชีวิตบนแผ่นดินโลกนี้ ส่วนแผ่นดินสวรรค์นั้น เจ้าของคือ พระบิดา เมื่อรู้จักพระบิดา ก็ย่อมได้เข้าแผ่นดินนั้น ซึ่งเป็นพระพรสูงสุด สำหรับผู้เชื่อ

ยน 14:1-6
14:1 “อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านเชื่อในพระเจ้า จงเชื่อในเราด้วย
14:2 ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีคฤหาสน์หลายแห่ง ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย
14:3 และถ้าเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย
14:4 ท่านทราบว่าเราจะไปที่ไหนและท่านก็รู้จักทางนั้น”
14:5 โธมัสทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า พวกข้าพระองค์ไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ไหน พวกข้าพระองค์จะรู้จักทางนั้นได้อย่างไร”
14:6 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา

พระเจ้าอวยพรคนไม่เชื่อได้อย่างไร

 

ข้อคิดสำคัญ

1. เราควรเห็นคุณค่าในการดำเนินชีวิตอย่างดี ตามหลักการพระคัมภีร์ เพื่อให้พระพรมาถึงตนเอง ครอบครัว และ ญาติพี่น้องที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า

2. เราควรหมั่นเพียร และ ให้น้ำหนักกับการอธิษฐานเผื่อครอบครัวของเราที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า อย่างต่อเนื่อง , หนักแน่น , มั่นคง และ ด้วยใจเชื่อ เพื่อให้การอวยพรของพระเจ้าที่เราเชื่อไปถึงเขา ด้วยว่า “ทรงเห็นแก่เรา”

3. อย่าอิจฉาคนอื่น เมื่อเขาได้รับพระพร หรือ สิ่งดีในชีวิต เพราะเหตุว่า เขาสมควรได้รับ (เช่น วิถีชีวิตของเขาดี อยู่ในหลักจริยธรรมอันดี , การหว่านที่ดี , …) แต่ควรแสดงความยินดี และ เรียนรู้จากเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม

4. การรักษาชีวิตตนเองให้อยู่ในทางของพระเจ้า ย่อมส่งผลดี ไม่เพียงแค่ตนเอง แต่ยังขยายขอบเขตอิทธิพลนั้นไปถึงคนรอบข้างได้ด้วย

 

2018-07-24  

 

 

 

พระพรที่ไม่ได้นับ

อันที่จริงคนเรามีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวมากมาย จนบางครั้งกลายเป็นความเคยชินเคยด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านั้นก็นับเป็นพระพรที่แสนดีที่พระเจ้าทรงประทานให้เราอย่างสัตย์ซื่อ พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อที่จะอวยพรเราในแต่ละวัน แต่ละเรื่อง แต่หลายๆ ครั้งเราเองทุ่มเทความคิด การจดจ่อไปไว้ที่บางสิ่ง บางอย่าง ที่ตนเองปรารถนา จนมองข้าม หรือ หลงลืมสิ่งดีที่เกิดขึ้นในปกติชีวิตของเรา

 

พระพรที่ไม่ได้นับ

 

พระพรที่ไม่ได้นับ คืออะไรบ้าง
 ร่างกายที่แข็งแรง
 การลืมตาตื่นขึ้นในทุกเช้าวันใหม่
 การมีครอบครัวที่แสนดีเคียงข้าง พ่อ แม่ พี่น้อง บุตรหลาน สามีภรรยา
 ไม่มีโรคร้ายเกิดขึ้นกับร่างกาย
 มีงานให้ทำ และ รับผิดชอบ
 มีอาหารให้กิน
 มีที่ให้นอนอย่างอบอุ่น เย็นสบาย และปลอดภัย
 และอื่นๆ อีกมากมาย

พระพรของพระเจ้ามีหลายด้าน หลายมิติ หากเราฝึกฝนตนเองให้หัดเป็นคนที่นับพระพรบ่อยๆ เราจะสามารถเชื่อ วางใจในพระเจ้าได้อย่างไม่สั่นคลอนง่ายๆ เพราะเราจะเห็นได้ว่าที่ผ่านๆ มาพระคุณพระเจ้ามากมายสักเพียงใดในชีวิตตน และ จะเห็นได้ว่า พระเจ้ารักตนเองมากมายขนาดไหน

 

พระพรที่ไม่ได้นับ

 

1. เราควรฝึกฝนตนเองให้หัดเป็นคนที่นับพระพรบ่อยๆ จะทำให้สามารถมองเห็นในสิ่งที่กว้างออกมากขึ้น ไม่จดจ่ออยู่เพียงแค่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง อีกทั้ง การนับพระพรยังเป็นการตอกย้ำรากฐานความเชื่อ ด้วยประสบการณ์ที่ตนเองเคยมีมาแล้ว ไม่ให้หลงลืมไปง่ายๆ ว่าพระเจ้าทรงช่วยกู้ และ ทำสิ่งต่างๆ เพื่อเราสักเพียงใด

2. ใจขอบพระคุณพระเจ้าเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเราไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ต่างๆ จะเข้ามาในรูปแบบไหน เวลาใด ต้องเผชิญสิ่งที่อาจทำให้สั่นคลอนความเชื่อ หรือ ทำให้หลงลืมความรัก ความเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อเราเสมอมา … (เปรียบภาพดั่ง เด็กน้อยที่อยู่กับพ่อ แต่เมื่อไม่ได้ของเล่นตามที่ร้องขอ ก็งอแงและคิดไปว่าพ่อไม่รัก พ่อไม่ให้อะไรกับตนเลย)

3. มีพระพรอีกมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา ในทุกวัน ทุกเวลา เพียงแต่เราไม่ได้นับ ไม่ได้นึกถึง เท่านั้นเอง

4. แท้จริงแล้วพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อในการอวยพรเราเสมอ ทั้งผ่านการปกป้อง การจัดเตรียม การประทานรางวัลเป็นครั้งคราว หรือ แม้แต่ประทานสิ่งจำเป็นให้ในชีวิตประจำวัน … บางครั้งเราอาจมีความจำกัดในการมองเห็น จำกัดในความเข้าใจ จึงทำให้ไม่สามารถเข้าถึงมิติการจัดเตรียม การจัดสรรของพระเจ้าได้ว่า มีเวลาที่เหมาะสม มีสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา บางครั้งจึงดูเหมือนพระเจ้าขัดใจเรา

5. แม้เราจะไม่ได้รับพระพรบางอย่าง และหลายครั้งก็ไม่ตรงกับความคาดหวัง การร้องขอของเราต่อพระเจ้า แต่ผู้ที่มีใจขอบพระคุณพระเจ้า จะสามารถเชื่อ วางใจพระเจ้าต่อไปได้ว่า พระองค์ทรงจัดเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเองไว้อยู่แล้ว (ไม่ว่าจะเงื่อนไขเวลา หรือ ชีวิต) ดังนั้น จะไม่เป็นผลต่อความเชื่อที่ลดลง แต่จะยิ่งเรียนรู้ และ อดทนเฝ้ารอคอยด้วยความเชื่อใจพระเจ้าของตน

