วิถีแห่งพระพรที่ยืนยาว

By | 2017/02/01

ผลประโยชน์ที่ล่อแหลมก็เปรียบเหมือนการกินเนื้อส่วนที่ไหม้

คิดว่า “ไม่เป็นไร” “เพราะเสียดาย” แต่มันจะค่อยๆ สะสมและส่งผลในบั้นปลาย ทำให้สุขภาพย่ำแย่ ตัดทอนอายุที่ยืนยาวให้สั้นลง บั่นทอนสุขภาพ ด้วยโรคร้าย เช่นมะเร็ง ต้องใช้ชีวิตแบบเก็บกินผลแห่งความเสียดายในสิ่งที่ไม่ควร และไม่คุ้ม

ชีวิตคริสเตียนก็เช่นกัน หลายครั้งตนเองบั่นทอนพระพรที่ควรได้รับอย่างเต็มขนาดและเต็มจำนวน ให้เหลือเพียงแค่ส่วนเดียว หรือเสี้ยวเดียว หรืออาจไม่ได้รับเลย … อันเนื่องจาก เสียดายผลประโยชน์บางเรื่อง บางอย่าง ที่ขัดกับพระวจนะและน้ำพระทัยพระเจ้า

การดำเนินชีวิตมักสอดคล้องกับสิ่งที่ได้รับเสมอ

คริสเตียนจำนวนมากปรารถนาพระพรอย่างเต็มล้น แต่ไม่ค่อยระมัดระวังการรักษาชีวิต และ การตัดสินใจ เลือกกระทำ หรือไม่กระทำ เลือกมีส่วนร่วม หรือไม่ควรมีส่วนร่วม … บางครั้ง การดำเนินชีวิตก็ขัดแย้งกับเงื่อนไขพระพรของพระเจ้า โดยหลงลืมไปว่า พระเจ้า ทรงเป็นเอกภาพ ไม่ทรงขัดแย้งในพระองค์เอง ทั้งด้านพระลักษณะหรือพระสัญญาก็ตาม ดังนั้นการรักษาชีวิตและใคร่ครวญ ในแต่ละย่างก้าว จึงเป็นเรื่องที่ควรตระหนักและให้ความสำคัญอย่างมาก บางสิ่งอาจรับผลในระยะเวลาอันสั้น แต่บางสิ่งดูเหมือนไม่เป็นไร ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาจจะเห็นผลในบั้นปลาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผลแห่งการหว่านย่อมเกิดขึ้น อย่างแน่นอน เพราะนี่คือ กฎพื้นฐานแห่งการทรงสร้างของพระเจ้าบนโลกนี้

 

วิถีแห่งพระพรที่ยืนยาว

 

1. เมื่อพระพรหดหาย หรือหดสั้นลง ควรกลับมา สำรวจตนเองว่า มีการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของพระพรหรือไม่? มีสิ่งใดที่ต้องกลับใจใหม่ หรือสารภาพบาปหรือไม่? หากค้นพบสิ่งเหล่านั้นแล้ว…
จงสารภาพบาปและกลับใจใหม่ อีกทั้ง เรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาดเหล่านี้ เพื่อโอกาสต่อไปจะเติบโตมากยิ่งขึ้น … แต่หาก พบว่าตนเองดำเนินชีวิตอย่างเข้มงวด ตรงตามเงื่อนไขของพระเจ้าแล้ว นั่นหมายความว่า บททดสอบแห่งความเติบโต เพื่อดึงและเค้นเอาศักยภาพภายในให้ออกมามากขึ้น ดังนั้น จงเชื่อและวางใจ รอคอยและหวังใจ เพราะผล แห่งการตอบแทน จะใหญ่โตเป็นแน่ เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่

2. อย่าเสียดายตอบผลประโยชน์ที่ล่อแหลม ที่รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่า …
“ไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์”
“อาจจะ ไม่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า”
“ไม่ได้รับการทรงนำในเรื่องนั้น”
“ มีความรู้สึกบางอย่างที่รบกวนเสรีภาพ”
สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ที่องค์พระวิญญาณทรงทำงานให้รู้อยู่แล้วว่า …
“ควรยั้งคิด”
“ควรแสวงหาพระเจ้ามากขึ้น”
“ควรยับยั้งสิ่งเหล่านั้น”…
อย่าอ้างว่า ไม่ได้รับการสำแดงอย่างชัดเจน เพราะว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงให้เกียรติ และยกการตัดสินใจ ให้เป็นของเราเอง ดังนั้น การทำงานและการขับเคลื่อนของพระองค์ จะเป็นเหมือนดั่ง การจุดประกายไฟเล็กๆ ผู้ที่ตอบสนองและถ่อมใจลง รอคอยฟังเสียงของพระเจ้า ย่อมเข้าใจ สิ่งเหล่านี้ เป็นแน่ แต่หากหัวใจดื้อรั้น ก็จะปิดหูปิดตาของตนเอง และยกเหตุผล เข้าข้างตนเอง ขึ้นเป็นใหญ่ และนำทาง ให้ตนเองก้าวไป แทนการทรงนำของพระเจ้า

3. อาจมีบางครั้ง ที่คริสเตียนไม่รู้ว่า กำลังดำเนินชีวิตแบบบั่นทอนพระพรของตนเองให้สั้นลง ให้น้อยลงอยู่… แต่ทั้งสิ้นเหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องของการสร้างชีวิตของพระเจ้า ที่จะนำพาให้เราแต่ละคนให้เติบโตกับพระองค์มากยิ่งขึ้น บทเรียนต่างๆ อาจแลกมาด้วย การสูญเสียบางสิ่ง แต่จะทำให้เติบโตมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่าเป็นประสบการณ์ตรง ที่ล้ำค่าเกินกว่าหนังสือเล่มใดๆ หรือคำบอกเล่าของใครๆ… จงมั่นใจว่าพระเจ้าจะไม่ทรงปล่อยให้ผู้ที่รักพระองค์ ผิดพลาด หรือเดินหลงทาง หรือเดินคลำทาง โดยปราศจากการทรงนำ การเคียงข้าง เพราะพระเจ้า จงรักบุตรพระองค์ดั่งแก้วตาดวงใจ จะทรงสอน ทรงนำ ทรงสร้าง ให้ย่างเท้าของเรา เติบโตและงดงามขึ้นสู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์เป็นแน่ ส่วนของตนนั้นคือ การตอบสนองและเรียนรู้ ในความเติบโตนั้นๆ

4. การดำเนินชีวิตที่เห็นแก่ผลประโยชน์อันล่อแหลม ก็เปรียบเหมือน การหั่นพระพรของตนเอง ให้สั้นลง ให้น้อยลง รวมไปถึงการทิ้งพระพรของตนเอง ด้วยการปฏิเสธ ไม่ยอมรับ วิถีแห่งความชอบธรรม ซึ่งการหย่อนยาน ต่อความบาปเล็กๆ น้อยๆ ก็เปิดโอกาสให้ความอธรรมเข้ามามีส่วน มีพื้นที่ในชีวิต ในเค้าโครงความคิด

 

 

2016-07-23