ลองคิดทบทวน
? มีพระพรอะไรบ้างที่ยังไม่ได้นับ
? ในความคาดหวังพระพรที่เจาะจงนั้น เราเองได้อดทนรอควยจนถึงวาระของพระเจ้าแล้วหรือยัง
? เงื่อนไขชีวิตของตนเอง เหมาะสมและสมควรต่อพระพรนั้น หรือไม่

 

2018-02-13  

 

 

จดหมายรัก ถึง … คนที่รักตัวเองไม่เป็น

ถึง … คนที่รักตัวเองไม่เป็น

คุณได้ทุ่มเททำสิ่งต่างๆ อย่างสุดกำลังแล้ว และ ดูเหมือนที่เกินกว่ากำลังของคุณจะทนไหว คุณก็ได้ทำมัน ด้วยใจที่คิดว่า …
“ฉันต้องทำได้”
“ฉันจะต้องทำอย่างดีที่สุด”
“ฉันน่าจะทำได้มากกว่านี้”
“ฉันต้องทำ”
“ต้องเป็นฉัน”
.
.
… แม้หลายๆ ครั้ง คุณไม่ได้มีความสุขกับมันเลย บางครั้งมันเป็นช่วงเวลาที่แสนจะเหน็ดเหนื่อย บางครั้งเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่คุณก็ไม่ยอมที่จะพัก ไม่ยอมแพ้ หรือ หยุดง่ายๆ … เพราะคุณคิดว่า “หากฉันไม่ทำ … แล้วใครจะทำ”

ในความเป็นจริงคุณเป็นคนที่น่าชื่นชมมากๆ และ ไม่มีสิ่งใดที่คุณทำมันสูญเปล่าหรอกนะ ผลดีมันได้เกิดขึ้นไปแล้ว ณ ตอนนั้น แต่โลกแห่งความเป็นจริง คือ ผลมันไม่นิรันดร ต้นมะม่วงออกผลแล้ว เราก็เก็บมันกิน กินแล้วมันก็หมดไป ไม่ได้หมายความว่า มะม่วงไม่ออกผล แต่ว่าเรากินมันหมดไปแล้วต่างหาก ความดีที่คุณทุ่มเทออกมา ก็ออกผลให้เก็บกินไปแล้ว แต่มันแค่ผ่านไปแล้วก็เท่านั้นเอง…

คุณเชื่อไหม???
หากคุณได้พักสักนิด >> จะเพิ่มพูนพลัง และ ความสดใหม่ให้กับตัวคุณ และ สิ่งที่คุณทำ นั่นแปลว่า = คุณพักได้ , คุณควรพัก
หากคุณรักตัวเองเป็น >> คุณจะส่งต่อ และ ส่งผ่านความรักของคุณไปยังผู้คนรอบข้าง และ สิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบ
หากคุณสนใจความรู้สึกตัวเองมากขึ้น แคร์ตัวเองมากขึ้น >> คุณจะเป็นคนที่มีพลังเป็นอย่างมาก
หากคุณใช้ชีวิตอย่างสมดุลย์ >> ทุกสิ่งรอบตัวคุณ จะเป็นผลงานชิ้นเอก ที่คุณภาคภูมิใจ

คุณรู้ไหม???
ว่า… คุณเป็นคนที่งดงามอย่างมากมาย เกินกว่ารูปร่างหน้าตาภายนอก คือ หัวใจของคุณที่ทรงคุณค่า
ว่า… คุณเป็นบุคคลที่น่ายกย่อง และ สมควรได้รับรางวัลมากที่สุด ผ่านสิ่งที่คุณทำ
ว่า… คุณจะมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าคุณรักตัวเองเป็น และ ลงมือให้รางวัลกับตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ
ว่า… คุณมีคุณค่าที่สูงส่ง แม้ไม่ต้องพยายามเอาใจใคร หรือ ดิ้นรนทำสิ่งที่คุณไม่ชอบ , ไม่ใช่ตัวตนของคุณ เพื่อให้คนอื่นยอมรับในตัวคุณ เพราะคุณมีคุณค่าในตัวของคุณเองอยู่แล้ว ดั่งทองคำ ดั่งเพชร และ อัญมณี

ถึงเวลาแล้วที่คุณจะกล้า และ หันกลับมารักตนเองเสียก่อนหรือยัง?? เพราะคนที่รักตนเองได้ คนที่รักตนเองเป็น จะเป็นคนที่ส่งพลังแห่งความรักออกไปแบบสัมผัสได้ ไม่ใช่พลังที่แห้งๆ

ทีนี้
คุณควรหันกลับมารักตัวเองให้เป็น ด้วยการ…
– บอกตนเองว่า “ฉันมีคุณค่า” , “ฉันทำดีที่สุดแล้ว” , “สิ่งที่ฉันทำไม่เคยสูญเปล่า” , “ฉันมีความสุขกับมัน”
– เริ่มต้นให้รางวัลตนเอง เช่น กินมื้อใหญ่ , ซื้อสิ่งที่เราอยากได้มากๆ เล็งมานานแล้ว , ออกไปเที่ยวพักผ่อน โดยเฉพาะแหล่งธรรมชาติ ได้มองออกไปที่ทะเล ได้เห็นผีเสื้อบิน ได้ยินเสียงนกร้อง เสียงน้ำไหล เสียงคลื่นซัด , นอนตื่นสายๆ แบบเต็มอิ่ม

*** และที่สำคัญ คือ มีผู้หนึ่งรักคุณมากเสียเหลือเกิน ไม่ว่าคุณจะเป็นเช่นไร ไม่ว่าคุณจะรู้จักพระองค์หรือไม่ พระองค์ คือ องค์พระเยซูคริสต์เจ้า

ดังนั้น จงรักตนเองมากๆ รักตนเองให้เป็น และ เห็นคุณค่าในตนเอง เพราะคุณคือ คนที่สมควรได้รับแล้ว

เราขอเป็นกำลังใจให้คุณใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขค่ะ

ด้วยรัก และ ห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง

จาก … คนที่ส่งต่อกำลังใจให้คุณ

 

 

2018-06-23  

 

 

ความเรียบง่ายของการดำเนินชีวิตคริสเตียน

แท้จริงแล้ว การดำเนินชีวิตแต่ละวัน (ของคริสเตียน) … เป็นเรื่องของความเรียบง่ายบนความสัมพันธ์กับพระเจ้า แบบวันต่อวัน ก้าวต่อก้าาว

ส่วนเรื่องความล้ำลึกนั้น เป็นเรื่องของความโปรดปรานพิเศษ ที่จะทรงสำแดงอย่างเจาะจง กับบางคน ในบางเรื่อง บางเวลา (ซึ่งบางคนอาจพัฒนาสู่ของประทานที่ล้ำลึก)

แต่เรื่องของความรอด เป็นเรื่องของการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ใช่เรื่องของการรู้ถึงความล้ำลึก ดังนั้น แม้ไม่รู้อะไรมาก แต่เดินตามพระคำอย่างสุดใจ ก็รอดแน่ๆ แต่หากพระเจ้าจะเมตตาใส่ความล้ำลึกให้ นั่นเพราะทรงโปรดปรานเราเป็นพิเศษ

ต้องแยกให้ออกระหว่าง “สิ่งที่เป็นพื้นฐาน กับ สิ่งที่เป็นขั้นกว่า”
พื้นฐาน :: ขาดไม่ได้ ต้องมั่นคง
ขั้นกว่า :: ไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่หากมีก็เป็นรางวัลชีวิต

คนเราควรหมั่นศึกษา เพิ่มพูน ความรู้ และ ของประทาน เพื่อขยายขอบเขตชีวิตมากขึ้นเรื่อย และ เมื่อขอบเขตชีวิตขยายมากขึ้น หรือ ที่เรียกว่า “เติบโตมากขึ้น” ความล้ำลึกในแต่ละเรื่องจะค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้นเอง เพราะพระเจ้าทรงปรารถนาจะใส่ เติม แต่ง ให้แก่เราอยู่แล้ว

สิ่งที่เราควรให้น้ำหนักมากที่สุด และ เป็นอันดับแรก คือ การดำเนินชีวิตกับพระเจ้า … อธิบายง่ายๆ ก็คือ เดินตามพระคัมภีร์ รู้มาก เข้าใจมาก ก็เดินตามมาก รู้น้อย เข้าใจน้อย ก็ทำตามให้ครบถ้วน ตามขนาดของตนเอง แล้วค่อยๆ เพิ่มพูนมากขึ้นตามการเติบโตในความสัมพันธ์กับพระเจ้า

การตรวจสอบของพระเจ้าไม่ได้เป็นแบบคัดแยกหุ่นยนต์ ที่ทุกตัวต้องเท่ากันตามแม่พิมพ์ แต่พระเจ้าทรงเจาะจงตามขนาด แต่ละบุคคล ตัวอย่าง การถามถึงเงินตะลันต์ ทรงถามทีละคน ตามขนาดที่ทรงใส่ไว้

มธ.25:14-30
25:14 อาณาจักรแห่งสวรรค์ยังเปรียบเหมือนชายผู้หนึ่งจะออกเดินทางไปยังเมืองไกล จึงเรียกพวกผู้รับใช้ของตนมา และฝากทรัพย์สมบัติของเขาไว้
25:15 คนหนึ่งท่านให้ห้าตะลันต์ คนหนึ่งสองตะลันต์ และอีกคนหนึ่งตะลันต์เดียว ตามความสามารถของแต่ละคน แล้วท่านก็ออกเดินทางทันที
25:16 คนที่ได้รับห้าตะลันต์นั้นก็เอาเงินนั้นไปค้าขาย ได้กำไรมาอีกห้าตะลันต์
25:17 คนที่ได้รับสองตะลันต์นั้นก็ได้กำไรอีกสองตะลันต์เหมือนกัน
25:18 แต่คนที่ได้รับตะลันต์เดียวได้ขุดหลุมซ่อนเงินของนายไว้
25:19 ครั้นอยู่มาช้านาน นายจึงมาคิดบัญชีกับผู้รับใช้เหล่านั้น
25:20 คนที่ได้รับห้าตะลันต์ก็เอาเงินกำไรอีกห้าตะลันต์มาชี้แจงว่า ‘นายเจ้าข้า ท่านได้มอบเงินห้าตะลันต์ไว้กับข้าพเจ้า ดูเถิด ข้าพเจ้าได้กำไรมาอีกห้าตะลันต์’
25:21 นายจึงตอบเขาว่า ‘ดีแล้ว เจ้าเป็นผู้รับใช้ดีและสัตย์ซื่อ เจ้าสัตย์ซื่อในของเล็กน้อย เราจะตั้งเจ้าให้ดูแลของมาก เจ้าจงปรีดีร่วมสุขกับนายของเจ้าเถิด’
25:22 คนที่ได้รับสองตะลันต์มาชี้แจงด้วยว่า ‘นายเจ้าข้า ท่านได้มอบเงินสองตะลันต์ไว้กับข้าพเจ้า ดูเถิด ข้าพเจ้าได้กำไรมาอีกสองตะลันต์’
25:23 นายจึงตอบเขาว่า ‘ดีแล้ว เจ้าเป็นผู้รับใช้ดีและสัตย์ซื่อ เจ้าสัตย์ซื่อในของเล็กน้อย เราจะตั้งเจ้าให้ดูแลของมาก เจ้าจงปรีดีร่วมสุขกับนายของเจ้าเถิด’
25:24 ฝ่ายคนที่ได้รับตะลันต์เดียวมาชี้แจงว่า ‘นายเจ้าข้า ข้าพเจ้ารู้จักท่านว่าท่านเป็นคนใจแข็ง เกี่ยวผลที่ท่านมิได้หว่าน เก็บส่ำสมที่ท่านมิได้โปรย
25:25 ข้าพเจ้ากลัวจึงเอาเงินตะลันต์ของท่านไปซ่อนไว้ใต้ดิน ดูเถิด นี่แหละเงินของท่าน’
25:26 นายจึงตอบเขาว่า ‘เจ้าผู้รับใช้ชั่วช้าและเกียจคร้าน เจ้าก็รู้อยู่ว่าเราเกี่ยวที่เรามิได้หว่าน เก็บส่ำสมที่เรามิได้โปรย
25:27 เหตุฉะนั้น เจ้าควรเอาเงินของเราไปฝากไว้ที่ธนาคาร เมื่อเรามาจะได้รับเงินของเราทั้งดอกเบี้ยด้วย
25:28 เพราะฉะนั้น จงเอาเงินตะลันต์เดียวนั้นจากเขาไปให้คนที่มีสิบตะลันต์
25:29 ด้วยว่าทุกคนที่มีอยู่แล้ว จะเพิ่มเติมให้แก่ผู้นั้นจนมีเหลือเฟือ แต่ผู้ที่ไม่มี แม้ว่าซึ่งเขามีอยู่ก็จะต้องเอาไปจากเขา
25:30 จงเอาเจ้าผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์นี้ไปทิ้งเสียที่มืดภายนอก ซึ่งที่นั่นจะมีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน’

 

ความเรียบง่ายของการดำเนินชีวิตคริสเตียน

 

แม้บางครั้งเราไม่รู้อะไรมาก >>> แต่ที่เรารู้ เราทำตามได้กี่เปอร์เซต์? ทำได้ครบถ้วนแล้วหรือยัง?
ถ้าครบถ้วนแล้ว >>> เวลานั้นจะเป็นเวลาที่พระเจ้าขยายฐานชีวิตเราออกมากขึ้นอีก
แต่ถ้ายัง >>> ก็ควรทำส่วนของตนเองให้มากขึ้น เพราะการขยายจะไม่มาถึง ในเวลาที่หละหลวมอยู่แน่ๆ

 

 

2018-06-11  

 

 

ลักษณะของคนที่ประสบความสำเร็จได้ยาก

บางคนมักชอบเอ่ยว่า จะทำนั่น จะทำนี่ โดยไม่มีการลงมือเสียที แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน หรือโอกาสจะเอื้ออำนวยอยู่ตรงหน้าแล้ว ก็ยังไม่ขยับตัวก้าวเสียที
“ข้าจะ …”
“ข้าจะ …”
“ข้าจะ …”
สมอง และ คำพูดเต็มไปด้วยแผนการที่ไร้การปฏิบัติ ซึ่งเท่ากับว่า เป็นเพียงการวาดฝันไว้ในอากาศ โดยปราศจากการลงมือทำ หรือ ริเริ่ม

ลักษณะนิสัย หรือ ลักษณะชีวิตเช่นนี้ ทำให้ความสำเร็จอยู่ห่างไกล และ ถอยออกห่างจากเขาไปเรื่อยๆ อันเนื่องจาก เมื่อวันเวลาผ่านไป ก็จะพบว่า หลงลืมสิ่งที่เคยได้เอื้อนเอ่ย หรือ เคยวาดฝันไว้ … อีกทั้งผู้คนรอบข้างไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ในขณะที่ตนเองยังไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย ซึ่งเขาจะมีแนวโน้มในการปลงต่อความสำเร็จ หรือ การไต่ระดับให้สูงขึ้น ด้วยการคิดว่า “ไม่เหมาะสมกับตนเอง” … แต่ในทางกลับกัน ไม่เคยคิดที่จะปรับปรุง หรือ พัฒนาตนเอง ให้มีความกล้าหาญที่จะลงมือทำตามสิ่งที่วาดฝันไว้

 

ลักษณะของคนที่ประสบความสำเร็จได้ยาก

 

1. หากคนเราไม่ลงมือทำอะไรเสียที ได้แต่คิดๆๆ แล้วก็วาดฝันไว้ในอากาศ ก็จะไม่สามารถมองเห็นตัวตนของตนเองที่แท้จริงได้ว่า “มีศักยภาพ หรือ ความสามารถด้านนั้นๆ เพียงใด” … ไม่ต้องพูดถึงเรื่องของการพัฒนาสู่ความชำนาญเลย เพราะหากไม่เริ่มต้นที่ 1 ย่อมไปไม่ถึง 10 หรือ 100 ได้เลย ได้แค่หยุดอยู่ที่ 0 คือ ล้าหลังกว่าจุดเริ่มต้นเสียอีก

2. คนเราทุกคนมีสิทธิที่จะฝัน และ วาดหวังไว้ แต่มันจะไร้ค่า และ สูญเปล่า … หากไม่มีการขยับเขยื้อนตนเองให้เดินหน้าไป เพราะความใฝ่ฝันเหล่านั้นไม่มีทางเป็นจริงได้ หากปราศจากการลงมือทำ หรือ การก้าวไปข้างหน้า

3. อย่าเป็นคนที่มีลักษณะ “ข้าจะ… (ทำนั่น) …” , “ข้าจะ… (ทำนี่)…” , “ข้าจะ… (เป็นนั่น) …” , “ข้าจะ… (เป็นนี่)…” , … เพราะนอกจากผลเสียของการห่างไกลความสำเร็จแล้ว ยังเป็นที่เบื่อหน่ายของผู้อื่น โดยการ discredit ตนเอง เพราะคนเราจะน่าเชื่อถือ เมื่อชีวิตสอดคล้องกัน ทั้งคำพูด การกระทำ แนวคิด

4. เมื่อเราลงมือทำ หรือ ริเริ่มในสิ่งใดๆ ทุกอย่างอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ อาจเจออุปสรรคปัญหาบ้าง แต่ก็ค่อยๆ แก้ไปทีละขั้น ทีละตอน , ค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ , ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนแก้ไข … จนกระทั่งเจอมุม เจอจุดที่ลงตัวกับตนเองมากที่สุด ซึ่งนั่นหมายความว่า **เราได้เข้าใกล้เป้าหมายไปอีกขั้นหนึ่ง** … แม้ว่าหลายครั้งการลงมือทำ อาจเปลี่ยนแปลงทิศทาง หรือ เส้นทางการเดินของเราไปเลยก็ได้ อันเนื่องมาจากทุกสิ่งที่คิดไว้ วาดหวังไว้ ไม่เป็นไปตามนั้น แต่สิ่งที่เราได้ค้นพบ และ นำเราสู่เส้นทางใหม่ จะทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งเป็นแน่

5. “ข้าจะ…” “ข้าจะ…” แล้วไม่ยอมลงมือกระทำสิ่งใดๆ เลย = เป็นลักษณะของผู้ที่เย่อหยิ่ง และ โอ้อวดในสิ่งที่ตนเองยังไม่มี ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับคนที่มักวาดฝัน แล้วก้าวไปข้างหน้า “ข้าจะ….” ของเขาเป็นเหมือนเป้าหมายใหม่ๆ ที่ขยับไปอีกขั้นหนึ่งในทุกๆ ครั้งที่เอ่ยออกมา ดังนั้นคนที่วาดฝันแล้วลงมือทำย่อมได้เปรียบ เพราะความฝันจะเป็นจริงในสักวันอันใกล้ แบบจับต้องได้

6. คนที่ชอบฝันลมๆ แล้งๆ โดยปราศจากการก้าวไปข้างหน้า จะมีลักษณะที่ขี้เกียจ และ หวาดกลัว เป็นทุนเดิม แม้โอกาสจะเอื้ออำนวยเพียงใด ก็ยังมีเหตุผลและข้ออ้างให้ผัดวันประกันพรุ่งอยู่ดี แต่ก็ยังไม่ลดละที่จะ กล่าวว่า “ข้าจะ…(ทำนั่นทำนี่)…” อยู่ดี นั่นเพราะว่า คำพูดเหล่านั้นล้วนออกมาจากปาก โดยปราศจากใจหนักแน่นในการไขว่คว้าความสำเร็จ

7. จุดเริ่มต้นแรกของชีวิตคริสเตียนในทุกๆ เรื่อง ควรเป็นการแสวงหาการทรงนำจากพระเจ้า แล้วเมื่อพระเจ้าทรงนำ ย่อมทรงช้อนรับผู้ที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าเสมอ โดยเฉพาะคนที่พร้อมจะตอบสนองพระองค์ ซึ่งยิ่งตอบสนองพระเจ้ามากเท่าไร พระพรก็ยิ่งตกเป็นของเรามากเท่านั้น

 

ลักษณะของคนที่ประสบความสำเร็จได้ยาก

 

คำอธิษฐานเพื่อปลดปล่อยตนเองสู่ความสำเร็จ

“ข้าแต่พระเจ้า … ผู้ทรงฟังคำร้องทูล และ ทรงรู้ทุกส่วนของดวงใจ
บัดนี้ …
ข้าพระองค์ขอสารภาพบาปที่มักเอ่ยคำพูดอันไร้สาระ ซึ่งเป็นเหตุให้พระพรห่างไกล
ขอกลับเข้ามาเพื่อเริ่มต้นใหม่
ขอทรงชำระคำพูดทั้งหมดในอดีตที่เคยกล่าวไป โดยขาดความยั้งคิด หรือ เป็นเหตุให้พระพรมาไม่ถึง

ข้าแต่พระเจ้า…
ขอทรงนำย่างเท้าต่อแต่นี้ เพื่อจะเห็นการอวยพรของพระเจ้ามาถึงอย่างสดใหม่ และ ต่อเนื่อง
ขอทรงเปลี่ยนแปลงดวงใจ ที่หวาดกลัวให้กลับกลายเป็นใจที่กล้าหาญ และ เข้มแข็ง
ขอทรงประทานหนทาง เพื่อจะก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางแห่งความสำเร็จที่ยั่งยืน
ขอทรงสร้างใจมุมานะ และ อดทนนาน ต่อทุกสถานการณ์ เพื่อจะเติบโตยิ่งๆ ขึ้นในการพัฒนาตนเอง
ขอถ่อมใจลงต่อพระเจ้า เพื่อจะรับการสร้างใหม่ การสอน การรื้อฟื้น และ การอวยพร
ขอทรงประทับอยู่ด้วย เพื่อจะมีความกล้าหาญ
ขอประทานชัยชนะ เป็นพระพรที่สดใหม่ให้ได้นับในทุกๆ วัน

โอ้ … พระองค์เจ้าข้า
ข้าพระองค์ต้องการพระองค์ เพื่อจะสร้างชีวิตบนโลกนี้สู่ความสำเร็จตามน้ำพระทัยพระบิดา

อธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน”

 

2018-06-07  

 

 

 

คำอธิษฐาน :: พระลักษณะของพระเจ้าเป็นที่วางใจได้

“ข้าแต่พระเจ้า …
ดวงใจข้าพระองค์ มั่นใจในพระลักษณะของพระเจ้า
ด้วยว่า : พระองค์ทรงสามารถ ทรงฤทธานุภาพ ทรงพระคุณ

โอ้ … ไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้ โดยนามพระคริสต์
ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ แต่นามเดียว
ทรงสำแดงรักพระองค์บนกางเขน เพื่อมนุษย์โลก
ทรงจัดเตรียม และ เลือกสรรสิ่งดีให้ อย่างเจาะจงแต่ละคน
ทรงปกป้องและปกคลุม ด้วยความรัก และ พระคุณของพระเจ้า

ข้าแต่พระเจ้า …
ไม่ว่าชีวิตจะต้องเผชิญสิ่งใด หรือ อยู่ในช่วงเวลาแบใดก็ตาม … พระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้ง แต่ทรงโอบอุ้มด้วยรักพระบิดาอ่อนละมุน
ทรงช่วยเหลือ ช่วยกู้ และ ประทับอยู่ด้วยเสมอ โดยองค์พระวิญญาณของพระเจ้า

นี่แหนะ !!!
จึงไม่มีสิ่งใดต้องห่วง หรือ กังวล >> เพราะทุกสิ่งอยู่ในพระหัตถ์การควบคุม และ อวยพรขององค์พระผู้สูงสุด
จึงสามารถมีเสรีภาพในการดำเนินชีวิตได้อย่างเต็มที่ >> เพราะพระองค์จะทรงดูแล เมื่อเราสัตย์ซื่อส่วนของตน
จึงไม่ต้องหวั่นกลัว อนาคตข้างหน้า >> เพราะพระเจ้าจะทรงเตรียมหนทางให้ราบเรียบ และ นำสู่มรรคาทางที่แสนสุขในพระคริสต์
จึงสามารถวางใจในพระเจ้าผู้ทรง นามว่า “เราเป็น” ได้อย่างหมดใจ >> เพราะพระเจ้าทรงสามารถกระทำทุกสิ่งได้ และ โดยพระเมตตาคุณของพระองค์จึงประทานสิ่งดี สิ่งจำเป็น เพื่อคนที่รักพระองค์จะได้รับการยกชู

โอ้ … ข้าแต่พระเจ้า
ข้าพระองค์ … ขอวางใจในพระเจ้าของข้าพระองค์และครัวเรือน
ขอมอบทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์แห่งการอวยพรและเลี้ยงดูของพระเจ้า << เพื่อชีวิตจะสมบูรณ์ สงบสุข และ ปลอดภัย
ขอเดินมุ่งหน้าไปสู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์ ไม่หันซ้าย แลขวา << ด้วยว่า วางสิ่งที่ห่วงไว้แล้วที่พระคริสต์ (คือได้วาง ความต้องการ ความปรารถนาเรื่องปากท้อง การงาน การเงิน ครอบครัว คนที่รัก ไว้ในการอวยพร และ ปกป้องของพระเจ้า)

โอ้ … สุขใจจริงหนอ !!
ที่ได้เชื่อ วางใจ และ เดินตามองค์ผู้ทรงสัจจริง : ด้วยว่า : พระลักษณะของพระเจ้านั้น ทำให้ย่างเท้ามั่นคงในทุกด้าน ทุกมิติ ทั้งกาย ใจ วิญญาณจิต

อธิษฐาน อธิษฐานวิงวอน อธิษฐานต่อพระเจ้า ใน นามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน

********************

คำอธิบายเพิ่มเติม

1. เราสามารถวางใจในพระลักษณะที่เที่ยงแท้ของพระเจ้าได้ ว่าทรง ฤทธานุภาพ และ ควบคุมทุกสิ่งให้ออกมาดีสำหรับเราอย่างเจาะจง และ ด้วยพระคุณความรักของพระเจ้า จึงมั่นใจและวางใจได้ว่า “สิ่งดีจะมาถึงเราอย่างแน่นอน”***

2. การวางใจในพระลักษณะของพระเจ้า สะท้อนถึง ความลึกในความสัมพันธ์ของเราต่อพระเจ้า และ สะท้อนถึงขนาดความเชื่อของเราที่มีต่อพระเจ้า

3. หากท่านเป็นคริสเตียนที่ยังไม่มั่นใจในพระลักษณะพระเจ้า สามารถอธิษฐานขอประสบการณ์ตรง เพื่อจะมีความมั่นใจ เข้าใจ และ ลึกซึ้งในองค์พระเจ้าที่เราเชื่อได้

4. หากท่านยังไม่เป็นคริสเตียน >> สามารถอธิษฐานตามด้วยใจเชื่อได้ เพื่อจะมีประสบการณ์ ว่า “พระลักษณะของพระเจ้าเป็นเช่นไร?” เนื่องจากพระองค์มีนามว่า “เราเป็น” หมายความว่า ทรงเป็นทุกสิ่งในชีวิตเรา (เป็นเพื่อน , เป็นพระบิดา , เป็นพระเจ้า , เป็นคำตอบในชีวิต , เป็นผู้ช่วย , เป็นแพทย์ผู้รักษา , เป็นผู้อวยพร , เป็น ……… )

 

 

2018-01-22

 

 

คำอธิษฐาน :: ฝังตัวในพระคริสต์

“ข้าแต่พระเจ้า …
พระองค์ผู้ทรงเป็นแหล่งแห่งความสมบูรณ์ ลำธารของพระเจ้าไม่เคยเหือดแห้งไป
ขอเข้ามาดื่มด่ำ ฝังตัว ให้รากหยั่งลึกลงไปในลำธารแม่น้ำของพระเจ้า เพื่อดับกระหาย ให้เต็มอิ่ม อิ่มหนำ
ขอเข้ามาในรักพระคริสต์ เพื่อจะเป็นที่รักขององค์พระบิดา
ขอเข้ามาพึ่งพา พักพิง ด้วยความวางใจในพระองค์ผู้ทรงสามารถ และ สัจจริง

ข้าแต่พระเจ้า… ทรงเป็นพระศิลาที่มั่นคง ไม่แปรเปลี่ยนตามสถานการณ์ หรือ วันเวลา
เหตุฉะนั้น…
จึงเข้ามานอนลงในทุ่งหญ้าอันอุดมไปด้วยแหล่งแห่งการเลี้ยงดู
จึงผ่อนคลายอยู่ในเวลาวาระ ที่ทรงทำ ทรงขับเคลื่อน ทรงควบคุม ด้วยพระกรแห่งการอวยพร
จึงเป็นสุขอย่างแท้จริง เมื่อได้ฝังตนเองไว้ในมรรคาทางพระคริสต์ ด้วยการเดินตาม เชื่อฟัง และ เชื่ออย่างสุดใจ
จึงได้พบกับพระพรที่สดใหม่ไหลเข้ามา ดั่งธารน้ำไหลที่พัดเอาความสดชื่น และ ความชุ่มฉ่ำมาถึงครัวเรือน และ ทุกส่วนในชีวิต

โอ้ … นี่แหนะ!!! บรรดาผู้รักลำธารของพระเจ้าเอ๋ย
จงมองดูฝีพระหัตถ์ของพระบิดาเจ้าที่ทรงกระทำเป็นการเจาะจง และ ส่วนตัว ในชีวิต (ทั้งการงาน การเงิน สุขภาพกาย ใจ และ วิญญาณจิต) เพื่อจะได้เห็นความร่มเย็น และ ยั่งยืน ของพระพรที่ทรงประทานให้
จงฝังตัวในพระคริสต์ ดุจดั่งต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกไปในริมธารน้ำ จะมั่นคง สง่างาม และ ยิ่งใหญ่ ด้วยการหล่อเลี้ยงน้ำจากลำธาร
จงนับพระพรทุกๆ วันเวลา เพื่อจะไม่หลงลืมพระคุณของพระเจ้า ที่ทรงทำอย่างพิเศษในตนเอง และ ครัวเรือน

ข้าแต่พระเจ้า …
บัดนี้ … ข้าพระองค์ และ ครัวเรือน
ขอฝังตัวไว้ในพระสัญญาของพระเจ้า ด้วยว่า ** ทุกสิ่งที่ทรงตรัสนั้นเป็นจริง **

อธิษฐาน อธิษฐานวิงวอน อธิษฐานต่อพระเจ้า ใน นามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน

*******************

คำอธิบายเพิ่มเติม

สดุดี 1:3 (THSV11)
เขา​เป็น​เหมือน​ต้น‍ไม้​ที่​ปลูก​ไว้​ริม​ธาร‍น้ำ ซึ่ง​เกิด‍ผล​ตาม​ฤดู‍กาล และ​ใบ​ก็​ไม่​เหี่ยว‍แห้ง ทุก‍อย่าง​ที่​เขา​ทำ​ก็​จำ‌เริญ​ขึ้น

1. คริสเตียนดำเนินชีวิตในแต่ละวันด้วยการมีความสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้า ผ่านการอธิษฐาน การศึกษาพระคัมภีร์ การนมัสการ และ ทุกๆ สิ่งที่ทำ ดังนั้น หากเราเชื่อฟัง และ เดินติดตามพระคริสต์อย่างสุดใจ ย่อมได้รับพระพรครบถ้วนตามพระสัญญา ในเวลาวาระของพระเจ้าที่มาถึงตนเองอย่างแน่นอน

2. สำหรับท่านที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า อาจยังไม่เข้าใจว่า “เราต้องฝังตนเองในพระคริสต์หรือ??” แต่จะแปลความให้เข้าใจง่ายๆ คือ การยึดมั่นในพระเจ้านั่นเอง แต่การฝังตัวเอง เป็นลักษณะการใช้คำที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เป็นระดับความลึกซึ้งของการยึดมั่นในพระเจ้ามากๆๆๆ เป็นการนำตนเองเข้ามามีส่วนในพระคริสต์มากๆๆๆ และท่านสามารถมีประสบการณ์เหล่านี้ได้ด้วยการอธิษฐานตามด้วยใจเชื่อ

 

2018-01-19

 

 

คำอธิษฐาน :: ทุ่มเทฝึกตนในทางธรรม

“ข้าแต่พระเจ้า … พระผู้ทรงสร้างและปั้นแต่งมนุษย์จากผงคลีดิน
ด้วยว่า … ทรงบรรจงสร้างบุตรพระองค์ ผ่านกระบวนการต่างๆ : เพื่อให้งดงามมากขึ้น ในแต่ละวัน
ทรงสร้างผ่านเรื่องราว และ เหตุการณ์ : เพื่อให้ได้เรียนรู้ ได้สัมผัส ความเป็นไปที่ค่อยๆ พัฒนาสู่สิ่งดี สิ่งสมบูรณ์
ทรงช่วยเหลือผ่านองค์พระวิญญาณแสนหวาน : ทรงทำให้คนเล็กน้อย กลับกลาย เป็นที่เชิดหน้าชูตา ด้วยการยกชูของพระบิดาเจ้า

เหตุฉะนั้น … จึงสมควรแล้ว แก่การเฝ้าระวัง รักษา และ ฝึกตนในทางธรรม
ขอไฝ่รู้ เพียรใคร่ครวญถึงพระคำ และ ภาวนาถึงสิ่งทรงตรัส ทั้งกลางวัน และ กลางคืน << เพื่อจะเห็นฤทธาแห่งถ้อยคำนั้นเป็นจริง
ขอถ่อมตน เรียนรู้ วิถีทางชอบธรรม << เพื่อจะได้นั่งอยู่ในที่สงบ ปลอดภัย และ เป็นสุข
ขอฝึกตน ให้เข้มแข็งมากยิ่งๆ ขึ้น << ด้วยการเฝ้าระวังชีวิตให้บริสุทธิ์ ในทุกทาง ทุกย่างก้าว ที่ก้าวเดิน
ขอสะสมพระวจนะไว้ในคลังสมอง และ ดวงใจ << เพื่อจะเป็นอาวุธชั้นเลิศ แทงทุกไขข้อกระดูก จนกระทั่ง เป็นหนึ่งเดียวกับลมหายใจ
ขอทุ่มเท กาย ใจ เพื่อศึกษา เรียนรู้ ค้นคว้า และ ภาวนาถึงพระคำ << ที่ส่องนำทางชีวิตให้เกิดผลทุกมิติ

ข้าแต่พระเจ้า …
ขอทรงช่วยในความไม่เข้าใจ ในความจำกัด ในความไม่รู้ :; ด้วยการเจิมปัญญา เปิดหู เปิดดวงตา และ ดวงใจ
ขอทรงใส่ความรู้ใหม่ ความเข้าใจที่ลำ้ลึก เกินกว่าข้อมูล หรือ คำสอนของบรรพบุรุษ :; ด้วยการสำแดงอย่างพิเศษและเจาะจง
ขอทรงเปิดประตูแห่งความล้ำลึก ในแผ่นดินของพระเจ้า :; ด้วยการทรงนำ ทรงรับรอง ทุกห้วงเวลาของชีวิต

ข้าแต่พระเจ้า …
บัดนี้ …
พร้อมแล้ว สำหรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะทรงเปิดเผยแก่ผู้ที่รักพระองค์ และ ทุ่มเทอย่างสุดใจ ในมรรคาทางชอบธรรม
~ ขอทรงสอน
~ ทรงเปิดเผย
~ ทรงปลดปล่อย
~ ทรงเจิม
~ ทรงเคียงข้าง
~ ทรงสัมผัส
~ ทรงทำอัศจรรย์
~ และทรงอวยพร ณ บัดนี้

อธิษฐาน อธิษฐานวิงวอน อธิษฐานต่อพระเจ้า ใน นามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน

*****************

คำอธิบายเพิ่มเติม

1. ชีวิตคริสเตียนกับการอ่าน และ ศึกษาพระคัมภีร์ด้วยตนเอง เป็นสิ่งคู่กัน

2. สามารถอธิษฐานขอความเข้าใจจากพระเจ้าในทุกครั้งที่จะเริ่มอ่านพระคัมภีร์ และ สามารถอธิษฐานขอให้สิ่งที่อ่านเป็นประสบการณ์ตรงในชีวิตเราได้ด้วย (เนื่องจากหลายสิ่งในพระคัมภีร์เป็นเรื่องของความล้ำลึกจากพระเจ้า จึงยากจะเข้าใจด้วยตนเอง เพราะความจำกัด แต่พระเจ้าทรงสอนและให้ความเข้าใจกับเราได้ เมื่อเรามีใจแสวงหา)

 

2018-01-13

 

 

คำอธิษฐาน :: ชีวิตแห่งการเกิดผล

“ข้าแต่พระเจ้า…
ข้าพระองค์ขอแช่ตัวอยู่ในลำน้ำของพระคริสต์ : ดั่งต้นไม้ใหญ่ที่ฝังรากอยู่ในลำธาร
ขอให้เกิดผลตามฤดูกาล : อย่างอุดมสมบูรณ์ ไร้ผลที่ฝ่อ แห้งเหี่ยวไป
ขอให้รากหยั่งลึกลงไป : จนเป็นฐานที่มั่นคง แม้ลมพายุจะพัดแรง ก็ไม่อาจสั่นคลอน หรือ สั่นไหว

ข้าแต่องค์ผู้ทรงเป็นคำตอบของลิ้น
ขอโปรดทรงสดับฟังเสียงคำร้องทูล << ที่กลั่นออกจากดวงใจ
ขอโปรดประทานการเกิดผล << ด้วยทรงเจิม ที่เกินกว่ามือมนุษย์
ขอโปรดให้ชัยชนะเป็นของข้าพระองค์ << ด้วยพระนามบริสุทธิ์ทรงฤทธา ที่เคียงข้างทุกเส้นทาง ทุกย่างก้าว
ขอโปรดให้ทุกการตอบสนองตามพระสุรเสียงตรัส << ได้เก็บกินพระพรที่ยั่งยืนยาวยันรุ่นลูกหลาน
ขอโปรดให้กิ่งก้านขยายออกจนเป็นร่มเงาใหญ่ << ที่ออกดอก เกิดผล มากมายทุกมิติ
ขอโปรดทรงอวยพรจนเห็นได้ชัด ว่า << นี่แหนะ !!! พระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่ในการงาน และ ครัวเรือนข้าพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า…
บัดนี้ !!!
ขอทรงบัญชาพระพรจากฟ้าสวรรค์เบื้องบน ลงมา ณ ที่นี่ :: ด้วยว่า :: ข้าพระองค์พร้อมรับแล้ว อย่างเต็มขนาด ยัด สั่น แน่น พูน ล้น เพื่อให้พระเกียรติเป็นของพระองค์แต่นามเดียว

อธิษฐาน อธิษฐานวิงวอน อธิษฐานต่อพระเจ้า ใน นามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน

***********************

คำอธิบายเพิ่มเติม

1. ชีวิตแห่งการเกิดผล เป็นน้ำพระทัย และ พระสัญญาของพระเจ้า การร้องทูลขอการอวยพรจากพระเจ้าให้เห็นการเกิดผลเป็นสิ่งที่ควรทำ

2. สามารถระบุ และ กล่าวถึง หัวข้ออย่างเจาะจงที่ต้องการเห็นการเกิดผลได้ ( เช่น งานที่กำลังทำ , สิ่งที่อยู่ในครอบครอง หรือ บุคคลที่เราต้องการอธิษฐานเผื่อ )

 

 

2018-01-11

 

 

คำอธิษฐาน :: วางใจในพระเจ้า

พระธรรมสดุดี 4:1‭-‬8

ข้า‍แต่​พระ‍เจ้า​ผู้​ทรง​ให้​ข้า‍พระ‍องค์​เป็น​ฝ่าย​ชอบ‍ธรรม
ขอ​ทรง​ตอบ​เมื่อ​ข้า‍พระ‍องค์​ร้อง‍ทูล
เมื่อ​ข้า‍พระ‍องค์​จน‍ตรอก ขอ​ประ‌ทาน​ช่อง‍ทาง
ขอ​ทรง​พระ‍เมตตา​ข้า‍พระ‍องค์ และ​ขอ​ทรง​ฟัง​คำ​อธิษ‌ฐาน​ของ​ข้า‍พระ‍องค์
ข้า‍แต่​ท่าน​ผู้​สูง​ศักดิ์ ท่าน​จะ​หมิ่น​ศักดิ์‍ศรี​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ไป​อีก​นาน​เท่า‍ใด?
ท่าน​จะ​รัก​คำ​ไร้‍ค่า และ​แสวง​การ​มุสา​อีก​นาน​เท่า‍ใด? (เส-ลาห์)
จง​ทราบ​เถิด​ว่า พระ‍ยาห์‌เวห์​ทรง​แยก​ผู้​จง‍รัก‍ภักดี​ไว้​สำหรับ​พระ‍องค์
พระ‍ยาห์‌เวห์​ทรง​สดับ​ฟัง​เมื่อ​ข้าพ‌เจ้า​ทูล​พระ‍องค์
แม้​ถูก​ยั่ว‍ยุ ก็​อย่า​ทำ​บาป
จง​ตรึก‌ตรอง​ใน​ใจ​เวลา​อยู่​บน​ที่‍นอน​และ​สงบ​อยู่ (เส-ลาห์)
จง​ถวาย​เครื่อง‍สัตว‌บูชา​ให้​ถูก‍ต้อง และ​วาง‍ใจ​ใน​พระ‍ยาห์‌เวห์
หลาย​คน​กล่าว​ว่า “เรา​อยาก​เห็น​สิ่ง​ดีๆ บ้าง ข้า‍แต่​พระ‍ยาห์‌เวห์ ขอ​เงย‍พระ‍พักตร์​ที่​สว่าง​ของ​พระ‍องค์​มา​เหนือ​พวก‍ข้า‍พระ‍องค์” พระ‍องค์​ได้​ประ‌ทาน​ความ​ยินดี​แก่​จิต‍ใจ​ของ​ข้า‍พระ‍องค์ มาก‍กว่า​เมื่อ​ได้​ข้าว​และ​เหล้า‍องุ่น​มาก‍มาย ข้า‍พระ‍องค์​จะ​เอน‍กาย​ลง​นอน‍หลับ​อย่าง​เป็น​สุข ข้า‍แต่​พระ‍ยาห์‌เวห์ เพราะ​พระ‍องค์​เท่า‍นั้น​ที่​ทรง​ทำ​ให้​ข้า‍พระ‍องค์​อาศัย​อยู่​อย่าง​ปลอด‍ภัย

 

“ข้าแต่พระเจ้า …
ข้าพระองค์ วางใจในพระเจ้า เพราะได้เห็นกับตาตน และ ได้มีประสบการณ์ตรงในสิ่งที่ทรงทำ
บัดนี้ …
แม้การยั่วยุจากศัตรู จะอยู่ตรงหน้า … แต่นี่แหนะ!! ข้าพระองค์ยังสงบนิ่งได้ >> ด้วยว่า จะทรงช่วยกู้อย่างแน่นอน
แม้ศัตรูจะเย้อหยัน … แต่นี่แหนะ!! พระเจ้าจะทรงตอบแทน และ แก้คดีให้ >> ด้วยว่า ทรงอยู่ฝ่ายข้าพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า …
ข้าพระองค์รักษาทางของตนให้ชอบธรรมในสายพระเนตรพระเจ้า
หักห้ามใจ ไม่ข้องเกี่ยวกับความอธรรม ค่านิยมของโลกนี้
นำตัวออกจากกลอุบายที่ฉ้อโกง ทำให้หลงผิดไป จากทางบริสุทธิ์
ไม่แก้แค้น หรือ ตอบแทนการร้ายด้วยสิ่งร้าย แผนการณ์ชั่วทั้งปวง

เหตุฉะนั้น … พระองค์เจ้าข้า!!!
ขอทรงสดับฟังคำร้องทูล << ที่ออกจากปาก จากดวงใจ
ขอทรงช่วยกู้ และ ช่วยเหลือ << ทันเวลา
ขอทรงพลิกฟื้น และ รื้อฟื้น << สู่สิ่งดี
ขอทรงอวยพร << ทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา
ขอทรงจัดการอุปสรรค ปัญหา << ให้พังทลายลง
ขอทรงประทานชัยชนะ << ผ่านพระพร เทลงมา ไหลลงมา ณ บัดนี้

ข้าแต่พระเจ้า…
ขอสันติสุข ครอบครองดวงใจ ; ให้สงบนิ่ง
ขอความปลอดภัยอยู่เต็มครัวเรือน ; ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน สิ่งที่ถือครอง การงาน การเงิน ญาติพี่น้อง คนที่รัก
ขอความสมบูรณ์ ผ่านการเลี้ยงดูของพระเจ้า ; เทลงมายังยุ้งฉาง ให้เต็มล้น
ขอความอิ่มเอมดวงใจ ; ด้วยความสุขที่เต็มเปี่ยมทุกๆ สภาพการณ์
ขอให้เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า ; ด้วยการเสด็จมาเยี่ยมเยียนข้าพระองค์
ขอให้หนทางราบเรียบ ; เมื่อเดินในมรรคาทางชอบธรรม
ขอทรงยกชูขึ้น ; ด้วยพระหัตถ์แห่งการรื้อฟื้น สู่มิติที่สดใหม่
ขอความเปรมปรีดิ์เปล่งปลั่ง ; ผ่านใบหน้า และ ดวงใจ
ขอให้เครื่องบูชาของข้าพระองค์ และ ครัวเรือน ; เป็นที่นับได้ในสายพระเนตรของพระบิดา
ขอพระสิริของพระเจ้าปกคลุม ; ทุกหนทางชีวิต ลมหายใจ

โอ้ … นี่แหนะ!!!
ข้าพระองค์ วางใจ … ในพระเจ้าผู้ทรงอยู่ฝ่ายข้าพระองค์
ขอวางใจ … ในพระองค์ผู้ทรงยุติธรรม และ เปี่ยมด้วยพระเมตตาคุณ
ขอวางใจ … ในองค์บริสุทธิ์ ผู้ทรงช่วยกู้ ไม่ทอดทิ้ง
ขอวางใจ … ในองค์ผู้ทรงสำแดงแก่ข้าพระองค์ อย่างเจาะจง และ ลึกซึ้ง
ขอวางใจ … ในการดูแล ปกคลุม ปกป้อง และ อวยพรขององค์พระผู้เป็นเจ้า

อธิษฐาน อธิษฐานวิงวอน อธิษฐานต่อพระเจ้า อธิษฐานด้วยพระคำ ใน นามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน “

*******************

คำอธิบายเพิ่มเติม

~ เราสามารถอธิษฐานตามพระคำที่อ่านได้ เพื่อ
1. เป็นการย่อย และ ใคร่ครวญ พระคำของพระเจ้าให้เป็นจริงมากยิ่งๆ ขึ้นในชีวิตตนเอง
2. เป็นรับพระคำเหล่านั้นเข้ามาสวมทับใจเรา ด้วยคำร้องทูล

~ บางครั้งเราอาจไม่มีถ้อยคำ หรือ ไม่รู้จะ อธิษฐานอย่างไร แต่เมื่ออ่านพระคัมภีร์ ด้วยใจที่เชื่อ เราก็สามารถมีประสบการณ์ตรงเหมือนอย่างที่คนในพระคัมภีร์มี และ ได้รับเหมือนอย่างบรรพบุรุษในความเชื่อของเราได้รับ เพราะพระคัมภีร์มีฤทธิ์เดช และ พระเจ้าทรงรับรองพระคำของพระองค์เอง ผู้ที่มีใจเชื่อจึงสามารถได้รับพระพรตามนั้นด้วย

*** สำหรับผู้ที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า >>
~ คริสเตียนมักจะอ่านพระคัมภีร์ทุกๆ วัน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตตนเอง ซึ่งพระคัมภีร์ได้เขียนทุกแง่ ทุกมุมของการดำเนินชีวิต ทั้งประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอล และ คำสอนของพระเยซู ซึ่งผู้ที่นำไปใช้ย่อมเกิดผล
~ หากท่านเปิดใจ แม้จะมีบางส่วนที่ยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อท่านอธิษฐานตามด้วยใจเชื่อ พระเจ้าจะทรงให้ท่านมีประสบการณ์ในความรักของพระองค์ และ จะทรงให้ท่านได้รับการอวยพรเช่นเดียวกัน … *** เพราะพระเจ้าทรงรักท่าน ***

 

 

2018-01-03